login 4 Wedding Horror

เรื่องเล่าสยองขวัญ

Login4 Horror
21 August 2018

โดนของจำจนตาย

เป็นเรื่องจากคุณหาญ ใจสิงห์ค่ะ คุณหาญได้เล่าว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อผมและพี่ๆได้ไปที่ต่างจังหวัด เรื่องเกิดในสมัยตั้งแต่ผมยังอยู่ในช่วงฝึกงาน และได้มีโอกาสออกค่ายอาสาของสาธารณสุข โดยมีการจัดอมรมนอกสถานที่เป็นเวลา 5 วัน ผมเลยตอบตกลงว่า“ไปก็ไป” ถึงวันที่ออกเดินทางไปประมาณกัน 8 คน สถานที่ไปคือ จังหวัดสุรินทร์ เมื่อไปถึงที่หมายแล้ว ที่พักของผมกับเพื่อนๆ จะเป็นบ้านพักจัดได้ว่ามีฐานะพอสมควร พวกผมและเพื่อนต่างแยกย้ายกันไปพักตามที่ ที่ได้แบ่งกันไว้ ทุกคนต่างพากันเก็บของเรียบร้อยแล้ว เจ้าของบ้านได้ชวนพวกผมกินข้าว เมื่อกินเสร็จแล้ว จู่ๆเจ้าของบ้านได้บอกว่า “ที่นี่อาจจะห่างไกลความเจริญสักหน่อย เพราะเป็นแถบอีสานใต้ ส่วนใหญ่มีแต่คนเล่นของกัน” ผมและเพื่อนๆได้ยินดังนั้นเลยหันหน้ามองกัน ประมาณว่าไม่ค่อยเชื่อเรื่องลี้ลับพวกนี้สักเท่าไหร่ แล้วพวกเราก็ต่างพากันเข้านอน พอรุ่งเช้าทุกคนต่างถามกันว่าได้ยินเสียงอะไรหล่นใส่หลังคารึป่าว ทุกคนได้ยินเสียงเหมือนกันหมด แต่ไม่กล้าที่จะพูด มีแต่เพียงรุ่นพี่ผมที่ ชื่อกันต์ ซึ่งโดยปกติพี่กันต์จัดว่าเป็นคนที่หน้าตาดีอยู่แล้ว พี่กันต์บอกว่าเห็นหญิงสาวมายืนอยู่นอกรั้วบ้าน เธอเป็นผู้หญิงที่สวยมาก มายืนยิ้มให้ แกเลยยิ้มตอบไป หญิงสาวคนนั้นได้บอกไปว่าเธอชื่อพิมพ์ แล้วจากนั้นอยู่ๆเธอก็ได้หายตัวไป หลังจากนั้นทุกคนก็ได้กินข้าวเสร็จแล้ว จู่ๆก็มีหญิงสาวมาเสิร์ฟน้ำให้ผมและเพื่อนๆกิน แต่ที่หน้าแปลกใจ ผู้หญิงที่เสิร์ฟเป็นคนเดียวกับที่พี่กันต์เจอมาเมื่อคืน แต่เธอกับถามชื่อพี่กันต์เพียงคนเดียว ทั้งที่มีคนนั่งกันอยู่หลายคน แต่เรื่องมันมีอยู่ว่า พี่กันต์เริ่มมีอาการผิดสังเกตตอนที่กลับมาบ้านพัก  ได้แต่เพ้อหาผู้หญิงคนที่ชื่อพิมพ์ พวกผมและเพื่อนก็ตกใจว่า กินน้ำไปแค่แก้วเดียวถึงกับเพ้อหนักขนาดนี้เลยเหรอ เมื่อเช้าตรู่ พี่กันต์ได้หายออกไปจากบ้านพัก คงคิดว่าล่วงหน้าไปจัดอบรมกันก่อนแล้ว…

read more

login 4 Wedding Horror
16 August 2018

สัมผัสสยอง | วิวาห์หลอน งานแต่งสยองขวัญ (งานแต่ง ไม่ได้แต่ง)

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดขึ้นที่ร้าน Wedding แถวลาดพร้าว ซึ่งมีพี่ใหม่เป็นผู้ช่วยอยู่ที่ร้าน ในวันนั้นพี่ใหม่ได้ไปออกบูธเพื่อจัดโปรโมชั่นขายแพคเกจ อยู่ที่ห้างแถวลาดพร้าว สักพักก็มีลูกค้าผู้หญิงท่านหนึ่งเดินเข้ามา โดยพี่ใหม่จะเรียกลูกค้าท่านนี้ว่า “ คุณลูกค้า ” ตลอดเลยไม่ทราบว่าผู้หญิงคนนี้ชื่อว่าอะไร คุณลูกค้าท่านนี้ก็สนใจที่จะซื้อแพคเกจของทางร้าน ซึ่งพี่ใหม่ก็แนะนำว่า ถ้าสนใจให้ไปดูรายละเอียดที่ร้านของพี่ใหม่ได้เลย พี่ใหม่ก็นัดคุณลูกค้าท่านนี้ไปเจอที่ร้าน พอวันรุ่งขึ้นลูกค้าท่านนี้ก็มาที่ร้าน แต่ว่ามาดึกมาก มาตอนที่ร้านปิดแล้ว ลูกค้าก็บอกว่าตัดสินใจจะซื้อแพคเกจที่ร้าน หลังจากนั้นพี่ใหม่ก็นัดในวันถัดไป คุณลูกค้าก็มาลองชุด เลือกของชำร่วยและการ์ดแต่งงาน แต่ที่แปลกคือเวลาที่คุณลูกค้ามาที่ร้าน จะเดินทางมาคนเดียวตลอดและไม่เคยพูดถึงบุคคลอื่นเลย มาคนเดียว ซื้อคนเดียวจัดการทุกอย่างคนเดียว เพราะโดยปกติแล้วคนจะแต่งงานกันจะต้องมาเป็นคู่ แต่ตอนนั้นพี่ใหม่ก็เข้าใจว่าอีกฝ่ายอาจจะติดภาระกิจ เลยไม่ถาม พอใกล้จะถึงวันงาน พี่ใหม่ก็คิดว่าเจ้าบ่าวก็คงจะเดินทางมาด้วยเพราะว่าเป็นวันที่จะต้องเลือกชุด การเลือกชุดนั้นก็จะมีชุดที่จะต้องใส่ในตอนเช้า และตอนกินเลี้ยง อย่างละ 2 ชุด ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว พอถึงเวลาที่นัดเวลาประมาณ 5 โมงเย็น คุณลูกค้าก็มา แต่มาคนเดียวเหมือนเดิม คุณลูกค้าก็ไปลองชุด หลังจากลองไปได้สักพัก พี่ใหม่ก็ถามว่า “ คุณลูกค้าค่ะ ไม่ทราบว่าเจ้าบ่าวจะสะดวกวันไหนค่ะ พอดีว่าจะได้ตัดชุดทัน วันที่ลูกค้าใส่ไปถ่ายรูปอ่ะค่ะ ”คุณลูกค้าก็ตอบกลับมาว่า “ ไม่เป็นไร เดี๋ยวจะเลือกไว้เอง…

read more

11 May 2018

คู่มือเห็นผี 5 วิธี คืนนี้ต้องลองทำ

ยุคสมัยเปลี่ยนไป ความทันสมัยเข้ามาในโลกเรามากขึ้น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความเชื่อในเรื่องของการเห็นผี ความเชื่อในเรื่องของวิญญาณ จางหายไปจากโลกนี้เลย เช่นเดียวกับในประเทศยังมีคนที่มักจะชอบไปลองของตามสถานที่ที่น่ากลัวเช่น วัด สุสาน โรงแรมร้าง และอื่นๆอีกมากมาย วันนี้เราจะมาแนะนำ 5 วิธีตามความเชื่อว่าจะมองเห็นผีได้ ให้ได้ลองไปทำกันดูเผื่อใครใจถึง 1.ก้มลงไปมองลอดใต้หว่างขาของตัวเอง ก่อนจะทำให้เราตั้งจิตอธิษฐาน และเดินรอบเมรุตามเข็มนาฬิกาจนครบ 3 รอบ หลังจากนั้นให้เรามาหยุดที่ตรงประตูหน้าเมรุ และค่อยๆก้มลงมองใต้หว่างขา ตามความเชื่อโบราณบอกว่า จะมีผีมายืนปรากฏตัวให้เราได้เห็น แต่วิธีนี้ แนะนำให้ทำช่วงเวลาก่อนหรือตอนเที่ยงคืนเท่านั้น 2.นำขี้เถ้าคนตายมาป้ายตา แค่เราเดินทางไปในที่ที่เราอยากเห็นผี จากนั้นเอาขี้เทากระดูกมาทาที่ตา จากนั้นเราจะได้พบดวงวิญญาณผี ที่เราต้องการพบ 3.นอนคาบธูปดำ 3 ดอก ขั้นตอนการทำ เพียงแค่คุณนอนหัวหันทิศตะวันตก ปากคาบธูปดำ 3 ดอก พนมมือ ท่องนะโมย้อนหลัง 16 จบ และลืมตาขึ้น ก็จะเจอผี และขั้นตอนนี้ควรทำในวันพระเท่านั้น 4.ปอกแอปเปิ้ลหน้ากระจก เริ่มจากจุดเทียนและทำพิธีกรรมนี้บริเวณหน้ากระจก และเลือกเวลาทำคือเที่ยงคืนพอดี โดยหลงจากจุดเทียนและเข้าสู่เที่ยงคืนแล้ว ให้ท่องคาถา นะมะทะพา ทุทโธทายะ ครบ 3 รอบ…

read more

10 April 2018

ตำนานสยอง ”ผีตายทั้งกลม”

พูดถึงวิญญาณหรือสิ่งไม่มีชีวิตที่น่ากลัวเป็นอันดับต้น ๆ “ผีตายทั้งกลม”  ซึ่งก็ไม่รู้ที่มาที่ไปเท่าไหร่เพียงแต่รู้ซึ่งถึงความเฮี้ยนที่ผีจำพวกนี้ว่าน่ากลัวขนาดไหน การตายโหงรูปแบบหนึ่งที่แม้ตัวตายเพียงคนเดียวไม่เด็กที่อยู่ในท้องก็ต้องตายไปด้วย  และนี่แหละครับที่เป็นความน่ากลัว   ในตำนานที่เราจะมาสาทะยายให้ฟังกันคร่าว ๆ ยกตัวอย่างแม่นาคพระโขนงที่ได้เสียชีวิตไปแบบตายทั้งกลม ด้วยความเฮี้ยนนั้นทำให้กลายมาเป็นตำนานสยองจนถึงปัจจุบัน ซึ่งสมัยก่อนนั้นการตายเช่นนี้ไม่สามารถเผาร่างกายของผู้ตายได้ เพราะการที่จะแยกร่างแม่และเด็กในท้องเป็นเรื่องยาก ทำให้ต้องฝังดินเพียงอย่างเดียว   การที่ไม่สามารถเผาได้นั้นทำให้ร่างเนื้อของผู้ตายไม่สามารถสลายแม้เหลือเพียงเถ้ากระดูก  วิญญาณก็ยังคิดว่าตนเองยังคงวนเวียนอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน  จากที่เล่ากันปากต่อปากวันดีคืนดีมีชาวบ้านเดินผ่านก็มักจะได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ เสียงคนทำกับข้าวบ้าง  แม้บ้านหลังนั้นจะไม่มีคนอยู่ ทุกค่ำคืนก็จะร้องเสียงหลงไปทั่วจนคนสมัยก่อนต้องเอาหมอผีมาปราบ  ยิ่งทำเช่นนั้นทำให้วิญญานเกิดอาฆาตแค้นตามจองเวรของคนไม่ประสงค์ดีไปทั่ว   บ้างก็ว่าถ้าได้น้ำเหลืองของศพผีตายทั้งกลมมาก็สามารถไปทำเสน่ห์ไสยศาสตร์ให้ผัวรักผัวหลง  แต่ปล่าวเลยการทีทำเช่นนั้นเพื่อเปิดทางให้วิญญานเข้าไปสิ่งสู่ในจิตใจมนุษย์ ทำให้ความเฮี้ยนนี้เป็นตำนานมาจนถึงปัจจุบัน   ที่มาของ ผีตายทั้งกลม ซึ่งที่มานั้นคำว่า กลม เป็นภาษาเขมรที่แปลว่า ทั้งหมด การที่คนสมัยก่อนไม่เรียกว่า ผีแม่ลูก นั้น เพราะการที่หญิงใดเสียในเวลาตั้งท้อง ทำให้เหมือนผู้เป็นแม่เสียใจอาลัยต่อทุกสิ่งที่ไม่อาจใช้ชีวิตกับลูกรักบนโลกได้  แม้ตายจากสามีก็จะกลับมาเป็นวิญญาณที่เลี้ยงลูกตัวเองไปตลอดกาล

4 April 2018

สะพรึงขนลุกซู่! อย่าลองดี 5 สถานที่อาถรรพณ์ลี้ลับใจกลางกรุงสุดเฮี้ยน

“กรุงเทพมหานคร” พูดถึงเมืองนี้ย่อมต้องนึกถึง ความเจริญ ความมั่นคง เทคโนโลยี แต่ขณะที่บางคนก็จะมองไปถึงมุมที่มีแต่ความวุ่นวาย แสงสีเสียง ตึก บ้านหลังใหญ่โต และสถานที่เที่ยวยามค่ำคืนอีกมากมาย แต่หารู้หรือไม่ว่า ในความเชื่อของคนไทยที่มีมาอยู่ทุกยุคทุกสมัย ในกลางเมืองก็ยังคงมีสถานที่ที่น่ากลัวที่สุดอยู่ เช่นกัน วันนี้จะพาไปรู้จักทั้ง 5 อันดับที่ขึ้นชื่อว่า เฮี้ยนและน่ากลัวที่สุด   1.คอนโดฯ สูง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฟังไม่ผิดแน่นอน เพราะนี่คืออดีตคอนโดหรูที่ตั้งอยู่แถบแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยความสูงที่สูงถึง 50 ชั้น แต่ในตัวตึกไม่มีไฟฟ้า เหล่าบรรดาพวกช่างถ่ายภาพ มักจะมาใช้เป็นสถานที่ถ่ายรูปวิวสูง เพื่อเก็บรูปภาพวิวที่งดงาม จนมีคำร่ำลือกันว่า เคยมีช่างถ่ายรูปมาถ่ายรูปที่น่ากลัวออกไปจากตึกนี้นี่ และยังได้กลิ่นควันธูปในมุมสูงของตึก เฮี้ยนแค่ไหน  ต้องไปลองพิสูจน์กันดู   ตึกร้าง สาทร ยูนีค ตามคำร่ำลือ บริเวณที่ตึกนี้สร้างเคยเป็นสุสานเก่ามาก่อนหน้านี้อีกด้วย อีกทั้งส่วนเงาของตึกนัดพาดไปยังวัดยานนาวา ตามความเชื่อโบราณคือเป็นเรื่องที่ไม่ดี อีกทั้งเมื่อหลายปีก่อนตึกนี้คือมีข่าวดังเมื่อช่างถ่ายภาพคนนึงขึ้นไปถ่ายภาพ แต่ไปพบกับศพของนักท่องเที่ยวต่างชาติผูกคอตายอยู่ที่ชั้น 43 ตึกนี้สูงถึง 47 ชั้น สร้างเสร็จไปกว่า 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่โครงการมีอันต้องหยุดชะงักลงเนื่องจากเจ้าของโครงการพัวพันคดีฆ่าคนตายนั่นเอง อีกทั้งยังมีคำร่ำลือว่า…

read more

27 March 2018

เปิดตำนาน 2538 “สุสานโสเภณี”

  สถานที่สุดเฮี้ยนในจังหวัด กาญจนบุรี  ที่ใคร ๆ ต้องรู้จัก “สุสานโสเภณี” ซอย 9 ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี หรือเรียกอีกชื่อว่า “ซ่องแห่งความตาย” สถานที่สุดน่ากลัวเป็นอันดับต้นๆของประเทศไทย หลายคนก็ไปพิสูจน์ความหลอนนี้แล้วแต่ก็ไม่มีใครกล้าเดินเล่นรอบ ๆ อย่างละเอียดได้เลย สุสานโสเภณี สถานบันเทิงเก่าแก่ ที่ถูกปล่อยรกร้างมานานนับ 10 ปี สถานที่บริการทางเพศของผู้ชาย ที่ต่างมาซื้อหญิงสาวเพื่อสนองตัณหา แต่ด้วยเรื่องความเฮี้ยนนั้นก็เกิดขึ้นจากพวกสาวขายบริการนั้นเอง ตำนานกล่าวไว้ว่า สุสานโสเภณี แห่งนี้นั้น ใช้ผู้หญิงขายบริการที่ต่างเต็มใจและไม่เต็มใจ   บ้างก็ถูกหลอกให้มาทำ ซึ่งหญิงสาวเหล่านั้นต้องถูกบังคับขายตัวให้กับลูกค้าทุกคนทั้งเจ้าของธุรกิจ ข้าราชการ ตลอดจนถึงกรรมกร หรือคนปั่นสามล้อ แทบไม่มีวันที่จะได้พักผ่อน และถ้าหากคนใดขัดขืนหรือไม่ยอมทำงานก็จะถูกซ้อม กักขังจนตาย ถ้าผู้หญิงคนใดเกิดติดโรคร้ายก็จะต้องถูกทิ้งให้ตายแบบไม่ใยดี  และถ้าใครท้องก็จะถูกบังคับให้รีดเด็กออกมาทันที เมื่อกาลเวลาล่วงเลยไปซ่องค้ากามแห่งนี้ก็ได้ถูกปิดตัวลง ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครทราบเลยว่าจำนวนผู้เสียชีวิตในซ่องแห่งนี้ตายไปแล้วเท่าไหร่  และจำนวนเด็กที่ถูกรีดออกอีกไม่รู้เท่าไหร่ ในประสบการณ์ของชาวบ้านแถวนั้นเล่าว่า บางคืนได้ยินเสียงผู้หญิงไม่ต่ำกว่า 4-5 คน ร้องขอความช่วยเหลือ บ้างก็ได้ยินเสียงเด็กร้องสะอื้น ทำให้ผู้คนแถวนั้นเริ่มเอะใจ  จึงได้เข้าไปดูกลับพบว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย ผู้คนจึงเริ่มหลอนเข้าใจกันว่าเป็นเสียงของโสเภณี  ที่ไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้ ตอนนี้ไม่อาจมีใครกล้าเข้าไปเดินเล่นบริเวณซ่องดังกล่าวอีกเลย  ทางหน่วยรัฐจึงได้ทำการปิดกั้นให้เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลในปัจจุบัน…

read more

22 March 2018

เรื่องเล่าสยองน้ำตาหมาดำ

. หลาย ๆ คนคงยังไม่รู้ว่าสิ่งเร้นลับ หรือ วิญญาน มันน่ากลัวขนาดไหน ลองคิดภาพถ้ามนุษย์ธรรมดาทั่วไปสามารถมองเห็น “ผี” และได้เห็นสภาพของคนที่อยู่คนละโลก มันจะน่ากลัวขนาดไหน ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ลองทำแบบนี้ดูสิ “ทาน้ำตาหมาดำ”   เรื่องเล่าในตำนานและก็เป็นเรื่องจริงจากผู้เคยทดสอบในกระทู้เว็บหนึ่งได้โพสต์ว่า….   “ครั้งหนึ่งสมัยวัยรุ่น ผมได้เจอกับการเล่าถึงตำนานน้ำตาหมาดำที่สามารถมองเห็น “วิญญาณ” ผมได้เอาเรื่องนี้ไปบอกกับเพื่อนๆแต่ก็ไม่มีกล้าลอง ยกเว้นเพื่อนจอมหยิ่งคนหนึ่ง ที่มันมั่นใจมากและไม่กลัวแม้กระทั้งผีผมจึงท้ามันให้ลองทาดู  มันก็เลยบอกผมมาว่า “มึงไปหาน้ำตาหมามาให้ได้ก่อนไป” และนั้นก็ต้องทำให้ผมหยุดคิดว่าจะไปหาจากที่ไหนละทีนี้ ผมจึงเลิกคิดเรื่องนี้ไปซะ แต่แล้วเช้าวันต่อมาผมก็บังเอิญสุด ๆ เมื่อหมาดำที่บ้านเกิดหาวปากกว้างก่อนผมจะออกไปเรียน  ผมจึงไปเอาหลอดดูดน้ำมาปาดน้ำตามันไปให้เพื่อนจอมหญิ่งมันทา จนถึงเวลาพักเที่ยงผมได้เอาน้ำตาหมาที่ผมปาดมาไปให้มันดู  เพื่อน ๆ ในกลุ่มต่างขำกันไม่หยุด ต่างคิดว่าน้ำลายบ้าง ก็อกน้ำบ้าง  แต่ไอ้เพื่อนที่มันท้ามันขอทาเลยแบบไม่ลังเล พอทาเสร็จผ่านไปได้ 5 นาที ผมถามว่า ”เป็นไงมีอะไรเกิดขึ้นยัง”  คำตอบที่ได้คือ “ไม่เห็นมีเชี่ยไรเลย” เท่านั้นแหละผมขายหน้าจนพูดไม่ออกคิดได้ย่างเดียวว่าทำเรื่องไร้สาระมาก ตกเย็นเลิกเรียนไอ่เพื่อนที่ทาน้ำตาหมามันบอกผมว่า “กลับบ้านเถอะเลิกทำอะไรไร้สาระได้แล้วนะแล้วพรุ่งนี้มารับไปเรียนพร้อมกัน” หลังจากนั้นก็แยกกันกลับบ้านไป   แต่แล้วเรื่องไม่คาดคิดของผมก็เกิดขึ้น รุ่งเช้าผมออกมาจากบ้านเวลาประมาณ 7.30 น. ไปรับไอ่เพื่อนจอมหยิ่ง กะว่าจะถามมันแต่แม่มันกลับเดินมาบอกว่ามันคงไม่สบายละไปเรียนไม่ไหวแน่ๆเลยวันนี้…

read more

22 March 2018

โบราณว่าห้ามคนท้องไปงานศพ จริงๆ แล้วไปได้หรือเปล่า?

นับแต่สมัยโบราณมา ตามความเชื่อ คนเฒ่าคนแก่มักจะบอกว่า ห้ามไม่ให้คนท้องไปงานศพ เนื่องจากกลัวว่าจะมีวิญญาณของคนตายตามกลับมาด้วย วันนี้จะมาอธิบายว่าเป็นจริงแค่ไหน และเป็นเพราะอะไรถึงห้าม โบราณว่า ห้ามคนท้องไปงานศพ? ตามความเชื่อนี้เพราะคนสมัยก่อนนั้นมองว่า งานศพคืองานอัปมงคล งานไม่ดี งานที่มีแต่ความโศกเศร้า อาจจะทำให้คนท้องที่ไปงานจะโศกเศร้าและมีสิ่งไม่ดีตามติดกลับบ้านมา เช่น วิญญาณ แต่อีกความเชื่อนึงว่ากันว่า เด็กที่อยู่ในท้องยังเป็นผู้อ่อนเยาว์อาจถูกรังแกหรือทำร้าย จนเด็กเกิดมาไม่สมประกอบ ทั้งที่ในความจริงแล้ว คนโบราณแค่ไม่อยากให้คนท้องเข้าไปในงานศพเนื่องจากไม่อยากให้เศร้าหมองหรือหดหู่ใจ อีกทั้งยังไม่อยากให้คนท้องต้องออกไปไหนในยามกลางคืน กลัวจะเป็นอันตราย และที่สำคัญคนท้องยังมีภูมิต้านทานโรคที่ไม่ดี หากเจอสถานที่อากาศไม่ดีก็จะล้มป่วยได้ แต่หากว่างานศพนั้น คนท้องมีความจำเป็นที่จะต้องไปร่วมงาน คำโบราณก็ได้มีวิธีการแก้เคล็ด คือการให้คนท้องติดเข็มกลัด โดยจะเป็นเข็มกลัดซ่อนปลายที่จะให้คนท้องได้นำมากลัดไว้บริเวณหน้าท้องก่อนที่จะเข้าไปในงานศพ โดยมีความเชื่อว่าจะเป็นการป้องกันไม่ให้ผีหรือวิญญาณมาทำร้ายเด็กในท้องนั่นเอง และทันทีที่กลับมาถึงบ้านควรให้พักผ่อน ทำจิตใจให้สงบ ในทางการแพทย์ ในงานศพจะมีบรรยากาศที่ไม่ค่อยดี มีทั้งควันธูปเทียน รวมไปถึงควันบุหรี่จากผู้ร่วมงานที่สูบ จะทำให้คนท้องที่มีภูมิต้านทานน้อย จะเป็นโรคแทรกซ้อนหรือจะล้มป่วยขึ้นมา รวมถึงการที่ป้องกันไม่ให้คนท้องได้ติดเชื้อโรค อีกทั้งไม่ให้กระทบกระเทือนจิตใจของผู้เป็นแม่อีกด้วย ดังนั้น เหตุที่ห้ามคนท้องเข้าไปงานศพเพราะความเป็นห่วงนั่นเอง  

16 March 2018

อาถรรพ์แมวดำ ”นำโชคร้าย”

สัตว์ที่โด่งดังในโลกโซเชียลในฐานะ “นายของมนุษย์” แมวนั้นเอง ผู้ใดเลี้ยงแมว ผู้นั้นย่อมถูกเรียกว่า “ทาสแมว”  แต่ด้วยสัตว์โลกน่ารักแบบนี้กลับผูกติดเรื่องโชคลาง และความเชื่อมากที่สุด  โดยในความเชื่อเรื่อง ”แมวดำ”..   หลาย ๆ คนคงรู้อยู่แล้วว่าเรื่องการเลี้ยง “แมวดำ” เป็นสิ่งที่น่ากลัวเพราะจะนำสิ่งเร้นลับและวิญญาณร้ายมาสู่มนุษย์ โดยเฉพาะคนไทยถ้าเจอแมวดำในงานศพก็ต้องไล่  แต่ถ้ามันข้ามโลงศพจำต้องเผ่นกันไปคนละทาง เพราะความเชื่อที่ว่าถ้าแมวดำวิ่งข้ามโล่งศพเมื่อใดจะเป็นการเรียกวิญญาณคนตายให้หวนคืน  และกลับมาพร้อมกับความอาฆาตพยาบาท อาละวาดหลอกหลอนคนอื่นไปทั่ว  (แต่เรื่องนี้ก็เป็นเพียงตำนานคนเฒ่าคนแก่ที่เล่าต่อ ๆ กันมาเท่านั้นนะครับ) ไม่ได้มีเพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้น หลายประเทศทั่วโลกยกตัวอย่างตำนาน ”แมวดำ” ของชาวยุโรป ย้อนกลับไปสมัยสมัยคริสต์กาล สมัยที่มนุษย์ยังเชื่อเรื่องเวทมนตร์และแม่มด  หญิงแก่ส่วนใหญ่จะอยู่บ้านลำพังและมักมีแมวเป็นสัตว์เลี้ยงแก้เหงา คืนวันหนึ่งมีพ่อลูกคู่หนึ่งเดินทางในคืนเดือนมืด พบเจอแมวดำและได้ทำร้ายมันจบบาดเจ็บ แมวดำตัวนั้นจึงได้กลับไปหาหญิงชราเจ้าของมัน ในแถบนั้นจึงคิดไปว่า แมวดำและหญิงชรานั้นเป็นแม่มดที่คอยแปลงกายทำร้ายคนอื่น จนทำให้มีการล่าและประหารแม่มดในยุโรป เผาทั้งเป็น “ผู้ช่วย” ของแม่มด ซึ่งก็ไม่พ้นแมวดำ ก็ถูกประหารด้วยวิธีเดียวกัน และด้วยความแค้นของเหล่าหญิงชราที่ถูกกล่าวหาจึงกลายมาเป็นตำนานในปัจจุบันที่หลายคนหวาดกลัว ทั้งนี้เรื่องราวของตำนานโชคร้ายของ ”แมวดำ” มันอาจจะเจอโชคดีหรือโชคร้ายก็อยู่ที่ตัวเรา อย่าโทษแมวเลยเนอะ

14 March 2018

สุดยอดตำนานผีไทย ผีแม่นาค

เรื่องเล่ามีสามีภรรยาหนุ่มสาวคู่หนึ่ง อาศัยอยู่ด้วยกันที่ย่านพระโขนง สามีชื่อนายมาก ส่วนภรรยานั้นชื่อนางนาค ทั้งสองได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันจนนางนาคตั้งครรภ์อ่อนส่วนนายมากก็มีหมายเรียกให้ไปเป็นทหารประจำการที่บางกอก นางนาคจึงต้องอยู่ตามลำพัง เวลาผ่านไป ท้องของนางนาคก็ยิ่งโตขึ้นเรื่อยๆ จนถึงครบกำหนดคลอด หมอตำแยก็มาทำคลอดให้ แต่ลูกของนางนาคไม่ยอมกลับหัวและไม่คลอดออกมาตามธรรมชาติ ยังผลให้นางนาคเจ็บปวด และในที่สุดนางนาคก็ทนความเจ็บปวดไว้ไม่ไหว สิ้นใจไปพร้อมกับลูกในท้อง กลายเป็นผีตายทั้งกลม หลังจากนั้นศพของนางนาคได้ถูกนำไปฝังไว้ยังป่าช้าท้ายวัดมหาบุศย์ ส่วนนายมากเมื่อปลดประจำการก็กลับจากบางกอกมายังบางพระโขนงโดยที่ยังไม่รู้ความว่าเมียของเขาได้เสียชีวิตแล้ว นายมากกลับมาถึงในเวลาเข้าไต้เข้าไฟพอดี จึงไม่ได้พบชาวบ้านเลย เนื่องจากบริเวณบ้านของนางนาค หลังจากที่นางนาคตายไปก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เพราะกลัวผีนางนาคซึ่งต่างก็เชื่อกันว่าวิญญาณของผีตายทั้งกลมนั้นเฮี้ยน และมีความดุร้ายเป็นยิ่งนัก ครั้นเมื่อนายมากกลับมาอยู่ที่บ้าน นางนาคก็คอยพยายามรั้งนายมากให้อยู่ที่บ้านตลอดเวลา ไม่ให้ออกไปพบใคร เพราะเกรงว่านายมากจะรู้ความจริงจากชาวบ้าน นายมากก็เชื่อเมีย เพราะรักเมีย ไม่ว่าใครที่มาพบเจอนายมากจะบอกนายมากอย่างไร นายมากก็ไม่เชื่อว่าเมียตัวเองตายไปแล้ว จนวันหนึ่งขณะที่นางนาคตำน้ำพริกอยู่บนบ้าน นางนาคทำสากตกลงไปใต้ถุนบ้าน ด้วยความรีบร้อน นางจึงเอื้อมมือยาวลงมาจากร่องบนพื้นเรือนเพื่อเก็บสากที่อยู่ใต้ถุนบ้าน นายมากขณะนั้น บังเอิญผ่านมาเห็นพอดี จึงปักใจเชื่ออย่างเต็มร้อย ว่าเมียตัวเองเป็นผีตามที่ชาวบ้านว่ากัน นายมากวางแผนหลบหนีผีนางนาค โดยการแอบเจาะตุ่มใส่น้ำให้รั่วแล้วเอาดินอุดไว้ ตกกลางคืนทำทีเป็นไปปลดทุกข์เบา แล้วแกะดินที่อุดตุ่มไว้ให้น้ำไหลออกเหมือนคนปลดทุกข์เบา จากนั้นจึงแอบหนีไป นางนาคเมื่อเห็นผิดสังเกตจึงออกมาดู ทำให้รู้ว่าตัวเองโดนหลอก จึงตามนายมากไปทันที นายมากเมื่อเห็นผีนางนาคตามมาจึงหนีเข้าไปหลบอยู่ในดงหนาด นางนาคไม่สามารถทำอะไรได้เพราะผีกลัวใบหนาด นายมากหนีไปพึ่งพระที่วัด นางนาคไม่ลดละพยายาม ด้วยความที่เจ็บใจชาวบ้านที่คอยยุแยงตะแคงรั่วผัวตัวเองอีกประการหนึ่ง ทำให้นางนาคออกอาละวาดหลอกหลอนชาวบ้านจนหวาดกลัวกันไปทั้งบาง ซึ่งความเฮี้ยนของนางนาค ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ถูกฝังไว้ระหว่างต้นตะเคียนคู่นั่นเอง ในที่สุด นางนาคก็ถูกหมอผีฝีมือดีจับใส่หม้อถ่วงน้ำ…

read more