19 June 2018

Operation Red Sea บู๊ล้างผลาญเต็มขั้นในแบบของหนังฮ่องกง

Operation Red Sea หรือในชื่อไทยว่า ยุทธภูมิทะเลแดง ถือเป็นหนังแอ๊คชั่นแนวยิงกราด ระเบิดตูมตาม ซึ่งถือเป็นหนังฟอร์มยักษ์ของฮ่องกง ที่การันตีคุณภาพด้วยการสามารถกวาดรายได้ไปกว่า 600 ล้านเหรียญ และสามารถเองชนะสถิติในประเทศจีนขึ้นแซงหนังฟอร์มยักษ์จากสหรัฐอเมริกาอย่าง Averngers : Infinify War ได้ เพียงแค่นี้ก็พอจะทราบแล้วว่าไม่สามารถสบประมาทหนังจีนฮ่องกงเรื่องนี้ได้แน่นอน Operation Red Sea เป็นเรื่องของหน่วยรบพิเศษที่มีชื่อว่า เจียวหลง ซึ่งเป็นกองกำลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยทหารที่มีความสามารถมาก โดยในครั้งนี้ กองกำลังเจียวหลงมีภารกิจในการช่วยเหลือชาวจีนให้อพยพหนีจากประเทศแห่งหนึ่ งในแอฟริกาเหนือซึ่งกำลังอยู่ในช่วงของการรัฐประหารและเกิดสงครามขึ้นในประเทศ โดยทหารของกองกำลังเจียวหลงต้องทำการช่วยเหลือพลเมืองและตัวประกันชาวจีนให้ ปลอดภัย พร้อมกับต้องต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายที่มีทั้งอาวุธอันตรายและอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งทำให้ผู้ชมต้องร่วมลุ้นไปว่า ในสถานการณ์ที่แม้แต่การเอาชีวิตรอดยังยาก เหล่าทหารพิเศษจะสามารถช่วยเหลือผู้คนให้ปลอดภัยด้วยได้อย่างไร นอกจากนี้ ยังเป็นที่น่าสนใจอีกว่า การปูเนื้อเรื่องออกมายิ่งใหญ่อลังการขนาดนี้ ทางด้านโปรดักชั่นจะสามารถทำให้ใหญ่ตามได้หรือไม่ ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็ไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวัง เพราะไม่ว่าจะเป็นฉากแอ๊กชั่นก็ทำออกมาได้ยิ่งใหญ่อลังการสมกับเป็นงานยักษ์ เรียกว่ามีระเบิด มีกระสุนอะไรก็งัดออกมาใช้ให้หมดแบบไม่หวง นอกจากนี้ยังอาจมีฉากโหดๆที่อาจจะต้องปิดตาดูกันเลยทีเดียว เพราะทำออกมาได้สมจริงสมจังอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของเรื่องคือด้านบทและนักแสดงซึ่งอาจทำออกมาได้ไม่อินเท่าไหร่นัก ขณะที่นักแสดงก็เล่นได้ไม่ค่อยเต็มทีกับอารมณ์ แต่หากใครที่เป็นแฟนหนังบู๊ประเภทเอามันเข้าว่า Operation Red Sea ก็น่าจะเป็นอีกเรื่องที่ถูกใจ Credit : http://europe.chinadaily.com.cn

19 June 2018

สัมผัสกับความรักที่ควรค่าแก่การรอคอยไปกับ The 8-Years Engagement

The 8-Years Engagement หรือในชื่อไทยว่า บันทึกน้ำตารัก 8 ปี ภาพยนตร์ญี่ปุ่นแนวโรแมนติกดราม่า ที่ทำออกมาได้ละเมียดละไมและสร้างกำลังใจให้กับผู้ชมอย่างยิ่ง นอกจากนี้ หากใครทราบว่า บันทึกน้ำตารัก 8 ปี นี้มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้น คงจะยิ่งอินกับภาพยนตร์มากขึ้นไปอีก โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นเรื่องของคู่รักซึ่งคบหากันมานานจนกระทั่งวางแผนที่จะแต่งงานกัน ซึ่งวันแต่งงานใกล้เข้ามาแล้วถึงขั้นว่าได้ลงทะเบียนจองวันแต่งงานกับทางโบสถ์เอา ไว้ ทุกสิ่งดูเหมือนจะดำเนินไปอย่างสวยงาม จนกระทั่งวันหนึ่งที่ผู้เป็นเจ้าสาวมาอิ ล้มป่วยลงด้วยโรคประหลาด ซึ่งทำให้เธอต้องกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา และไม่รู้ว่าจะมีโอกาสฟื้นขึ้นมาอีกหรือไม่ ทางด้านว่าที่เจ้าบ่าวอย่าง ฮิซาชิ ตัดสินใจที่จะอยู่ดูแลมาอิต่อไป เพื่อรอวันที่เธอจะฟื้นขึ้นมาหาเขาอีกครั้งด้วยใจที่แน่วแน่ ฮิซาชิดูแลมาอิอย่างดีเป็นเวลาปีกว่าๆ จนในที่สุด ความหวังของเขาก็เป็นผล เมื่อมาอิ ฟื้นขึ้นมา แต่ฮิซาชิก็ต้องพบกับข่าวร้ายที่ว่า มาอิสูญเสียความทรงจำไปถึง 8 ปี นั่นหมายถึงแทบไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับตัวเขาหลงเหลืออยู่เลย เรื่องราวของหนังไม่ได้มีอะไรที่คาดเดาได้ยากนัก เพราะเจ้าบ่าวยังคงเชื่อมั่นในความรักและตัดสินใจที่จะทำทุกอย่างเพื่อฟื้นความ ทรงจำความรักระหว่างเขากับมาอิ ซึ่งความทรงจำที่สูญหายไปถึง 8 ปี นั้นมีเรื่องราวความรักของเขาอยู่มากมาย แต่สิ่งที่ดึงดูดคนดูให้เสียน้ำตาได้นั้น คือการแสดงความรักของฮิซาชิที่มีต่อมาอิ ทั้งทางด้านสายตาและการกระทำ โดยไม่ต้องใช้คำพูดอะไรมาก ใครที่เป็นแฟนหนังโรแมนติกซึ้งๆไม่ควรพลาดที่จะเข้าไปสัมผัสความรักที่อบอุ่น และละเอียดอ่อนของหนังเรื่องนี้ Credit : pantip.com

18 June 2018

Hotel Artemis ปูเรื่องมากลมกล่อม แต่ปรุงแต่งได้ไม่แซ่บนัก

Hotel Artemis หรือในชื่อไทยว่า โรงแรมโคตรมหาโจร เป็นหนังแนวลุ้นระทึก หักเหลี่ยมโจรที่ได้นักแสดงชื่อดังอย่าง โจดี้ ฟอสเตอร์ มารับบทนำหลักของหนังเรื่องนี้ โดยเป็นเรื่องราวของโรงแรมแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า Artemis ซึ่งโฉมหน้ภายนอกก็ดูเหมือนจะเป็นโรงแรมทั่วไป แต่มีเพียงเหล่าอาชญากรระดับประเทศเท่านั้นที่รู้ว่า ภายในโรงแรมแห่งนี้แท้จริงแล้วคือโรงพยาบาลสำหรับพวกอาชญากรที่เป็นสมาชิก ซึ่งการดำเนินงานของโรงพยาบาล Artemis นี้ มีกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดเนื่องจากจะต้องดูแลการบาดเจ็บของเหล่าอาชญากร ในตอนแรกทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเป็นปกติ จนวันหนึ่งที่มีอาชญากรระดับหัวหน้าใหญ่ของผู้ก่อการร้ายเข้ามาพักรักษาตัว ความวุ่นวายภายในโรงพยาบาลก็เริ่มเกิดขึ้น เนื่องจากภายในโรงพยาบาลแห่งนี้ยังมีผู้ป่อนที่ลอบเข้ามาเพื่อทำหน้าที่สังหารหัวหน้ าอาชญากรคนนี้โดยเฉพาะ สำหรับ โจดี้ ฟอสเตอร์นั้น ในเรื่องนี้รับบทเป็นพยาบาลซึ่งเป็นผู้ดูแลทุกๆอย่างของโรงพยาบาลแห่งนี้ แต่หนังกลับไม่ได้ทำให้โจดี้ ฟอสเตอร์โชว์พลังได้สมกับการนำเธอมาแสดงเรื่องนี้นัก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากๆ เพราะการเล่าเรื่องของตัวละครนี้ทำออกมาไม่น่าสนใจนัก ความจริงพล็อตหลักของหนังนั้น ทำออกมาได้น่าสนใจ ด้วยความที่สามารถหาเรื่องราวมาสร้างประเด็นได้อย่างแปลกใหม่ แต่หนังก็ทำให้คนดูผิดหวังเช่นกันด้วยความที่เนื้อหากลับทำได้ไม่สุดสักเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นความบู๊แอ๊คชั่นที่หากดูจาก Trailer แล้วอาจคิดว่าหนังเรื่องนี้ต้องบู๊ล้างผลาญแน่ แต่เอาเข้าจริงกลับมีฉากแอ็คชั่นเพียงเล็กน้อย ประปราย อาจเป็นเพราะผู้กำกับต้องการผูกปมของหนังเอาไว้เยอะเกินไปในช่วงต้น ทำให้การคลี่คลายปมต่างๆในภายหลังจึงออกมาดีบ้าง ไม่ดีบ้าง เป็นที่น่าเสียดายว่า หากขยี้ประเด็นต่างๆได้หนักกว่านี้หนังคงจะสนุกมากขึ้น

15 June 2018

รีวิว “First Man” เรื่องราวที่สร้างจากชีวิตของนีล อาร์มสตรอง

First Man ผู้กำกับ : เดเมียน ชาเซล นักแสดง : แคลร์ ฟอย, จอน เบิร์นธาล, ไรอัน กลอสลิ่ง ประเภท : Adventure Film , Biographical film , Drama ค่ายภาพยนตร์ : First Man/United International Pictures Thailand กำหนดฉาย : 11 ตุลาคม 2018            โปรเจคท์หนังชีวประวัติของ นีล อาร์มสตรอง นักบินอวกาศคนแรกที่เป็นผู้ฝากรอยเท้าบนดวงจันทร์ ได้กลายมาเป็นภาพยนตร์ดราม่าที่ใคร ๆ ต่างให้ความสนใจ ภายใต้ผู้กำกับ เดเมียน แชเซลล์ จากเรื่อง La La Land ในหนังชีวประวัติที่มีชื่อว่า First Man และในหนังเรื่องนี้ยังได้ ไรอัน กอสลิ่ง…

read more

15 June 2018

Kids on the Slope หวานใสไปกับดนตรีของรักครั้งแรก

Kids on the Slope หรือในชื่อไทยว่า เพลงแรก รักแรก จูบแรกเป็นภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่เคย เผยแพร่ออกมาแล้วในรูปแบบของมังงะและการ์ตูนแอนิเมชั่น โดยเป็นเรื่องราวความรักของเด็กหนุ่มสาวสไตล์ญี่ปุ่นที่ถ่ายออกมาผ่านเสียงดนตรีที่สวยงาม ถือเป็นภาพยนตร์ความรักที่ตราตรึงในความรู้สึกของผู้ชมได้ไม่น้อยเรื่องราวของ Kids on the Slope เริ่มต้นขึ้นจากเด็กหนุ่มที่ชื่อ นิชิมิ คาโอรุซึ่งย้ายมากอยู่โรงเรียนในเมืองนางาซากิ ซึ่งอยู่ในชนบท แต่ที่นี่กลับทำให้เขาได้พบกับคาวาบุชิ เซ็นทาโร่ ซึ่งเป็นขาโจ๋ของโรงเรียนแต่เหตุการณ์ต่างๆก็ทำให้พวกเขา ได้มาเป็นเพื่อนสนิทกันและได้ก่อตั้งวงดนตรีแจ๊สขึ้น โดยมีนักเรียนหญิงสาวสวยอย่างริตสึโกะมาเข้ากลุ่มด้วย หนังได้ถ่ายทอดความรู้สึกของรักครั้งแรกที่มีรสหวานปนขมได้ออกมาหลายมุมมองแถมยังแอบใส่ความวายลงไปในหนังได้อย่างลงตัว นอกจากนี้หนังยังได้ถ่ายทอดความรู้สึกโดยเทน้ำหนักไปที่เสียงดนตรีค่อนข้างมากซึ่งนี่ถือเป็นการทดสอบความสามารถ ของนักแสดงเป็นอย่างดี ซึ่งผู้รับบทเป็นคาโอรุ ซึ่งเป็นนักเปียโนผู้อ่อนโยน ขณะที่ไทชิ รับบทมือกลองผู้มีความแข็งแกร่งก่อให้เกิดเสียงดนตรีทีผสมผสาน ออกมาได้อย่างลงตัวทั้งภาพและเสียง นอกจากทักษะการเล่นดนตรีแล้วนักแสดงยังถือว่าเอาอยู่ในบทที่ต้องแสดงอารมร์ผ่านสายตาไม่ว่าจะเป็นอารมณ์สุข หรือว่าทุกข์โดยเฉพาะกับนักแสดงหญิงที่รับบทริตสึโกะที่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกของรักครั้งแรก ของหญิงสาวได้เป็นอย่างดี โดยความกลมกล่อมของการแสดงประกอบกับเสียงดนตรีแจ๊สเพราะๆ น่าจะพาคนดูให้หวนนึกไปถึงความรักครั้งแรกของตัวเองและอินไปกันหนังได้ไม่ยาก คอหนังโรแมนติกดราม่าไม่ควรอย่างมากที่จะพลาดชมเรื่องนี้ Credit : https://aramajapan.com

13 June 2018

Hereditary กรรมพันธุ์นรก หนังสยองขวัญที่สุดของปีนี้

ถือว่าปีนี้ยังไม่ค่อยมีหนังสยองขวัญที่ทำออกมาได้ถึงใจคนดูสักเท่าไหร่ จนในช่วงกลางปีนี้ที่คนดูได้สัมผัสกับ Hereditary กรรมพันธุ์นรกที่ผู้ชมต่างชาติต่างยกให้เรื่องนี้เป็นหนังที่สยองขวัญที่สุดของปี นี้ถึงกับมีคำเตือนว่าใครที่เป็นโรคหัวใจหรือโรคซึมเศร้าไม่ควรเข้าชมภาพยนตร์เรื่องนี้เลยทีเดียว Hereditary เป็นเรื่องราวของครอบครัว Grahamซึ่งอยู่ๆก็ได้เสียคนสำคัญของครอบครัวอย่างผู้เป็นยายไป ซึ่งคนในครอบครัวต่างโศกเศร้ากับเรื่องนี้เป็นอย่างมากแต่หลังจากการเสียชีวิตของคุณยาย ภายในบ้านก็เริ่มมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นโดยครอบครัว Graham ประกอบด้วยสมาชิกสี่คน คือ สตีฟ ผู้เป็นพ่อ แอนนี่ผู้เป็นแม่และเป็นลูกสาวของคุณยาย ปีเตอร์ลูกชายที่กำลังอยู่ในช่วงวันรุ่นและชาร์ลี ลูกสาวอายุ 13 ที่มีสภาพจิตไม่ค่อยปกตินัก โดยเรื่องราวแปลกประหลาดหลายอย่างที่เกิดขึ้นในครอบครัวทำให้แอนนี่เริ่มต้นสืบค้นเรื่องราวของแม่เธอ จากนั้นจึงพบความจริงบางอย่างอันน่าสะพรึงกลัวแถมยังนำพาความสยดสยองมาให้ครอบครัวอย่างไม่สามารถแก้ไขได้ การเล่าเรื่องขอหนังถือว่าค่อยๆไต่ระดับความตึงเครียดขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงขีดสุดแบบระดับเกินร้อย เรียกได้ว่าบรรยากาศที่บีบคั้น หม่นหมองประกอบกันดนตรีประกอบ รวมทั้งเนื้อหาที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นจนอาจทำให้คนดูขวัญอ่อนถึงกับช็อคได้เลยทีเดียว โดยนอกจากเนื้อเรื่องที่ปูความสยองมาอย่างดีแล้วซึ่งต้องยกความดีให้กับผู้กำกับแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเรื่องนี้เลยคือ นักแสดง โทนี่ คอลเล็ตต์ ผู้รับบทแอนนี่ ที่เป็นจุดศูนย์กลางซึ่งรับบทหนังที่สุดในเรื่องถือว่าเอาบทได้อยู่หมัด เธอแสดงให้เห็นถึงความพยายามแก้ไขปัญหาของแอนนี่จนถึงจุดที่ทำให้เธอเปลี่ยนแปลงไปจนถึงขั้นวิปลาสมากขึ้นทุกที นอกจากนี้นักแสดงคนอื่นก็สร้างองค์ประกอบได้อย่างลงตัว ถือว่าคอหนังสยองขวัญแบบโหดๆ พลาดไม่ได้สำหรับเรื่องนี้ Credit : http://www.digitalspy.com

12 June 2018

รีวิว Down a Dark Hall หนังแฟนตาซี/ระทึกขวัญจากผกก.คอร์เตส

Down a Dark Hall หมวดหมู่ : ชีวิต / แฟนตาซี / ระทึกขวัญ ผู้กำกับ : ร็อดริโก คอร์เตส นักแสดง : อิซาเบล เฟอร์แมน, อูมา เธอร์แมน, แอนนาโซเฟีย ร็อบ วันที่เข้าฉาย : 13 กันยายน 2018             ภาพยนตร์ดัดแปลงจากนวนิยายลี้ลับเหนือจริง ในปี 1974 ของโลอิส ดันแคน ได้ถูกดัดแปลงมาเป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญ ภายใต้ผู้กำกับ Rodrigo Cortés ผู้กำกับหนังสั้นที่เคยได้รับรางวัลมากกว่า 20 รางวัล ต่อมามีชื่อเสียงโด่งดังจากภาพยนตร์เรื่อง The Contestant 2007 จนได้รับรางวัลอีกมากมายเลยทีเดียว             จนล่าสุดผู้กำกับ Rodrigo Cortés มีผลงานหนังระทึกขวัญเรื่องใหม่ที่มีชื่อว่า Down A Dark Hall…

read more

11 June 2018

Doctor Strange หมอแปลกฮีโร่คนใหม่ของมาร์เวล

อาณาจักรมาร์เวลได้เปิดตัวซูเปอร์ฮีโร่กันอย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้านี้ เพราะปูเรื่องเข้าสู่ The Avergers ภาค Infinity Wars ซึ่งหนึ่งในซูเปอร์ฮีโร่ที่เพิ่งเปิดตัวกันไปได้ไม่นานก็คือ Doctor Strange จอมเวทย์หนึ่งเดียวของทีมอเวนเจอร์ ซึ่งมีพลังอำนาจไม่แพ้ฮีโร่ตัวอื่นๆแน่นอน เพียงแค่มากันคนละสายเท่านั้น Doctor Strange มีบรรยากาศของหนังแต่ต่างจากซูเปอร์ฮีโร่ตัวอื่นๆ เนื่องจากเป็นเรื่องของพลังเวทซึ่งอาจจะดูจับต้องยากไปสักนิด แต่หนังก็นำเสนอออกมาได้เข้าใจง่ายดี สเปเชียลเอฟเฟคในเรื่องนี้ถือว่าจัดเต็ม เพราะด้วยเนื้อเรื่องบังคับว่าภาพของโลกเวทมนตร์กับโลกจริงจะแตกต่างกันมาก จนบางครั้งอาจทำให้คนดูมันส์จนเวียนหัวไปสักนิด แต่โดยรวมแล้วถือว่าหนังสนุกมาก เรื่องราว Doctor Strange หรือ จอมเวทย์มหากาฬ เริ่มต้นขึ้นจากศัลยแพทย์ชื่อดัง ค่าตัวสูงลิปอย่างสตีเฟน สเตรนจ์ ซึ่งมีความเย่อหยิ่งและถือเอาเรื่องเงินเป็นใหญ่ จนเมื่อเขาต้องประสบอุบัติเหตุรุนแรงซึ่งส่งผลให้กระดูกนิ้วมือและเส้นประสาทที่นิ้ วมือสูญเสียไปทั้งหมด แน่นอนสำหรับศัลยแพทย์นั่นคือจุดจบของอาชีพ สตีเฟน สเตรนจ์ยอมหมดเนื้อหมดตัวเพื่อรักษามือของเขาแต่ก็ไม่สามารถทำได้ จนในที่สุด เขาจึงพบกับจอมเวทย์ผู้หนึ่งที่ทำให้ชีวิตของเขาได้เปลี่ยนไปตลอดกาล จุดแข็งของเรื่องนี้นอกจากความแปลกใหม่ และความมันส์สไตล์หนังซูเปอร์ฮีโร่แล้ว ตัวแสดงนำอย่างเบเนดิกซ์ แคมเบอร์แบช ก็ถือว่าเป็นนักแสดงที่เลือกมาได้เหมาะกับบทมากๆ เบเนดิกซ์สามารถเอาบทนี้ได้อยู่หมัดทั้งในฉากแอ๊คชั่น ฉากดราม่า หรือแม้กระทั่งฉากกวนๆก็ทำได้น่าหยิก สำหรับเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นแฟนหนังของเบเนดิกซ์ หรือแฟนหนังของมาร์เวล ก็พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง http://www.a-bellamy.com/

11 June 2018

Jurassic World : Fallen Kingdom ความเมามันส์ที่กลับมายังจุดเริ่มต้น

Jurassic World : Fallen Kingdom หรือภาคอาณาจักรล่มสลายนี้ ถือว่าเป็นภาคสมการรอคอยของแฟนๆไดโนเสาร์ เพราะครั้งนี้หนังได้แก้คำครหาจากภาคก่อนๆจนเหล่าแฟนหนังต่างพูดเป็นเสียงเดียว กันว่า ภาคนี้ทำได้สนุกไม่แพ้กับภาคแรกจริงๆ โดยในภาคนี้ ยังเป็นการนำนักแสดงเก่าจากภาคแรกมาร่วมแสดงด้วย เนื่องจากเป็นเรื่องราวที่ต่อจากเกาะที่เคยเป็นสวนไดโนเสาร์ในภาคแรก ซึ่งเหล่าสัตว์ในตำนานก็ยังคงอาศัยอยู่ในเกาะอย่างปกติสุขตามวัฏจักรธรรมชาติ แต่ก็ต้องเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นเมื่อเกิดภูเขาไฟระเบิดขึ้นที่เกาะ ทำให้เหล่าตัวเอกต้องเดินทางกลับไปช่วยสัตว์ในตำนานขนาดยักษ์เหล่านี้ให้รอดพ้น จากการสุญพันธ์ แต่ภารกิจในการกู้สัตว์สูญพันธุ์ไม่ได้เป็นไปโดยง่าย เมื่อเหล่าคนที่ไปช่วยต้องถูกหักหลังอีกครั้งจากเหล่านายทุนหน้าเลือด จากภารกิจที่เสี่ยงตายอยู่แล้วก็ยิ่งทำให้สถานการณ์วิกฤติมากขึ้นไปอีก และนั่นทำให้หนักจึงมีช่วงเวลาระทึกจนแทบไม่ปล่อยให้คนดูหยุดหายใจตลอดเวลาตั้ง แต่ต้นจนจบ จูราสสิก พาร์ค ภาคนี้เรียกว่าทำออกมาในรูปแบบแบ็คทูเดอะเบสิก คืนสู่สามัญ เพราะกลิ่นอายของหนังคล้ายกับในภาคแรกมากๆ แต่ถือว่าทำออกมาได้สนุกมากกว่าภาคที่ผ่านๆมา และมีมาตรฐานเทียบเท่าผลงานของผู้กำกับสตีเวน สปีลเบิร์ก ภาคแรก ไม่เพียงแค่เนื้อเรื่องเท่านั้นที่หนังย้อนกลับไปสู่วิธีแบบเก่า แต่ยังรวมถึงเทคนิกการถ่ายทำที่ใช้หุ่นไดโนเสาร์เข้ามาถ่ายทำจริงแทนการใช้ CG เกือบทั้งหมดเหมือนภาคก่อนๆ ทำให้มุมภาพในระยะใกล้จังออกมาสมจริง ชวนให้คนดูลุ้นระทึกได้มากยิ่งขึ้น สรุปได้ว่า ใครที่เป็นแฟนจูราสสิกภาคแรก และยังประทับใจไม่ลืม ก็ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะพลาดชมจูราสสิก เวิลด์ในภาคอาณาจักรล่มสลายนี้ Credit : https://nerdist.com

11 June 2018

9 ศาตรา แอนนิเมชั่นไทย ที่ดังไกลไปถึงจีน

ถึงแม้หนังจะออกจากโรงมาเป็นระยะหนึ่งแล้ว แต่ต้องขอหยิบยกมาพูดถึงกันอีกครั้งสำหรับภาพยนตร์แอนิเมชั่นไทยที่กำลังจะได้เข้า ฉายที่ประเทศจีนในวันที่ 29 มิถุนายน อย่างเรื่อง 9 ศาสตรา ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อจีนและผู้ชมชาวจีนเป็นอย่างมาก โดยคาดว่าอาจทำรายได้ติดอันดับบ็อกซ์ออฟฟิศของแดนมังกรเลยทีเดียว 9 ศาสตร์ เป็นเรื่องของชายหนุ่มที่มีชื่อว่า อ๊อด ซึ่งมีชีวิตลำบากในช่วงเด็ก ก่อนจะได้ฝึกปรือฝีมือการต่อสู้กับเกจิอาจารย์ แถมยังมีเรื่องราวของคาถาอาคมเข้ามาร่วมด้วย ความจริงเนื้อเรื่องคร่าวๆอาจจะดูเหมือนธรรมดา แต่ความจริงแล้วหนังนำเสนอออกมาได้น่าตื่นเต้นอย่างมาก โดยไม่ได้มีเน้นแค่ตัวพระเอก แต่เนื้อหาของตัวละครอื่นๆก็ต่างมีเรื่องราวที่น่าสนใจ เรียกว่าเก็บทุกรายละเอียดตั้งแต่พระเอกไปจนถึงตัวประกอบเลยทีเดียว นอกจากทางด้านเนื้อหาที่ทำได้น่าสนใจแล้ว งานด้านภาพก็ดีเด่นไม่น้อยไปกว่ากัน หากใครที่กลัวว่าการไปดูแอนนิเมชั่นไทยจะทำให้ผิดหวังเหมือนหลายเรื่องที่ผ่านมา นั้น สบายใจได้เลย เพราะเรื่องนี้ทางทีมงานได้ซุ่มทำงานกันมานานถึง 4 ปี โดยใช้ทุนในการสร้างสูงถึง 230 ล้านบาท จึงไม่แปลกใจเลยว่า งานภาพ งานเสียง รวมทั้งเนื้อเรื่องถึงได้ออกมามีคุณภาพในแบบที่ขายต่างชาติได้แบบไม่อายใคร จุดอ่อนของหนังมีเพียงบ้างเล็กน้อยของเนื้อเรื่อดราม่าในบางส่วนที่อาจทำได้ไม่สุดนัก รวมทั้ง ภาพตัวละครทีแม้จะทำออกมาได้สวย แต่การแสดงความรู้สึกผ่านทางดวงตายังทำได้ไม่ละเอียดนัก ยังเหมือนเป็นตาแข็งๆอยู่ ซึ่งถ้าสามารถปรับปรุงเรื่องนี้ได้จะทำให้หนังออกมาสมบูรณ์แบบเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม นี่ก็ถือเป็นผลงานชิ้นสุดยอดที่คนไทยควรไปเห็นด้วยตาตัวเอง Credit : https://img.amarindigital.com