19 June 2018

3 ข้ออ้างสำหรับคนที่ไม่อยากออกกำลังกาย พร้อมวิธีแก้ปัญหา

ใครๆก็รู้ว่า การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ แถมยังช่วยให้รูปร่างดีอีกด้วย แต่เหตุใดถึงยังมีผู้ที่พยายามหลีกเลี่ยงกายออกกำลังกายอยู่ เพราะแต่ละคนต่างมีข้ออ้างเป็นของตัวเองนั่นเอง โดยข้ออ้างนั้นจะเป็นอะไรบ้าง เรามาค้นหาพร้อมกับหาวิธีแก้ไขกันดีกว่าค่ะ 1. ขาดแรงจูงใจ ในเมื่อกำลังใจไม่มาแล้ว ก็อย่าหวังว่าอย่างอื่นจะตามมาด้วย คนหลายคนขาดแรงบันดาลใจหรือแรงกระตุ้นที่มีพลังมากพอ จึงทำให้ไม่สามารถริเริ่มออกกำลังกายได้ หรือบางคนที่เริ่มออกไปแล้วแต่พอเหนื่อยก็หมดกำลังใจไปในที่สุด ฃวิธีแก้ไขพยามยามตั้งเป้าหมายที่เป็นเรื่องที่สำคัญของตัวเอง นอกจากนี้ยังควรเป็นเป้าหมายที่สามารถวัดผลได้ชัด เช่น ซื้อชุดสวยมาสักชุด และตั้งเป้าไว้ว่าฉันจะต้องใส่ชุดนี้ให้ได้ภายใน 6 เดือน เป็นต้น นอกจากนี้ ควรหากลุ่มเพื่อที่จะไปออกกำลังกายด้วยกัน เพื่อทำให้การออกกำลังกายเป็นเรื่องสนุกมากขึ้น 2. ไม่มีเวลา คำว่า ไม่มีเวลา นี้ เป็นคำที่ถูกใช้กันบ่อยมากสำหรับคนที่ไม่อยากออกกำลังกาย ซึ่งความจริงแล้วการออกกำลังกายไม่ได้กินเวลานานมากนัก เพียงแค่ 30 นาทีต่อวันก็เพียงพอที่จะทำให้สุขภาพแข็งแรงและรูปร่างดีได้แล้ววิธีแก้ไข บริหารเวลาใหม่ โดยพยามยามจัดให้มีเวลาสำหรับออกกำลังกายสัก 30 นาทีต่อวัน ซึ่งคุณสามารถทำได้โดยการตื่นให้เช้าขึ้นสักครึ่งชั่วโมง เนื่องจากการออกกำลังกายในตอนเช้าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด 3. เสียดายเงิน หลายคนเข้าใจผิดว่าการออกกำลังกายต้องใช้เงินเพื่อเสียค่าเข้าไปออกกำลังกายใน ฟิตเนส หรือต้องเสียค่าอุปกรณ์แพงๆมาใช้ที่บ้าน แต่ความจริงแล้วไม่จำเป็นเลยวิธีแก้ไข ข้อนี้แก้ง่ายมาก เพียงแค่เลือกวิธีง่ายๆ อย่างวิ่งออกกำลักายในหมู่บ้าน หรือสวนสาธารณะ นอกจากนี้ ยังสามารถเปิดดูคลิปออกกำลังกายทียูทูปและทำตามที่บ้านได้ง่ายๆอีกด้วย Credit :…

read more

15 June 2018

ออกกำลังกายผิด ชีวิตเปลี่ยน กับ 3 วิธีการออกกำลังกายผิดวิธีที่คุณอาจไม่เคยรู้

โดยรวมแล้ว การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีต่อร่างกายอย่างมากเนื่องจากจะช่วยปรับสมดุลการทำงานของร่างกาย และยังทำให้อวัยวะต่างๆรวมถึงกล้ามเนื้อมีความแข็งแร่งมากขึ้นด้วยแต่การออกกำลังกายเพื่อการลดน้ำหนัก หลายครั้งเป็นการปฏิบัติแบบผิดวิธีซึ่งอาจส่งผลเสียในภายหลัง วันนี้เรานำคำเตือนดีๆ 3 ข้อมาฝาก เพื่อให้ทุกคนหุ่นดีได้แบบไม่ต้องกลัวพลาดค่ะ 1. ออกกำลังกายแบบท้องว่าง หลายคนที่โฟกัสการออกกำลังกายเพื่อให้เผาผลาญไขมันในร่างกายจึงมีความเชื่อแบบผิดๆว่าหากไม่ทานอะไรเลย ร่างกายก็จะดึงไขมันสะสมออกมาใช้ ซึ่งความจริงก็ถูกค่ะแต่ไม่ถูกทั้งหมด เพราะหลังจากที่ร่างกายดึงไขมันออกมาระยะหนึ่งแล้ว ก็จะดึงกล้ามเนื้อออกมาใช้ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะทำให้มวลกล้ามเนื้อในร่างกายลดลงแถมยังอาจเป็นลมเป็นแล้ง ระหว่างออกกำลังกายได้ด้วยค่ะ 2. ออกกำลังกายเฉพาะส่วน มีหลายคนที่เชื่อว่าการฟิตกล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งแล้วจะทำให้ส่วนนั้นเล็กลงขอบอกว่าเป็นความเชื่อที่ผิดค่ะ โดยเฉพาะพวกที่ซิตอัพเพื่อให้มีเอวคอดนั้นหากคุณซิตอัพเพียงอย่างเดียวคุณจะได้ซิกแพกพร้อมกับเอวหนาๆกลับมาแทน เพราะกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องจะเพิ่มขึ้นอย่างมากทางที่ดีควรออกกำลังกายให้ครบทุกส่วนเพื่อให้ได้รูปร่างที่สวยงามแบบสมส่วนดีกว่าค่ะ 3. ออกกำลังกายโดยไม่มีการวอร์ม หรือ ยืดกล้ามเนื้อ การออกกำลังกายที่ถูกต้องจะต้องวอร์มอัพก่อนออกกำลังกายหนักๆอยู่เสมอไม่เช่นนั้นจะมีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้ เพราะทำให้หัวใจทำงานหนักอย่างรวดเร็วเกินไปโดยไม่มีการเตรียมพร้อมล่วงหน้า ขณะที่หลังจากการออกกำลังกายต้อง ตามด้วยการยืดกล้ามเนื้อเพื่อให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและป้องกันการเป็นตะคริวค่ะ Credit : https://www.fitnessmagazine.com

13 June 2018

ลดน้ำหนักฉบับเร่งด่วน ดีจริงหรือไม่

มีสาวๆจำนวนมากที่มาถามหาสูตรลดความอ้วนแบบ 3 วัน 5 วัน หรือ 7 วันเพื่อหวังจะลดน้ำหนักกัน 5 – 10 กิโลกรัม ในช่วงเวลาสั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการใช้สูตรลดความอ้วนฉบับเร่งด่วนเหล่านี้ส่งผลเสียต่อร่างกายหลายประการ นอกจากนี้ วิธีดังกล่าวยังไม่ใช่การลดน้ำหนักแบบยั่งยืนอีกด้วย รู้หรือไม่ว่า วิธีการลดน้ำหนักแบบเร่งด่วนพวกนี้ส่วนใหญ่มักให้รับประทานอาหารในแต่ละมื้อในจำนวนน้อยมากๆ เช่น ขนมปัง 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟอง กาแฟดำ เป็นต้น แม้ว่าอาหารที่กล่าวมาจะเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แต่ก็ทานในปริมาณที่น้อยเกินไปซึ่งอาจส่งผลให้น้ำหนักลดอย่างรวดเร็วในช่วงแรกแต่จะตามมา ด้วยผลเสียอย่างคาดไม่ถึงเลยค่ะ โดยปกติแล้ว ร่างกายจะต้องใช้พลังงานขั้นต่ำที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตเช่น พลังงานเพื่อการทำงาน ของอวัยวะต่างๆในร่างกาย พูดง่ายๆว่าต่อให้นอนอยู่เฉยๆก็ยังต้องใช้พลังงานจำนวนนี้ ดังนั้นการที่ร่างกายรับพลังงานเข้าไปน้อยกว่าพลังงานขั้นต่ำที่ต้องการย่อมส่งผลเสียแน่นอน อย่างแรกคือ ทำให้ระบบการเผาผลาญลดลงร่างกายจะเข้าสู่โหมดการอดอาหารซึ่งจะทำให้ลดการเผาผลาญเพื่อให้ร่างกายอยู่รอด ดังนั้นเมื่อกลับมากินอาหารเป็นปกติอีกครั้งก็จะทำให้ร่างกายอ้วนขึ้นเร็วกว่าเดิม หรือที่เรียกว่า โยโย่เอฟเฟคนั่นเอง ผลเสียอีกอย่างหนึ่งของการทานอาหารน้อยเกินไป ก็คือการสูญเสียกล้ามเนื้อ เพราะเมื่อร่างกายได้รับพลังงานน้อยเกินไป จะเผาผลาญพลังงานจากไขมันที่สะสม รวมทั้งพลังงานจากกล้ามเนื้อด้วยเมื่อกล้ามเนื้อถูกดึงไป เป็นพลังงานจะทำให้ระบบการเผาผลาญลดลงเช่นกันซึ่งเป็นอีกสาเหตุของโยโย่เอฟเฟค ความจริงแล้ว ไม่มีวิธีใดในโลกที่จะช่วยให้เราหุ่นดีในพริบตาได้นอกจากการกินอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ซึ่งจำเป็นต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไปค่ะ Credit : https://www.rd.com

12 June 2018

สุขภาพดี อารมณ์แจ่มใสไปกับการวิ่ง

การวิ่ง ถือเป็นกิจกรรมการออกกำลังกายที่ดีต่อสุขภาพอย่างมาก แถมยังสามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยประโยชน์ของการวิ่งจะช่วยให้ระบบการทำงานของร่างกายทำงานดีขึ้น สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ นอกจากนี้ การวิ่งยังช่วยให้รู้สึกสบายใจและอารมณ์ดีขึ้น บางการศึกษาพบว่าการวิ่งจะช่วยรักษาโรคเครียด และโรคซึมเศร้าได้อีกด้วย ทั้งนี้ การวิ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆประเภทแรก คือผู้ที่วิ่งเพื่อรักษาสุขภาพ โดยคนกลุ่มนี้มักเป็นผู้สูงอายุ หรือ คนวัยหนุ่มสาวที่อยากรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงประเภทที่สอง คือผู้ที่วิ่งเพื่อลดความอ้วน คนกลุ่มนี้อาจต้องวิ่งเป็นระยะทางไกลกว่ากลุ่มแรก เพื่อเบริ์นไขมันในร่างกายและรักษารูปร่างประเภทที่สาม คือกลุ่มที่วิ่งเพื่อการแข่งขัน หรือพวกนักกีฬาซึ่งกลุ่มนี้จะออกกำลังกายหนักกว่าคนทั่วไป ต้องฝึกซ้อมอยู่เป็นประจำและตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้ว่า การวิ่งจะเป็นกีฬาที่ดี แต่ก็อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่ายหากไม่ระวัง โดยเฉพาะบริเวณข้อเท้า และหัวเข่า ดังนั้น ผู้วิ่งเพื่อรักษาสุขภาพและลดน้ำหนัก จึงควรวิ่งแบบค่อยเป็นค่อยไป และค่อยๆเพิ่มระยะทางไม่ควรหักโหมวิ่งเป็นระยะทางไกลในครั้งแรกและหากมีอาการผิดปกติต้องรีบหยุด และปรึกษาแพทย์ทันที สำหรับผู้สูงอายุอาจต้องระวังเรื่องข้อเข่าและข้อเท้าเป็นพิเศษ หากลองวิ่งแล้วรู้สึกเจ็บ ควรเปลี่ยนเป็นการเดินเร็วเพื่อลดการกระแทก นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจก็ไม่ควรหักโหมวิ่งเร็วๆเช่นกัน และควรวิ่งอย่างค่อยเป็นค่อยไปและหยุดพักเมื่อเริ่มเหนื่อย สำหรับระยะทางในการวิ่งมีตั้งแต่ระดับเริ่มต้นคือ 75 นาทีต่อสัปดาห์ จนถึง 150 นาทีต่อสัปดาห์สำหรับผู้เริ่มต้น โดยต้องสังเกตอาการของตัวเองให้ดี ก่อนค่อยๆเพิ่มระดับไปเรื่อยๆ Credit : http://www.classical-music.com

25 January 2018

ควบคุมน้ำหนักกับ 7 เทคนิคแบบง่ายๆเพียงแค่มีวินัยที่ดี

การลดน้ำหนักด้วยเทคนิคต่างๆนานา อาจเป็นเรื่องยุ่งยาก โหดร้าย ทำลายความรู้สึก เพราะยังคงติดการใช้ชีวิตแบบเดิมๆอยู่ แถมยังลองมาก็หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่สำเร็จสักที ควบคุมอาหารก็แล้ว ออกกำลังกายก็แล้ว ต่อไปนี้จะเป็นเทคนิคเล็ก ๆ ที่ถ้าตั้งใจทำ รับรองว่าลดน้ำหนักได้อย่างที่ใจต้องการแน่ ๆ 1.พยายามทานอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ เช้า กลางวัน และ เย็น ให้เป็นเวลา และควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารว่างระหว่างมื้อ  ถ้าหิวให้หาเครื่องดื่มที่มีพลังงานต่ำหรือเครื่องดื่มที่ไม่มีพลังงานได้ยิ่งดี เช่น น้ำสมุนไพร พวก น้ำตะไคร้ น้ำใบเตย (ไม่ต้องเติมน้ำตาล) น้ำเปล่า จะช่วยลดความหิวลงได้ 2.หลาย ๆ คนจะชอบงดการทานอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง เพราะเชื่อว่าจะช่วยลดน้ำหนักได้ แต่หารู้ไม่ว่าเป็นความคิดที่ผิดเพราะการงดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง จะไปทำให้เราทานมากขึ้นในมื้อต่อไป และทำให้ระบบเผาผลาญของร่างกายเราเสื่อมประสิทธิภาพ 3.ควรบริหารเวลาการทานอาหารเช้า กลางวัน และเย็น  ทั้ง 3 มื้อให้เหมาะสม และควรเลี่ยงการทานอาหารช่วงหลัง 6 โมงเย็นเป็นต้นไป โดยเฉพาะกลางคืน 4.ควรงดเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์เป็นเครื่องดื่มที่ 1 กรัมมีพลังงานมากถึง 7 แคลอรี่…

read more

22 January 2018

ออกกำลังกายแบบไหนที่ผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมควรทำ

แน่นอนว่าการออกกำลังกายนั้นดีต่อสุขภาพของตัวเราเองเป็นอย่างมาก แต่สำหรับคนที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมล่ะจะทำยังไงให้หายจากโรคนี้ได้ ยิ่งถ้าผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้แล้วไม่ยอมทำอะไรเพื่อบริหารหัวเข่าก็ยิ่งจะทำให้เป็นหนักกว่าเดิม เพราะฉะนั้นวันนี้ ทางเรามีวีธีการออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมมาเล่าให้ฟังกันมีดังนี้ 1.การเดิน ถึงแม้จะเป็นวีธีการออกกำลังกายแบบง่าย ๆ แต่มันก็อาจจะเป็นวิธีการออกกำลังกายที่ดีสำหรับคนที่ป่วยเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม เพราะผู้ป่วยประเภทนี้จำเป็นที่ต้องการบริหารกล้ามเนื้อบริเวณนั้นเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่ควรที่จะหักโหมมากจนเกินไปเพราะจะทำให้เกิดการอักเสบมากกว่าเดิม และควรเดินอย่างน้อยวันละ 30 นาที 2.ว่ายน้ำ หรือออกกำลังกายในน้ำ การออกกำลังกายโดยการว่ายน้ำนั้นเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด เพราะว่าน้ำจะคอยประคองน้ำหนักของตัวเราได้เป็นอย่างดี ซึ่งการว่ายน้ำนั้นจะช่วยให้กล้ามเนื้อเราแข็งแรงไม่ทำให้ข้อต่อเราได้รับบาดเจ็บและจะช่วยในการบริหาร หลัง สะโพก และข้อเข่า 3.ปั่นจักรยาน โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่ไม่สามารักษาให้หายขาดได้ แต่แน่นอนว่าหากคนที่เป็นโรคนี้แล้วส่วนใหญ่ก็มักจะอยู่นิ่ง ๆ ไม่ยอมที่จะขยับหรือเคลื่อนที่ทำอะไรเหมือนแต่ก่อน และการปั่นจักรยานนั้นเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยบรรเทาอาการของคนที่เป็นโรคนี้ได้ จากคำบอกเล่าของแพทย์ ถ้าจะใช้วิธีนี้ในการออกกำลังกายควรเลือกจักรยานที่อานสูงๆหน่อย เพื่อจะได้ลดแรงเสียดทานกระดูกบริเวณเข่า 4.การยืดกล้ามเนื้อ วิธีนี้สามารถทำให้ผู้ป่วยในโรคข้อเข่าเสื่อมมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะช่วยประคองน้ำหนักของตัวเรา เพราะถ้าเกิดว่ากล้ามเนื้อของเราอ่อนแอลงข้อต่อต่าง ๆ ก็จะรับหน้าที่หนักขึ้น ดังนั้นถ้าหากว่าต้องการออกกำลังกายด้วยการฝึกยืดกล้ามเนื้อ ก็ควรที่จะปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อที่แพทย์จะได้ดูแลอย่างใกล้ชิดและจะได้ยืดกล้ามเนื้อได้อย่างถูกวิธี