login 4 food
login 4 food
login 4 food
login 4 food
login 4 food

อาหาร

login 4 food
7 March 2019

อาหารช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำนมของคุณแม่หลังคลอด

คุณแม่หลังคลอดส่วนมากมักจะเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมของตัวเอง เพราะนมจากแม่เป็นอาหารที่ลูกน้อยสามารถทานได้เลยโดยไม่ติดอะไร แถมยังมีประโยชน์เป็นอย่างมากอีกด้วย ดังนั้นวันนี้เรามี 8 อาหารที่ช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำนมมาฝากคุณแม่กัน 1. มะละกอ นั้นอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย เมื่อคุณแม่หลังคลอดทานจะช่วยเร่งการผลิตน้ำนมได้เป็นอย่างดี 2. กุยช่าย เป็นผักที่มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เบต้าแคโรทีน คาร์โบไฮเดรต และวิตามินซี ซึ่งสารดังกล่าวเป็นสารที่ช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำนม 3. ใบแมงลัก เป็นผักที่อุดมไปด้วยแคลเซียม ธาตุเหล็ก วิตามินบี และวิตามินซี แถมยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและกระตุ้นการผลิตน้ำนมด้วย 4. ตำลึง เป็นผักพื้นบ้านที่ดีต่อการบำรุงน้ำนมของคุณแม่หลังคลอดเป็นอย่างมาก เพราะมีโปรตีนและวิตามินหลายชนิด นอกจากนั้นยังอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก แคลเซียม และเส้นใยอาหาร 5. หัวปลี เป็นผักที่อุดมไปด้วยสารที่มีประโยชน์มากมายทั้งแคลเซียม โปรตีน ฟอสฟอรัส วิตามินซี และเส้นใยอาหาร ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นร่างกายให้ผลิตน้ำนมได้มากขึ้น 6. ใบกระเพรา เป็นแหล่งสะสมของธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส และใยอาหาร นอกจากนั้นยังมีฤทธิ์ร้อนที่ช่วยกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผลิตน้ำผมได้มากขึ้น 7. ขิง เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมจากคุณแม่หลังคลอดมากๆ เพราะทานแล้วจะช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน ช่วยขับเหงื่อ ขับลม…

read more

login 4 food
6 March 2019

เมนูอาหารที่ช่วยควบคุมน้ำหนักใน 7-11

สำหรับใครที่กำลังอยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนัก แต่จะทำอย่างไรกับอาการทนหิว และไม่รู้ว่าจะเลือกอาหารตัวไหนมาทานแทนข้าวดี วันนี้เราจึงมีขนมอาหารทานเล่นที่หาได้ง่ายในร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่น และ อาหารทานเล่นพวกนี้ยังสามารถช่วยให้คุณสามารถคุมอาหารได้อีกด้วย มาชมกันเลยค่ะ มีตัวไหนบ้างที่ช่วยให้คุณดูแลรุ่นได้โดยที่ไม่ต้องเสียเงินในราคาที่แพง1.โยเกิร์ต โยเกิร์ตเป็นของกินที่สามารถช่วยให้คุณคลายความหิวได้ดีมากๆแถมยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย แต่ขอแนะนำให้เป็นแบบไขมันต่ำนะค่ะจะดีมากกว่าหรือจะเพิ่มรสชาติด้วยการทานคู่กับผลไม้ก็จะยิ่งต่อร่างกายมากๆค่ะ2.แครกเกอร์ หรือ แครกเกอร์ทูน่า แครกเกอร์ ตัวนี้บอกได้เลยว่า อร่อยและอิ่มท้องได้ดีมากค่ะ ไม่ว่าจะทานเปล่าๆคู่กับนมจืดกับกาแฟดำ หรือ ทานคู่กับทูน่าก็เริศเพิ่มความอร่อยไปได้อีกค่ะ 3.กราโนล่า เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้คุณอิ่มท้องได้เป็นไม่กังวนถึงความหิวเลยค่ะ สามารถอิ่มได้นานและหาซื้อได้ง่ายในเซเว่น จะนำมาทานเล่นๆเป็นขนม หรือ จะนำมาผสมนมทานก็เพิ่มคุณค่าทางอาหารได้ด้วยค่ะ 4.ปลาเส้นทาโร่ ขนมปลาเส้นต่างๆ นั้นถือได้ว่าเป็นอาหารอีกอย่างหนึ่งที่ช่วยคลายความหิวได้เช่นกันคะ เพราะส่วนประกอบหลักของขนมชนิดนี้นั้นวัตถุดิบที่ผลิตมานี้ก็คือเนื้อปลา สามารถทานได้ตลอดไม่ทำให้อ้วนแน่นอนค่ะ 5.ขนมคาราจีแนน ขนมยอดฮิตที่หลายๆคนมักจะเลือกหามาทานเวลาหิว นอกจากจะอยู่ท้องแล้ว ยังให้พลังงานน้อย แถมยังมีวิตามินต่างๆและคลอลาเจน เพิ่มประโยขน์ให้แก่ตัวคุณมากๆค่ะ 6.นม นมเป็นอาหารที่หาทานได้ง่ายและสะดวกที่สุด แถมยังมีประโยชน์ต่อร่างกายและสมอง ไม่ว่าจะเป็นรสไหนก็อร่อยถูกใจทุกรสค่ะ ยิ่งถ้าเป็นจำพวกนมเปรี้ยวด้วยแล้วนั้น ยิ่งดีต่อสำไส้และระบบขับถ่ายของเราอีกด้วยค่ะ

login 4 food
6 March 2019

2 เมนูอาหารเช้า สำหรับลูกน้อยก่อนไปโรงเรียน

อาหารเช้า เป็นอาหารมื้อแรกที่สำคัญที่สุด และไม่ควรให้ลูกน้อยพลาดการทานในมื้อนี้เป็นเด็ดคาด ยิ่งต้องไปโรงเรียนในช่วงเช้าอาหารยิ่งสำคัญสำหรับลูกน้อยเป็นอย่างมาก เนื่องจากลูกน้อยของเราต้องได้รับพลังงานและสารอาหารอย่างเต็มที่ เพื่อไปเรียน และร่วมทำกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการต่างๆ ร่วมกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียน ซึ่งมาในวันนี้แน่นอนว่าเราจะมาแนะนำอาหารเช้า 2 เมนูง่ายๆ วิธีทำไม่ยุ่งยาก ที่สำคัญมีประโยชน์ดีต่อสุขภาพของลูกน้อยเป็นอย่างมากเลยทีเดียว 1.เมนูรถของน้องกุ๊ก วัตถุดิบ -ขนมปังก้อนขนาดกลาง -ไข่ต้ม-มะเขือเทศราชินีหั่นแว่น -ชีสแผ่น-เบคอน วิธีทำ ให้คุณแม่นำขนมปังมาตัดเป็นรูกว้างให้พอดีกับไข่ต้ม เพื่อที่จะนำไข่ต้มใส่ลงไปในนั้น แล้วให้ตัดมะเขือเทศส่วนก้น เพื่อที่จะทำเป็นหมวก นำมาตกแต่งใบหน้าของลูกไก่ จากนั้นให้ไปนำไม้จิ้มฟันมาหักครึ่ง แล้วเสียบไปที่มะเขือเทศกับเบคอนให้ปักด้านข้างของขนมปังเพื่อทำเป็นล้อ จากนั้นให้ตกแต่งหน้ารถด้วยชีสแผ่น เสิร์ฟคู่กับนม 1 แก้ว เพียงเท่านี้ก็ได้อาหารที่เลิศแล้ว 2.เมนูขนมปังน้องหมีสองสหาย วัตถุดิบ -ขนมปัง -เนยถั่ว-แยมรสตามชอบ -อัลมอนด์-กล้วยหอมหั่นแว่น – ส้ม- ลูกเกด วิธีทำ ให้คุณแม่นำขนมปังทั้ง 2 แผ่นไปปิ้งให้ได้จนเหลืองกรอบ แล้วนำขนมปังหนึ่งแผ่นมาทาเนยถั่ว แล้วแต่งหน้าด้วยกล้วยหอมและลูกเกดเพื่อเป็นหน้าของน้องหมี จากนั้นให้นำขนมปังอีก 1 แผ่นมาทาแยม แล้วทำการแต่งหน้าด้วยกล้วยหอมและอัลมอนด์ เพื่อเป็นหน้าน้องหมี จากนั้นแต่งจานด้วยส้ม แล้วเสิร์ฟให้คุณหนูๆ ได้ทานตอนเช้าก่อนไปโรงเรียนได้เลย

login 4 food
1 March 2019

สูตรอาหารสามารถป้องกันหวัดได้ สำหรับเด็ก

เมื่อ “ลูกน้อย” ของเราโตขึ้นเขาก็เริ่มติดเล่นกับเพื่อนๆ บางครั้งก็สนุกเพลิดเพลินมากเกินไป จนอาจจะทำให้ติดหวัดกับเพื่อนๆ ได้ หรืออาจจะเกิดจากมลภาวะทางอากาศ จนทำให้ ลูกน้อย ของเรานั้นเป็นหวัดได้การเป็นหวัดนั้น ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่คงไม่อยากจะให้ลูกน้อยของเราได้เป็นแน่ๆ เพราะในแต่ละครั้งที่เป็นลูกก็จะ งอแง ดังนั้นวันนี้เราจะมาแบ่งปันสูตรอาหารป้องกันหวัด สำหรับลูกน้อยวัย 1 ขวบขึ้นไป เราจะเริ่มกันที่ ของคาว ต่อด้วย ของหวาน แล้วตามด้วย เครื่องดื่ม มาดูเลย 1.แกงจืดปลาแซลมอน (ของคาว) วัตถุดิบ -ปลาแซลมอน -กระดูกหมู-แครอท -มันฝรั่ง-ต้นหอม -น้ำวิธีทำ ต้มน้ำให้เดือด แล้วนำกระดูกหมูที่ล้างแล้วมาใส่ในหม้อที่ต้มน้ำอยู่ แล้วนำปลาแซลมอน แครอทและมันฝรั่ง ที่หั่นเป็นชิ้นใส่ลงไปในหม้อรอให้เดือดแล้วปรุงรสตามใจชอบ พร้อมตักเสิร์ฟประโยชน์ คือ ในเนื้อปลาแซลมอนนั้นจะอุดมไปด้วยสารอาหาร โดยเฉพาะโอเมกา 3 ที่สามารถช่วยให้ร่างกายของลูกน้อยแข็งแรง 2.ช็อคโกแลตโยเกิร์ต (ของหวาน) วัตถุดิบ -โยเกิร์ตสูตรธรรมชาติ -น้ำผึ้ง-ช็อกโกแลตขูดเป็นชิ้นเล็กๆ -เบอร์รี่วิธีทำ ให้นำโยเกิร์ตมาผสมกับน้ำผึ้ง (เพียงเล็กน้อย) แล้วเอาช็อกโกแลตที่เหลือจากการขูดและเบอร์รี่มาตกแต่งหน้าตามความชอบของตัวเองประโยชน์ โยเกิร์ต จะช่วยเคลือบลำไส้ และยังสามารถช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ได้ดี…

read more

login 4 food
1 March 2019

อาหารและเครื่องดื่ม ที่ช่วยบำรุงสมองลดอาการขี้ลืม

วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ มานำเสนอเพื่อเป็นทางเลือกของการช่วยในเรื่องความจำ ให้กลับมาดีขึ้น บางคนมักจะมีอาการขี้หลงขี้ลืมบ่อยๆ วันนี้เราจึงมีตัวช่วยขอบอกว่าเด็ดๆ ทุกตัวเลย นอกจะทำให้ความจำดีขึ้นแล้ว ยังมีประโยชน์และคุณค่าอาหารต่อร่างกายอีกด้วย จะมีตัวไหนบ้างมาดูกันค่ะ 1.ถั่ว ถั่วลิสง อัลมอนด์ หรือพืชตระกูลถั่วเหล่านี้ อุดมไปด้วยโปรตีนที่ช่วยในการบำรุงระบบประสาทและสมอง พร้อมคุณค่าที่ดีต่อร่างกาย กรดไขมันโอเมก้า 3 บำรุงสมองให้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ 2.ผักใบเขียว ในผักใบเขียวจะอุดมไปด้วยวิตามินอีและโฟเลท อาหารที่สำคัญต่อการพัฒนาการของสมองและระบบประสาท ดังนั้นผักใบเขียวแทบทุกชนิดจึงสำคัญต่อระบบการทำงานของสมอง แล้วใครที่ต้องโหมงานหนักๆ จนมีอาการเบลอๆ จากการใช้สมองหนักเกินไป นี่เลยค่ะขอแนะนำให้ทานผักใบเขียว เช่น คะน้า กวางตุ้ง สลัดผัก ให้ได้ทุกวัน จะทำให้รู้สึกดีขึ้นค่ะ 3.โยเกิร์ต โยเกิร์ตจะมีปริมาณโปรตีนค่อนข้างสูง เมื่อทานโยเกิร์ตเข้าไปจะรู้สึกอิ่มได้นาน เพราะโยเกิร์ตมีพลังงานส่งต่อให้ร่างกายอยู่เรื่อยๆ และความหวานจากน้ำตาลในโยเกิร์ตก็สามารถเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกายได้ทันทีที่ทานเข้าไป 4.ไข่ต้ม ไข่ต้มเป็นอาหารที่บำรุงสมองได้ เพราะในไข่แดง อุดมไปด้วยโคลีน และวิตามินบี เมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว สมองจะใช้โคลีนในการสร้างสารสื่อประสาทในสมองที่เกี่ยวข้องกับความจำและการสื่อสาร ไข่ต้มจึงถือได้ว่าเป็นตัวช่วยในเรื่องความจำที่ดีตัวหนึ่ง 5.เนื้อปลาทะเล ปลาทะเลจะมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่สมองต้องการ จึงเป็นสารที่ช่วยบำรุงประสาทและสมอง ซึ่งสารนี้ร่างกายจะไม่สามารถสร้างขึ้นได้เอง และในปลาทะเลยังมีกรด DHA ที่สำคัญต่อการจดจำของสมองอีกด้วย 6.นม…

read more

login 4 food
25 February 2019

“โหระพา” สมุนไพรพื้นบ้านที่มากด้วยประโยชน์ทางยา

“โหระพา” เป็นผักที่คนไทยนิยมนำมาเป็นส่วนประกอบของอาหาร เพราะกลิ่นของใบโหระพานั้นช่วยทำให้อาหารดูน่าทานมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญใบโหระพายังอุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างเบต้าแคโรทีน โดยโหระพา 100 กรัม มีสารเบต้าแคโรทีนสูงถึง 452.16 ไมโครกรัม ซึ่งสารดังกล่าวมีส่วนในการป้องกันการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็งและโรคหัวใจ ซึ่งนอกจากจะมีสารเบต้าแคโรทีนแล้วยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย และประโยชน์ทางยาที่ว่ามีดังต่อไปนี้ 1. น้ำมันโหระพามีฤทธิ์ในการป้องกันยุงและแมลงต่างๆ ได้ 2. เมล็ดแก่เมื่อนำไปแช่น้ำแล้วนำมาพอกที่บริเวณแผลจะช่วยบรรเทาอาการฟกช้ำได้ 3. สามารถรักษาอาการเหงือกอักเสบได้ ด้วยการนำใบโหระพาแห้งบดละเอียดมาทาตรงบริเวณที่เป็นแผล อาการอักเสบก็จะทุเลาลง 4. เมื่อนำเมล็ดแก่ไปแช่นำให้พองตัวเต็มที่ แล้วนำมาทานร่วมกับน้ำหวานหรือขนมหวาน จะช่วยทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น 5. แก้อาการสะอึกได้ เพียงแค่นำใบโหระพาและขิงสดไปต้มในน้ำที่เดือด แล้วนำมาดื่มในขณะที่อุ่นๆ อยู่ก็จะสามารถช่วยบรรเทาอาการสะอึกได้ 6. ช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน โดยนำน้ำโหระพา 2 ช้อนโต๊ะ มาผสมกับ น้ำอ้อย 2 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากันแล้วจากนั้นก็นำมาดื่มพร้อมน้ำ วันละ 2 ครั้ง 7. เมื่อนำยอดอ่อนของโหระพามาต้มกับน้ำเปล่าดื่มเป็นชาจะสามารถช่วยแก้ไข้, บรรเทาอาการปวดศรีษะ, ขับเหงื่อ, ขับลม, ขับพยาธิ, แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ, บรรเทาอาการท้องเสีย…

read more

login 4 food
25 February 2019

5 ผักที่มีประโยชน์สูงที่คนไม่นิยมทาน

เวลาเลือกอาหารที่จะทานคนส่วนใหญ่ก็มักจะตัดสินใจเลือกจากรสชาติ นอกจากรสชาติแล้ว อีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ทำให้เลือกทานอาหารนั้นก็คือ เรื่องรูปลักษณ์ของอาหาร ซึ่งแน่นอนว่าการตกแต่งอาหารให้สวยงามย่อมมีอาหารบางประเภทที่เราไม่ทานปะปนมาด้วย และส่วนมากก็จะเป็นผัก คุณทราบหรือไม่ว่าผักที่เขี่ยไปไว้ที่ขอบจานนั้นมีประโยชน์มากแค่ไหน วันนี้เราจึงได้รวบรวมผัก 5 ชนิดที่มีประโยชน์ แต่มักถูกเขี่ยทิ้งมาฝากกัน 1. ตะไคร้ ถือเป็นสมุนไพรอย่างหนึ่งที่มักจะถูกนำมาใช้ในการช่วยดับกลิ่นคาวของอาหาร แต่นอกจากจะดับกลิ่นคาวได้แล้ว ยังช่วยรักษาโรคหวัด บรรเทาอาการไอและปวดศีรษะได้อีกด้วย 2. ถั่วงอก เป็นผักที่มีปริมาณน้ำตาลน้อยมากๆ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก นอกจากนั้นยังช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื่น เปล่งปลั่ง และช่วยกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนระงับความเครียดด้วย 3. ผักชี คนส่วนใหญ่มักจะใช้ผักชีมาตกแต่งอาหารให้สวยงามเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วผักชีเป็นผักที่มีสรรพคุณในการช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย บรรเทาอาการกระหายน้ำ แก้อาการไอ ไข้หวัด คลื่นไส้อาเจียน และ วิงเวียนศีรษะได้ 4. ขิง ถือเป็นผักชนิดหนึ่งที่ผู้คนมักจะเขี่ยไปไว้ที่ขอบจาน แต่ขิงจัดเป็นสมุนไพรพื้นบ้านของไทยอีกชนิดหนึ่งจึงมีสรรพคุณทางยามากมาย เช่น ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น บรรเทาอาการไข้ ลดอาการไอ ช่วยขับเหงื๋อ ขับลม และแก้ท้องอึดท้องเฟ้อ เป็นต้น 5. หอมหัวใหญ่ เป็นผักที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่สามารถป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้ นอกจากนั้นยังมีสารฟลาโวนอยด์ ไกลโคไซด์ ที่ค่อยทำหน้าป้องกันไม่ให้ไขมันมาเกาะตามพนังหลอดเลือด ซึ่งถ้าหากมีไขมันมาเกาะที่พนังหลอดเลือด ก็จะส่งผลให้เกิดอาการเส้นเลือดอุดตันและโรคหัวใจขาดเลือด

login 4 food
22 February 2019

16 ปะโยชน์ของ “กระเทียม” ที่มากกว่าการเป็นส่วนประกอบของอาหาร

“กระเทียม” มักจะถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารชนิดประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการผัด, การทอด, การต้ม หรือการนึ่ง ต่างก็ต้องใช้กระเทียมเป็นส่วนประกอบในการทำทั้งนั้น จึงทำให้ทุกๆ บ้านมีกระเทียมอยู่ในครัวเป็นประจำ นอกจากจะเป็นส่วนประกอบของอาหารแล้ว กระเทียมยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย ซึ่งรับรองได้เลยว่าถ้าหากคุณรู้แล้วว่ากระเทียมมีประโยชน์ขนาดไหน คุณจะไม่ยอมเขี่ยกระเทียมออกจากอาหารที่คุณเลือกทานแน่นอน และประโยชน์ที่ว่ามีดังต่อไปนี้ 1. ช่วยถ่ายพยาธิ 2. ช่วยบรรเทาอาการปวดฟัน 3. ช่วยป้องกันและรักษาโรคหวัด 4. ช่วยรักษาและบรรเทาการเกิดสิว 5. ช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน 6. ช่วยควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด 7. ช่วยขับลมและบรรเทาอาการจุดเสียด 8. ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือด 9. ช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งและเนื้องอก 10. ช่อยลดโอกาสเสี่ยงและรักษาโรคความดันโลหิต 11. ช่วยบำรุงโลหิต และป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง 12. ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก ทำให้ขับถ่ายได้สะดวกขึ้น 13. ช่วยบำรุงผิวพรรณและป้องกันการเกิดโรคกลากและเกลื้อน 14. ช่วยทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 15. ช่วยรักษาอาการต่างๆ ที่เกิดภายในจมูก เช่น เนื้อบุจมูกอักเสบ 16. ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายและช่วยลดอากาสเลี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ เมื่อรู้ถึงสรรพคุณของกระเทียมแล้ว ครั้งต่อไปที่ทานอาหารแล้วเจอกระเทียมก็อย่าเขี่ยออกหล่ะ แต่สำหรับใครที่ต้องการเลือกซื้อกระเทียมมาเก็บไว้ประกอบอาหารเองที่บ้านเราก็มีเทคนิคดีๆ ในการเลือกซื้อมาฝากด้วยนั้นก็คือ…

read more

login 4 health
18 February 2019

กุ้งแบบไหนอันตรายต่อคนแพ้กุ้งมากที่สุด

สำหรับคนที่มีอาการแพ้อาหาร โดยเฉพาะกุ้งนั้นมักจะมีอาการที่บอกได้เลยว่าทรมานเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ต่อชนิดกุ้งต่างๆบางคนแพ้กุ้งตัวเล็กบางคนแพ้กุ้งตัวใหญ่ หรือบางคนอาจจะแพ้แม้กระทั่งกุ้งแห้งและอาการที่เกิดขึ้นก็แตกต่างกันออกไป เช่นบางคนทานแล้วคันปากบวมปากลิ้นบวมผื่นขึ้นทั้งคอและแขนขาบางคนแพ้นิดหน่อยทายาแป๊บเดียว ก็หายอาจจะทันหรือมีอาการหนักจนต้องถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลได้ โดยอาการแพ้กุ้งทั้งส่วนใหญ่จะเป็นมักจะเกิดจากการแพ้โปรตีน ที่อยู่ในกุ้งซึ่งมีโปรตีนอยู่หลายชนิดที่แตกต่างกันออกไปตามชนิดของกุ้งอีกด้วย หากเราแพ้โปรตีนชนิดใดชนิดหนึ่งก็จะทำให้มีอาการแพ้กุ้งชนิดนั้นมากกว่ากุ้งชนิดอื่นๆเลยก็ว่าได้ หรือในบางชนิดที่มีโปรตีนที่เราแพ้น้อยก็อาจจะกินกุ้งชนิดนั้นได้โดยที่ไม่มีอาการแพ้ในๆ ก็เป็นได้ ซึ่งด้วยความแตกต่างเหล่านี้นั้น จึงเป็นอีกหนึ่งที่มาของความจริงที่ว่าคนที่แพ้กุ้งอาจจะไม่ได้แพ้กุ้งทุกชนิดบนโลกแต่ร่างกายอาจจะมีปฏิกิริยากับกุ้งบางชนิดเท่านั้น ด้วยก็ว่าได้แล้วถ้ากุ้งแบบไหนอันตรายต่อคนแพ้กุ้งมากที่สุดซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง คำถามที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเลยก็ว่าได้และคุณทราบหรือไม่ครับว่าการปรุงอาหารก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้อาการแพ้อาหาร โดยเฉพาะกุ้งนั้นในบางรายไม่ว่าจะเป็นการต้มหรือการทอดกุ้งอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้กำเริบได้มากกว่า คนแพ้กุ้งที่ทานกุ้งดิบอีกด้วยส่วนคนที่ทานกุ้งดิบก็มีอาการผิดปกติได้ อาจจะเป็นไปได้ว่ามาจากเชื้อโรคแบคทีเรีย ที่มาจากสัตว์เนื้อดิบอาจจะไม่ได้มาจากอาการแพ้โปรตีนในกุ้งเสมอไป แต่อย่างไรก็ตามหากมีอาการแพ้กุ้ง หรืออยากทราบว่าตัวเองแพ้โปรตีนจากกุ้งขนาดไหนมีอาการอย่างไรและมีวิธีช่วยบรรเทาอาการแพ้กุ้งได้ หรือไม่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องก่อนลองทานเองไปเรื่อยๆจะดีกว่า เพราะอย่าลืมว่าการแพ้อาหารไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อาจจะส่งผลถึงชีวิตของคุณได้อีกด้วย

login 4 health
18 February 2019

วิธีสังเกต “ร้านอาหารข้างทาง” ร้านแบบไหนเสี่ยงท้องเสีย

สำหรับร้านอาหารข้างทางเป็นสิ่งที่อยู่คู่บ้านคู่เลยคนไทยมาอย่างช้านานเลยก็ว่าได้ และเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติไทยไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะว่านักท่องเที่ยวทั้งหลายหลากหลายเชื้อชาตินักติดใจรสชาติอาหารที่มีจัดจ้าง และถูกปากและยังมีราคาที่เป็นมิตรกับร้านอาหารเหล่านี้กันถ้วนๆ ด้วย แต่ใช่ว่าร้านอาหารข้างทางทุกร้านจะดีต่อท้องไส้เสมอไป หรือไม่ดีอาจจะท้องเสียได้ด้วย เรามาดูกันดีกว่าคำว่าร้านแบบไหนหรือวิธีสังเกตุร้านอาหารข้างทาง แบบไหนที่มีความเสี่ยงในลักษณะดังกล่าว ร้านอาหารเหล่านั้นควรที่จะจำหน่ายอาหารที่ปรุงสดใหม่ หากมีการเปลี่ยนแปลงหรือเตรียมวัตถุดิบล่วงหน้าควรเป็นวัตถุดิบ ที่สามารถเอาไว้เก็บไว้ได้เช่นผักผลไม้สดที่ยังไม่ผ่านความร้อนนั่นเองหรือถ้าหากการเตรียมอาหารเอาไว้ล่วงหน้า แล้ววัตถุดิบเหล่านั้นไม่ผ่านความร้อนมาก่อนเช่นเส้นก๋วยเตี๋ยวเนื้อหมูลูกชิ้นเกี๊ยวเป็นต้นไม่ควรลวกทิ้งไว้ในชาม เป็นเวลานานควรทำให้สุกเมื่อถึงเวลาเสิร์ฟเท่านั้นส่วนร้านอาหารที่จำหน่ายกับข้าวทำเสร็จพร้อมทาน ควรที่จะทำการอุ่นให้ร้อนทุกๆ 2 ถึง 4 ชั่วโมงเพื่อที่จะไม่ให้แบคทีเรียที่ทำให้ท้องเสียเจริญเติบโตได้นั่นเอง ในส่วนของสถานที่จำหน่ายอาหารต้องสะอาดสะอ้าน ไม่พบสิ่งปฏิกูลหรือสัตว์ก่อโรคเช่นหนูแมลงสาบแมลงวันรวมถึงสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ที่ไม่ควรอยู่ในบริเวณที่จัดจำหน่ายอาหารอีกด้วยสำหรับผู้ป่วย / ควรใส่ผ้ากันเปื้อนหมวกคลุมผม รวมไปถึงเล็บตรงสั้นและสวมถุงมือเพื่อใช้ภาชนะต่างๆ เพื่อหยิบจับอาหารอีกด้วยหากผู้ปรุงหรือผู้เสิร์ฟมีบาดแผลตามร่างกาย ควรทำมาแต่หรือปิดพลาสเตอร์ให้เรียบร้อยก่อนลงมือทำอาหารหรือเสิร์ฟอาหารนั่นเอง สำหรับอุปกรณ์ในการทำอาหารรวมไป ถึงจานชามช้อนส้อมตะเกียบแก้วน้ำโต๊ะเก้าอี้ต้องสะอาดไม่มีคราบสกปรกไม่มีกลิ่นเหม็นนั่นเอง ส่วนอุปกรณ์ในการทำอาหารหรือทานอาหารควรวางอยู่เหนือพื้นอย่างน้อย 60 เซนติเมตรเป็นต้นไปด้วยและนอกจากนี้ในช่วงอากาศร้อนจัดอาหารอาจจะบูดเน่าง่ายหากเราซื้ออาหารกลับมาทานที่บ้านแล้ว ยังไม่ทานหรือทานไม่หมดควรที่จะนำมาอุ่นให้เดือดก่อนทิ้งไว้หายร้อนแล้ว นำเข้าตู้เย็นสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 1-2 วัน หากสภาพของอาหารเปลี่ยนไปเช่น มีฟองอากาศหรือมีกลิ่นเหม็นสีเปลี่ยนเนื้อสัมผัสเปลี่ยนไม่ควรทานโดยเด็ดขาด