เสริมสร้างการเอาตัวรอด จากเหตุก่อการร้าย
คุณบ้างาน จนไม่มีเวลาดูแลสุขภาพหรือป่าว?
เกาหลีใต้ แหล่งเพาะโควิด-19แห่งใหม่
การรับประทานมะพร้าวในแต่ละวันของคนเรา
ส่งคนไทยจากอู่ฮั่นกลับบ้านเรียบร้อย หลังจากตรวจคัดกรองโรค โควิด-19

การออกกำลังกาย

login 4 health
3 November 2018

จะต้องเดินอย่างไรถึง “ผอม”

(รูปจาก especiales.paxtv) เดินเร็ว การเดินที่ช่วยเบิร์นแคลอรี่ได้ดีนั้นคือ การที่เดินแล้วรู้สึกเหนื่อย คือ เดินเร็วๆ ก้าวเท้าถี่ๆ ซึ่งการเดินแบบนี้จะช่วยเผาผลาญแคลอรี่จากกล้ามเนื้อขารวมถึงสะโพกได้ การเดินเร็วยังช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดให้ทำงานเพิ่มขึ้นอีกด้วย แกว่งแขนไปมา ใต้รักแร้ของเรามีต่อมน้ำเหลืองอยู่ การแกว่งแขนจะช่วยให้ต่อมน้ำเหลืองไหวเวียนดีขึ้น ทำให้สามารถขับสารพิษและของเสียออกจากร่างกายได้ เราควรแกว่งแขนไปข้างหน้าและข้างหลังให้สุดแขน และแกว่งมาด้านหน้าให้ผ่อนลงสลับกับขาที่ก้าวไปข้างหน้า การแกว่งแขนที่ถูกวิธีจะช่วยลดการสะสมไขมันใต้ผิวหนัง ช่องท้อง และยังเป็นการช่วยบริหารหัวไหล่ด้วย เดินสลับวิ่ง การเดินสลับวิ่งจะช่วยเพิ่มการทำงานของหัวใจได้ โดยเราอาจเดิน 30 ก้าว วิ่ง 30 ก้าว แล้วจึงลดจำนวนการเดินเพิ่มการวิ่งไปเรื่อยๆ รับรองว่าคุณจะเบิร์นแคลอรี่แบบไม่ต้องเหนื่อยเลย เดิน ขึ้น บันได แทน ลิฟท์ การขึ้นบันไดประมาณ 15 นาที จะมีการเผาผลาญพลังงานถึง 150 แคลอรี่ต่อครั้งเลยทีเดียว การขึ้นบันไดเป็นการออกกำลังแบบแอโรบิคช่วยทำให้หัวใจแข็งแรง เสริมสร้างกล้ามเนื้อต้นขา น่องและก้นจะแข็งแรง เมื่อใกล้เดินถึงที่หมายแล้ว ควรค่อยๆ หยุดเดินถ้าเราเดินเร็วมา แล้วหยุดเดินเลย อาจทำให้ร่างกายหยุดการทำงานกะทันหัน กล้ามเนื้ออาจจะบาดเจ็บได้ ดังนั้น ก่อนหยุดเดิน ควรมีระยะผ่อนคลาย คือ ค่อย ๆ…

read more

login 4 health
26 September 2018

ควรใส่ชุดไหนไปวิ่ง?

(รูปจาก Cosmopolitan) การเลือกชุดวิ่งที่เหมาะสมจะช่วยให้การวิ่งออกกำลังกายของเราสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น และช่วยเสริมให้เราปลอดภัยจากการวิ่งด้วย ซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันว่า ควรเลือกชุดวิ่งอย่างไรบ้าง 1. เสื้อ เน้นผ้าที่ทำจากผ้าฝ่าย เพราะว่าใส่สบายและซับเหงื่อได้ดี และควรเลือกที่ไม่คับมากกินไป เพื่อให้เคลื่อนไหวได้สะดวก และควรหลีกเลี่ยงเสื้อที่มีเนื้อผ้าเป็นใยสังเคราะห์หรือเป็นผ้ายาง เพราะจะอบร่างกายและระบายความร้อนไม่ได้ 2. กางเกงควรเลือกที่ใส่สบายไม่รัดแน่นเกินไป รอบวงขาไม่รัดและมีเป้าหลวม และควรเลือกเป็นไนลอน เพราะว่าช่วยซับเหงื่อและทำให้ระเหยได้เร็ว 3. ชุดชั้นใน นักวิ่งชายอาจใส่แบบสปอร์ตเตอร์หรือกางเกงขาสั้น หรืออาจะเป็นกางเกงไนลอนก็ได้ ป้องกันการเสียดสีขณะวิ่ง ส่วนนักวิ่งหญิงเลือกสวมกางเกงชั้นในที่เป็นผ้าฝ้าย จะช่วยซับเหงื่อได้ดี ไม่ควรให้กางเกงผ้าไนลอนแบบบีกีนี่รัดรูป เพราะไม่ค่อยเหมาะกับการวิ่ง 4. ถุงเท้าควรเลือกที่ทำมาจากจาดใยของผ้าฝ้าย ทนทานแต่ไม่หนา หรือใส่กับรองเท้าแล้วไม่ลื่น เป็นต้น 5. รองเท้า ในส่วนนี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะว่าเป็นส่วนรองรับแรงกระแทกนั่นเอง หุ้มส้นด้านบนจะต้องสูงและมีแผ่นนุ่มๆ เพื่อรองรับเอ็นร้อยหวายของคุณ พื้นข้างใน ต้องเสริมอุ้งเท้าของคุณให้สูงขึ้น และรับกับอุ้งเท้าด้วย เพื่อป้องกันการบาดเจ็บของส้นเท้าและการอักเสบของกระดูกฝ่าเท้า ลิ้นรองเท้า เลือกที่ความนุ่มและต้องปิดส่วนบนฝ่าเท้าทั้งหมด เพื่อป้องกันการเสียดสีหรือระคายเคือง ด้านหน้าของรองเท้า ต้องมีควานนูนขึ้นมาประมาณ 1 นิ้วครึ่ง ไม่ให้เล็บกดเบียด ตรงบริเวณส้นท้าต้องเป็นรูปมนตรงพื้นและมีปุ่มที่ช่วยเสริมให้เท้าสูงขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดการกระแทก แบ่งเบาภาระของเนื้อต้นขาและเอ็นร้อยหวาย หุ้มส้นด้านข้าง…

read more

login 4 health
22 September 2018

สาเหตุที่ “วูบ” ขณะออกกำลังกาย

(รูปจาก Tonkit360) เคยหรือไม่ ? ที่เวลาตั้งใจจะไปออกกำลังกายแล้ว พอออกไปสักพักหนึ่งไม่ว่าจะการวิ่ง ซิทอัพ หรือการออกกำลังกายวิธีใดก็ตามแม้แต่การเต้นแอโรบิก พอเราทำไปสักพักหนึ่งแล้วจะเริ่มมีอาการหน้ามืด เวียนหัว อยากอาเจียน ระบายลมบ่อยจนต้องนั่งพัก หรือที่เราจะพูดบ่อยๆ ว่าออกกำลังกายแล้วรู้สึกวูบ รู้หรือไม่ว่ามีปัจจัยหลายอย่างมากๆ ที่ทำให้เราวูบตอนออกกำลังกาย โดยอาการวูบนี้หลักๆ เกิดจากการที่เลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่พอในช่วงเวลาสั้นๆ รวมถึงเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในร่างกายอีกด้วย ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการวูบตอนออกกำลังกายมีหลักๆ ดังนี้ 1. การพักผ่อนไม่เพียงพอ แน่นอนว่าถ้าพักผ่อนน้อยมากจนเกินไปแล้วมาออกกำลังกาย เป็นสาเหตุหลักเลยที่ทำให้ออกซิเจนและเลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน ไม่เพียงพอ และทำให้รู้สึกวูบหน้ามืดเหมือนจะเป็นลมจนต้องนั่งพักสักครู่ 2. การใช้ยาบางชนิด โดยเฉพาะยาโด๊ปพลังหรือเครื่องดื่มชูกำลังทั้งหลาย สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพียงชั่วขณะหนึ่งเท่านั้นเมื่อฤทธิ์ของสารในยาหรือเครื่องดื่มชูกำลังหมดฤทธิ์จะทำให้หมดแรงตรงนั้นทันทีจนเกิดอาการวูบและเพลียหมดแรงจนหลับได้ทันที เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อสมองและการทำงานของหัวใจโดยตรงจึงไม่แปลกนักที่จะวูบหลังหมดฤทธิ์ 3. โรคประจำตัว อาจเรียกได้ว่าเป็นปัจจัยหลักและปัจจัยที่สำคัญมากๆที่ทำให้เกิดอาการวูบตอนออกกำลังกาย มันถูกต้องที่ว่าการออกกำลังกายทำให้ห่างโรคภัย แต่ทว่าโรคประจำตัวบางอย่างก็ไม่สามารถฝืนได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โลหิตจาง เป็นต้น ซึ่งคนที่เป็นโรคเหล่านี้อาจไม่ทราบมาก่อนว่าแท้จริงแล้วคุณสามารถอออกกำลังกายได้แต่ห้ามออกหนักหรือใช้แรงมากเกินไป แนะนำให้ออกไประดับการแอโรบิกระดับเบาๆ หรือถ้าอยากออกกำลังกายจริงๆ ควรปรึกษากับแพทย์ดูเพื่อสุขภาพที่ดีและแข็งแรงขึ้นของเรา      

Login4 Health
21 August 2018

5 ประโยชน์ ของการออกกำลังกายด้วย “การกระโดดเชือก”

สำหรับใครที่เบื่อการออกกำลังกายแบบเดิมๆ แล้ว ขอแนะนำว่าให้ลองออกกำลังกายด้วยการกระโดดเชือกดู เพราะนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงได้แล้ว ยังสามารถช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้นด้วย ประโยชน์ของ “การกระโดดเชือก” 1. ช่วยลดน้ำหนัก การกระโดดเชือก 1 ชั่วโมง สามารถเบิร์นแคลอรี่ได้มากถึง 1,300 กิโลแคลอรี่ ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ คือ การกระโดดเชือกต่อเนื่องกันเป็นเวลา 10 นาที สามารถเผาผลาญพลังงานได้เทียบเท่ากับการวิ่ง 1.6 กิโลเมตรเลยทีเดียว 2. ฝึกสมาธิ ช่วยให้สมองได้พัฒนา ข้อมูลจากสถาบันการกระโดดเชือกของประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่า การกระโดดเชือกสามารถช่วยพัฒนาทั้งสมองซีกซ้ายและซีกขวาทำให้สมองได้รับการพัฒนา เนื่องจากเวลาที่กระโดดเชือกเราจะมีสมาธิกับสิ่งที่ทำอยู่ 3. ดีต่อหัวใจและหลอดเลือด งานวิจัยของ American College Sports Medicine พบว่า การกระโดดสามารถทำให้หัวใจเต้นแรง ปอดขยาย ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้มากขึ้น  ซึ่งนักวิจัยแนะนำให้กระโดดเชือกอาทิตย์ละ 3-5 ครั้ง ครั้งละ 12-20 นาทีเป็นอย่างต่ำ ก็จะช่วยให้ระบบหัวใจและปอดแข็งแรงมากขึ้น และที่สำคัญเวลาทำกิจกรรมต่างจะรู้สึกเหนื่อยยากขึ้น 4. กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรง ด็อกเตอร์ Daniel Barry ผู้ช่วยศาสตราจาร์ยคณะแพทย์ศาสตร์ของ…

read more

30 July 2018

อาการปวดหลัง เอว และต้นคอ จะหายไปเมื่ออกกำลังออกกำลังกายแบบนี้

อาการปวดหลัง เป็นเหมือนโรคยอดฮิตที่เป็นกันมากในหมู่คนวัยทำงาน และสูงอายุ หลายๆคนหันไปพึ่งยาและหมอนวด แต่มันก็หายเป็นครั้งคราวเท่านั้น วันนี้เราขอเสนอเทคนิคพิชิตโรคปวดหลังให้หายขาด แถมสุขภาพดีขึ้นอีกงานนี้ไม่ลองไม่ได้แล้ว ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ ให้นอนแล้วชันเข่าทั้งสองข้างชิดกัน โดยให้หันไปกับทิศตรงกันกับที่เราหันหน้าไป หลังจะต้องแนบติดพื้น ไม่ควรขยับ ข้างไว้อย่างนี้ประมาณ10วินาทีแล้วหันเปลี่ยนสลับไปอีกข้าง ทำทั้งหมด 4 เซต นอนหงาย ยืดขาข้างขวาให้ตรง แล้วงอขาข้างซ้ายของคุณ โดยให้เข่าชี้ไปทิศทางตรงข้ามกับที่หน้าหันไป ห้ามไหล่ขยับ โดยให้ทำทั้งหมดข้างละ10ครั้ง รวมทั้งหมด 20ครั้ง ท่านี้ให้ทำช้าๆเบาๆ โดยให้นอนหงายแล้วขอเข่าขึ้นมาโดยให้ไปทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แล้วสลับยกเข่าอีกด้านขึ้นมาแทน ในเวลาเดียวกันนั้นให้ยกตัวส่วนบน มือทั้งสองข้างกุมบริเวณท้ายทอย แล้วให้ขอศอกด้านที่ตรงกันข้ามกับหัวเข่าที่ยกขึ้นมาตามรูปลักษณะตามรูปด้านล่าง โดยให้ทำต่อเนื่องทั้งหมดข้างละ10ครั้ง รวมทั้งหมด 20ครั้ง ให้ก้มตัวเข่าชิดพื้นตามภาพด้านล่าง หายใจเข้าลึกๆ จากนั้นให้โค้งหลังข้างไว้ประมาณ15-30วินาที หลังจากนั้นให้ยืดหลังให้ตรงแล้วข้างไว้อีก15-30วินาที ให้ทำทั้งหมด2เซต ก้มตัวลงให้หลังโค้งตามรูป ยกขาข้างหนึ่งให้ยืดตรงระดับเดียวกับอก และยกแขนอีกด้านที่ตรงข้ามกับขายืดตรงออกไปด้านหน้าพร้อมยกหัวให้ขนานกับพื้น แล้วจึงค่อยกลับมาประจำที่ท่าเริ่มต้นหลังก้มโคง จึงค่อยเปลี่ยนไปยืดแขนกับขาอีกด้านหนึ่งแทน ทำสลับไปมาข้างละ 10 ครั้งอีกด้วยและทั้งหมดนี้ก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดีมากๆ ที่จะช่วยให้คุณนั้นลดอาการ หรือหายจากอาการ อาการปวดหลัง เอว และต้นคอ

26 July 2018

แนะนำ 4 แอปบันทึกข้อมูลน้ำหนัก และติดตามบน Apple Watch

สำหรับคนที่อ้วนแล้วต้องการที่จะเปรียบเทียบน้ำหนักตัวเอง วัดชั่งน้ำหนักตัวเองด้วยแอพพลิเคชั่นในมือถือ วันนี้เรามี 4 แอพพลิเคชั่นที่สามารถจะรู้ผลได้ว่าท่านหนักเท่าไร ต้องทำไงถึงจะลดได้และเปรียบเทียบการออกกำลังกายให้ท่าน ไปดูกันว่ามีแอพ อะไรกันบ้าง 1.แอป Lost It!เป็นแอปที่กะปริมาณการบันทึกจำนวนของแคลอรี่ของอาหารที่คุณรับประทานเข้าไปในแต่ละมื้อ อีกทั้งยังสามารถนับจำนวนก้าวการเดินของท่านได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกปริมาณอาหารที่ทานแต่ละมื้อ ติดตามการขึ้นลงของน้ำหนัก ข้อเสียคือเป็นแอปที่บันทึกลงได้ในไอโฟน เท่านั้น 2.แอป FatSecretจุดเด่นสุดของแอปนี้ คือการที่จะมีการนำข้อมูลน้ำหนักของผู้ใช้ท่านอื่นมาให้ท่านดูและเปรียบเทียบ ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มแรงบันดาลใจในการลดน้ำหนักของท่านนั่นเอง แต่ข้อเสียของแอปพลิเคชั่นนี้ คือสามารถใช้งานแค่บนไอโฟนเท่านั้น ผู้เริ่มใช้แอปนี้จะต้องใช้บนไอโฟนมาก่อน หากใช้บน  Apple Watch ข้อดีคือจะมีการบอกจำนวนสารอาหารอะไรบ้างว่าเราต้องการปริมาณเท่าไร ในแต่ละวัน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ท่าน ทานมากหรือทานน้อยเกินไปนั่นเอง 3.แอป MyNetDiary เป็นแอปที่ทำหน้าที่บันทึกข้อมูลอาหารที่ท่านได้ทานไปในแต่ละวัน และหากท่านได้บันทึกข้อมูลลงบน  Apple Watch ท่านเองก็จะสามารถแตะบันทึกเมนูได้เลยเช่นกัน นอกจากนี้มีตัวช่วยในการวิเคราะห์ ในกรณีที่เรานั้นเกิดทานอาหารเข้าไปเกิน 400 แคลอรี่ จะมีตัวช่วยเพื่อเป็นการแนะนำว่าเราควรจะเริ่มการลดน้ำหนักแบบใด นี่คือแอปที่สามารถใช้งานได้ง่ายที่สุดแล้ว 4.แอป Monitor Your Weight เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการใช้งานโดยตรงเรื่องของการดูแลเรื่องน้ำหนักจริง ๆ เป็นแอพที่ไม่มีการบันทึกเรื่องอาหารการกินเลย แต่จะเน้นไปทางเฉพาะเรื่องของน้ำหนักเท่านั้น ติดตามผลของน้ำหนักของเราว่าขึ้นหรือลง         ภายในแอปจะมีการประเมินค่าของแคลอรี่ที่เราต้องการใช้ในแต่ละวันได้ อีกทั้งยังมีการแนะนำไม่ให้เราทานอาหารชนิดใดเกินไป…

read more

16 July 2018

ช้าหรือเร็ว วิ่งอย่างไรให้ลดความอ้วนได้ผล

หลายคนชอบลดความอ้วนด้วยการวิ่ง เนื่องจากเป็นวิธีออกกำลังกายที่ได้ผลดีเยี่ยม หลายคนมักเกิดคำถามที่ว่า เราควรวิ่งอย่างไรดี แต่ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งแบบไหน การวิ่งก็เป็นการบริหารร่างกายที่ดีต่อสุขภาพในหลายๆด้าน เช่น ทำให้นอนหลับสนิทมากขึ้น ช่วยบริหารการทำงานของปอด ซึ่งช่วยให้ระบบการหายใจดีขึ้น แถมยังช่วยให้หัวใจแข็งแรง ดีต่อความดันในร่างกาย นอกจานี้ การวิ่งยังสามารถช่วยรักษาอาการภูมิแพ้อากาศและอาการไซนัสอักเสบอีกด้วย ทั้งนี้ การวิ่งจะสามารถเผาผลาญพลังงานได้มากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งระยะเวลา ระยะทาง ซึ่งหากวิ่งนาน และวิ่งได้ไกลมาก ก็จะยิ่งเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น นอกจากนี้ น้ำหนักตัวก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้แต่ละคนเผาผลาญพลังงานได้แตกต่างกัน ซึ่งหากใครน้ำหนักตัวมาก ร่างกายก็จะยิ่งเผาผลาญพลังงานมากกว่าค่ะ ส่วนเรื่องคำถามที่ว่า วิ่งช้าหรือเร็วดีกว่ากิน อันนี้ก็ต้องกลับมาดูที่วัตถุประสงค์ของการวิ่งค่ะ ว่าเราวิ่งเพราะอยากลดความอ้วนหรืออยากให้ร่างกายแข็งแรง เพราะการวิ่งเพื่อมีเป้าหมายในการลดไขมันในร่างกาย ต้องวิ่งด้วยความเร็วในจังหวะที่ไม่เร็วมาก แต่ใช้เวลานาน ขณะที่การวิ่งเร็วจนรู้สึกหอบนั้น จะช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง รวมทั้งช่วยการเลือดลมสูบฉีดดี ทำให้การทำงานของหัวใจแข็งแรงไปด้วย อย่างไรก็ตาม การวิ่งนั้น ต้องอยู่ในข้อจำกัดของร่างกายแต่ละคน โดยเฉพาะคนที่มีโรคความดัน โรคหัวใจ โรคกระดูก หรือผู้มีน้ำหนักตัวมาก ไม่ควรออกกำลังกายด้วยการวิ่ง หรือหากต้องการวิ่งก็ไม่ควรวิ่งเร็วค่ะ เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้ ทางที่ดีควรเปลี่ยนวิธีด้วยการเดินเร็ว หรือออกกำลังกายอย่างอื่นที่ไม่ทำให้หัวใจทำงานหนักเกินไปค่ะ Credit : https://www.runnersworld.com

13 July 2018

6 ข้อดีของการ “จ๊อกกิ้ง”

การที่จะมีสุขภาพดีได้นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทานอาหาร การพักผ่อน การใช้ชีวิต และที่สำคัญ คือ การออกกำลังกาย ซึ่งแต่ละคนก็มีวิธีการออกกำลังกายที่แตกต่าง กันออกไป ซึ่ง “การวิ่งจ๊อกกิ้ง” ก็เป็นการออกกำลังกายที่ง่ายและสะดวก ทุกเพศทุกวัยสามารถ ทำได้ และวันนี้เราจึงได้รวบรวมของดีของการ จ๊อกกิ้ง มาฝากกัน         เพิ่มสมาธิให้มีมากขึ้น         เพราะเวลาที่เราวิ่งจะทำให้เรามีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เราทำ จนถึงขั้นที่สามารถนับก้าววิ่ง ได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ไอทีเลย         พัฒนาบุคลิกภาพ         การวิ่งจ๊อกกิ้ง คือ การวิ่งที่เป็นการทรงตัวโดยธรรมชาติ และจะพัฒนาบุคลิกภาพตาม หลักสรีรศาสตร์โดยอัตโนมัติ หากคุณบุคลิกภาพไม่ค่อยดี แนะนำให้ลองมาวิ่งจ๊อกกิ้งดู         มีผลในการช่วยลดน้ำหนัก         คุณสามารถวิ่งเหยาะ ๆ ได้ประมาณ 30-60 นาที โดยที่คุณไม่รู้สึกเหนื่อยหรือฝืน ร่างกายเกินไป ซึ่งการวิ่งด้วยเวลาขนานนั้นจะช่วยให้ไขมันลดลงอย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง         ช่วยป้องกันการเกิดโรคภัย         ไม่เพียงแต่ช่วยลดน้ำหนักเท่านั้น การวิ่งยังสามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ หรือ…

read more

6 July 2018

4 เคล็ดลับออกกำลังกาย ให้เป็นนิสัยไม่ขี้เกียจกลางทาง

                           คนไทยสมัยนี้ มีเรื่องให้ทำ มีเรื่องต้องให้คิดกันตลอดเวลา หลายคนมักจะห่วงแต่ เรื่องสบายเรื่องกินจนกลายเป็นคนขี้เกียจไปเลย พอครั้งที่น้ำหนักขึ้นก็อยากจะลด แต่พอรู้ว่า การลดที่ดีคือการลดน้ำหนัก หลายคนก็สงสัยว่าทำยังไง คนเราถึงจะออกกำลังกายได้อย่าง ต่อเนื่อง จะหาแรงบันดาลใจมาจากไหน เพื่อหุ่น เพื่อสุขภาพเราจะได้ดีขึ้น         วันนี้จะมี 4 วิธี ที่จะช่วยให้เราสามารถออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง อีกทั้งยังเป็นการเปลี่ยนนิสัยความขี้เกียจออกกำลังกายอีกด้วย เพื่อตัวคุณเอง  ลองทำตามดูได้ 1.ออกกำลังกายได้ที่บ้าน         การออกกำลังมีมากมาย ไม่ว่าจะวิ่ง เดิน แอโรบิก และอื่น ๆ ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเดิน ทางไปฟิตเนสอะไรเลย  สุดท้ายจะได้ไม่ต้องมานั่งเจ็บใจ เสียดายตัง กับการจะเอาหุ่นดี ๆ กลับมา ไม่ต้องมีขั้นตอนอะไรมากมาย หากคิดออกกำลังกาย  เริ่มที่บ้านก็ได้ 2.ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอุปกรณ์เสมอไป…

read more

25 June 2018

การออกกำลังกาย ช่วยให้ชะลอวัยแถมสุขภาพดี

มีงานวิจัยที่ยืนยันได้ว่า การออกกำลังกายเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยดูแลสุขภาพที่ได้ผลอย่างชัดเจน ซึ่งประโยชน์ของการออกกำลังกายนี้ ทำให้ร่างกายแข็งแรงห่างไกลจากโรคร้ายต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคอ้วน โรคเส้นเลือดในสมองตีบ เป็นต้น นอกจากนี้ การออกำลังกายยังช่วยลดความเครียด และส่วนให้เลือดลมไหลเวียนดีซึ่งส่งผลให้มีผิวพรรณสดใส และช่วยให้ดูอ่อนวัยขึ้น การออกำลังกายนั้น มีส่วนช่วยให้แก่ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากการออกกำลังกายยังมีส่วนช่วยในการคงสภาพและรักษาเซลล์ที่เป็น ตัวควบคุมความแก่ชรา แถมยังช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ และทำให้ระบบการทำงานในร่างกายมีประสิทธิภาพ ดังนั้น คนที่ออกกำลังกายอยู่เสมอ จึงมักมีบุคลิกภาพี่สดใสร่าเริง และดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริง โดยการออกกำลังกายเพื่อการดูแลสุขภาพนั้น ควรใช้เวลาในการออกกำลังกายประมาณ 30 – 60 นาที ซึ่งในหนึ่งสัปดาห์นั้น ควรออกกำลังกายสัปดาห์ละ 4-5 วันเพื่อให้ร่างกายได้พักบ้าง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกายนั้น ไม่ควรหักโหมตั้งแต่ครั้งแรก เพราะอาจทำให้ร่างกายไมสามารถปรับตัวได้ ดังนั้น ควรเริ่มจากการออกกำลังกายน้อยๆเพียงวันละ 30 นาที แล้วค่อยๆเพิ่มขึ้นตามลำดับ ทั้งนี้ การออกกำลังกายเสื้อสุขภาพสามารถทำได้หลายรูปแบบ ทั้งการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งซึ่งจะช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ซึ่งส่งผลดีต่อการทำงานของหัวใจและปอด และการออกกำลังกายที่สร้างความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อและเส้นเอน อย่างเช่นโยคะ เป็นต้น ซึ่งนอกจากการออกกำลังกายแล้ว การที่จะมีสุขภาพดีอย่างยิ่งยืน ยังต้องอาศัยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และการนอนหลับพักผ่อนที่ดี รวมทั้งดื่มน้ำให้เพียงพอด้วยค่ะ Credit…

read more