8 เทคนิคดูแลรักษาความเย็นแอร์รถยนต์ และไม่ให้เหม็นอับ

login 4 news

ผู้ใช้รถยนต์ส่วนใหญ่จะพบเจอกับปัญหา ของแอร์ที่ไม่ค่อยเย็น ถึงจะเอาไปซ่อมแล้วใช้ไปไม่นานก็เหมือนเดิม แถมยังมีกลิ่นอับมากวนใจอีก วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับดีๆ ที่จะทำให้แอร์รถของคุณเย็นฉ่ำ เหมือนตอนที่เราออกรถมาใหม่ๆ วิธีดูแลรักษาก็ไม่ยากเลยค่ะ

1. ต้องปิดคอมเพรสเซอร์สวิตช์ควบคุมการทำงานของแอร์ ก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ทุกครั้ง เพื่อไม่ให้คอมเพรสเวอร์ฉุดกระชากเครื่องยนต์ในขณะที่เรากำลังสตาร์ทรถยนต์

2. หลังจากสตาร์ทเครื่องยนต์และวอร์มอัพจนเครื่องอยู่ในอุณหภูมิที่พร้อมใช้ง่ายแล้ว อย่าเพิ่มรีบปรับอุณหภูมิแอร์ แต่ให้เริ่มต้นด้วยการปิดพัดลมแอร์ให้เร็วในระดับที่สูงก่อน เพื่อไล่ความร้อนในระบบแอร์ จากการสตาร์ทเครื่องให้ออกไปก่อน จากนั้นจึงค่อยเปิดสวิตช์ A/C (สวิตช์ปรับอุณหภูมิแอร์) แล้วปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับความต้องการของคุณ

3. อย่าปิดช่องแอร์หนี ถ้าอากาศภายในห้องโดยสารรถยนต์เย็นจนเกินไป อย่ารีบหันช่องแอร์หนีไปจากตัว หรือ ปิดช่องแอร์ลง แต่ให้ใช้เป็นวิธีปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้นจะดีกว่า เพื่อไม่ให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักโดยไม่จำเป็น (รถยนต์หลายๆ รุ่นจะมีฮิตเตอร์เพื่อปรับอุณหภูมิที่เย็นและหนาวเกินไปให้อุณขึ้นได้แทนการปิดแอร์)

4. ก่อนจะถึงระยะจุดหมายปลายทาง 5-10 นาที ให้ทำการ ปิดสวิตซ์ A/C ลง เปิดแต่พัดลมไว้ ที่ความเร็วสูงสุดให้ความเย็นแทนแอร์ เพื่อเป็นการไล่ความชื้นออกจากคอล์ยเย็น ซึ่งจะช่วยป้องกันการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย ถ้าทำได้บ่อยๆ จะทำให้รถของคุณไม่มีกลิ่นเหม็นอับแน่นอน เมื่อถึงที่หมายก็ควรปิดพัดลมก่อนที่จะทำการดับเครื่องยนต์ การทำแบบนี้จะช่วยลดการทำงานของคอมเพรสเซอร์แอร์ด้วย

5. อย่านำน้ำหอมที่มีแอลกอฮอล์มาเสียบหรือแขวนตรงหน้าช่องแอร์ เพราะอาจจะทำให้ตู้แอร์ผุกร่อนง่ายขึ้น

6. หากรถจอดตากแดดนานๆ หลังสตาร์ทเครื่องแล้วให้เปิดพัดลมระดับแรงสุด เพื่อไล่ความร้อนและความชื้นที่ค้างอยู่ในระบบแอร์ออก ก่อนที่จะทำการเปิดสตวิซ์ A/C

7. พยายามอย่าเปิดกระจกรถบ่อยๆ ในขณะขับขี่ เพราะจะนำความร้อนเข้ามาภายในรถและยังทำให้ฝุ่นละอองจากภายนอกเข้ามาอุดตันในตู้แอร์ได้เร็วมากขึ้นอีกด้วย หากจำเป็นต้องเปิดกระจกก็ควรที่จะปิดช่องแอร์บริเวณคอลโซลหรือจุดที่แอร์ออกให้หมดก่อนเพื่อไม่ให้ฝุ่นปลิวเข้าไปในระบบแอร์

8. ถ้าแอร์เกิดสภาวะที่ไม่เย็นจริงๆ ให้ปิดสติวซ์ A/C แล้วเปิดแต่พัดลมอย่างเดี่ยว จากนั้นควรนำรถเข้าไปตรวจเช็คความผิดปกติของระบบแอร์