7 วิธีการเลือกซื้อเป้ Backpack ให้ตรงใจ

หลายคนอาจจะมีปัญหาการเลือกซื้อเป้ กะขนาดไม่ถูกซื้อมาแล้วใหญ่ หรือ เล็กไป สะพายแล้วไม่พอดีกับตัว หนักเกินไป ไม่ถูกใจ แล้วก็ต้องไปเสียเงินซื้อใหม่ให้สิ้นเปลืองหนักเข้าไปอีก

ถ้าเริ่มไม่ถูกว่าจะซื้อยังไง ซื้อขนาดเท่าไร ซื้อยังไงให้คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป ลองมาศึกษาไปพร้อมๆ กันเนอะ

1.เลือกขนาดกระเป๋าที่เหมาะสมตามจำนวนวัน

ขนาดกระเป๋า ต้องเหมาะสมกับจำนวน วัน ถ้าไปแค่ 2 วันเอา 55ลิตรไปก็คงจะไม่ใช่ หรือ ไป 7 วัน เอา 25 ลิตรไป ก็คงจะต้องไปลุ้นข้างหน้าว่ารูดไปรูดมา ซิปจะแตกเอาวันไหนอ่ะนะ มันคงจะไม่ดีเนอะ เลือกขนาดให้เหมาะสมกับจำนวนวันแล้ว เลือกยังไงล่ะ?

ง่ายๆ ค่ะ ดูตามขนาดความจุ แต่ไปซื้อที่ช็อป เขาต้องมีพนักงานแนะนำ ถามเขาก็ได้ถ้าคุณไม่รู้ไม่แน่ใจว่าความจุเท่าไรเหมาะกับกี่วัน

ความจุโดยมาตราฐาน มีดังนี้

1. 25-32 ลิตร เหมาะสำหรับ 2-5 วัน ทั้งนี้เป้ความจุนี้ เป็นขนาดที่สามารถถือขึ้นเครื่องได้ (แต่คงต้องเช็คก่อนนะว่าสายการบินเขากำหนดน้ำหนักเท่าไร)
2. 32-40 ลิตร เหมาะสำหรับ 5-7 วัน
3. 40-70 ลิตร เหมาะสำหรับ 8-14 วัน เป็นขนาดที่เห็นได้ทั่วไปกับฝรั่ง Backpacker ที่มาเที่ยวเมืองไทย เดินทางทีละหลายประเทศ

สำหรับผู้เขียนผู้เขียนใช้ ขนาด 55ลิตร ผู้เขียนเป็นผู้หญิง เดินทาง 9 วัน ก็โอเคอยู่นะ อาจะไม่ต้องถึง 70ลิตร ยกเว้นว่าคุณไปต่างประเทศแบบเดินทางหลายประเทศเป็นแรมเดือน หรือ คุณจะหาขนาดที่พอดีกับคุณ 50-60 ลิตร แล้วเอาเสื้อผ้าไปพอดี ไม่ต้องเอาไปครบตามจำนวนวัน เอาแค่พอมีใส่วนๆ ผลัดกับซักที่ใช้แล้ววนไป แบบนี้ก็ได้นะ เพราะเป้ยิ่งใหญ่ สะพายนานอาจมีอาการปวดหลังตามมา แต่ถ้ามั่นใจว่าสุขภาพร่างกายมวลกระดูกดีจะแบบ 70 หรือ มากกว่านั้นก็ตามสบายจ้า

2. เน้นช่องใส่ของเยอะไว่ก่อน

ทำไมต้องเน้นช่องใส่ของเยอะๆ ก็เพื่อให้เราจัดของใช้เป็นหมดหมู่ จำพวกเดียวกันไว้ด้วยกัน และหยิบใช้ง่าย หาง่าย เช่นของที่หยิบใช่บ่อยหน่อย แต่ไม่ถึงกับว่าต้องพกติดตัวตลอดเวลาก็เอาใส่กระเป๋าช่องด้านนอกไว้ ไม่ต้องไปรื้อ ไปวุ่นวายกับเสื้อผ้าที่เรา พับ ม้วนมาเป็นระเบียบแล้วไง

3. น้ำหนักของกระเป๋า เน้นเบาที่สุด

ใช้ว่า ลิตรน้อย น้ำหนักกระเป๋าจะเบาหวึ่งเสมอไป และใช้ว่า 50-60 ลิตร น้ำหนักกระเป๋าจะหนักนะคุณ น้ำหนักกระเป๋าควรจะเบาที่สุด เพราะเราจะต้องเอาสัมภาระที่รวมๆแล้วมันหนักเนี๋ยยัดลงไป
ถ้าไปเจอน้ำหนักกระเป๋าที่หนักอยู่แล้วคุณก็จะแบกหนักมากกว่าเดิม และ เวลาโหลดกระเป๋าไอ้น้ำหนักกระเป๋ามันจะถูกบวกเพิ่มไปอีก แทนที่เราจะใส่ของได้เยอะเราอาจะต้องตัด อะไรเอาออกไปเพื่อให้กระเป๋าเบาขึ้น
หรือ อยู่ในน้ำหนักโหลดกระเป๋าที่สายการบินกำหนดให้โหลดฟรีได้ หรือใครสะดวกอัดเต็มเหนี่ยวเดี๋ยวไปซื้อน้ำหนักโหลดกระเป๋าเอาก็ได้อันนี้ก็แล้วแต่ แต่ผู้เขียนงก เอาตามที่สายการบินกำหนดโหลดฟรีนั้นแหละจ้า

4. ควรจะมีช่องระบายอากาศด้านหลัง

เลือกที่มีช่องระบายอากาศด้านหลัง เวลาสะพายเป้นานๆ จะได้ไม่เปียกเหงื่อ

5. เลือกกระเป๋าที่มีสายรัดเอว และ หน้าอก

สายรัดจะช่วยให้เป้กระชับกับร่างกายเรา และทิ้งน้ำหนักได้อย่างถูกต้อง สะพายแล้วไม่เมื่อย ช่วยได้จริงๆนะ เริ่มแรกผู้เขียนซื้อกระเป๋าเป้ใบใหญ่แบบธรรมดา (แบบกระเป๋านักเรียนเด็กประถมงี้แต่ใบใหญ่หน่อย) คือเมื่อยหลัง เมื่อยบ่ามาก สายรัดก็ไม่มี โครง(เหล็ก)กระเป๋าก็ไม่มี เมื่อยสุดจะบรรยาย คือเดินแบกแล้วเหนื่อยแล้วล้า ถึงที่พักที่ไรต้องอาบน้ำ เอนหลังก่อนแล้วค่อยออกไปเที่ยวต่อทุกที

แต่พอเปลี่ยนเป็น กระเป๋าสำหรับแบ็คแพ็กเนี๋ย ก็มีสายรัดพวกนี้ ของผู้เขียนมีโครงเหล็กที่ตัวกระเป๋าด้านหลัง ไม่แน่ใจว่ามีโครงเหล็กนี้ทุกยี่ห้อทุกรุ่นหรือป่าว แต่ของผู้เขียนไม่มีช่องระบายอากาศ เหงื่อนี้ไม่ต้องพูดถึง เปียกตั้งแต่หลังยันกระเป๋าอะแหละ

กลับมาเรื่องสายรัดต่อ คือพอเปลี่ยนมาใช้ที่มีสายรัด รู้สึกว่าสบายขึ้น ไม่เมื่อยนะ ไม่ปวดหลัง คอนเฟิร์มว่าช่วยได้จริงๆค่ะ

6. อย่าเห็นแก่ของถูกจนไม่คำนึกถึงความคุ้มค่าความทนทาน

ของถูกกับของแพงต่างกันตรงไหน? แน่นอนว่าของถูกและดี ไม่มีในโลก มีแต่ของดีในราคาสมเหตุ สมผล เราเชื่อว่าคนหลายคนที่ยอมจ่ายแพงเพราะเราต่างก็เคยใช้ของถูกมาแล้วไม่โอเค เป้ใบแรกทริปแรก บอกเลยนี้พูดเลย ว่า ทำไมต้องซื้อใบแพงๆเป็นพันๆมาด้วย คนที่ใช้อยู่เขาก็พยายามอธิบาย เราก็ฟังนะ แต่ไม่ซื้อแบบเขา เปลือง งก

จนได้รู้ว่า ใบไม่กี่ร้อย ใส่ไม่กี่ครั้ง ก็พังแล้ว สายกระเป๋าปลิ ซิปเริ่มฝืด 3 ทริปเอง ทริปในประเทศด้วย ช่องใส่ของข้างกระเป๋าขาด ใส่น้ำขวดธรรมดาเนี๋ย ?เมื่อยอีก บ่านี้ล้าไปหมด

จนได้ไปกับพี่คนที่ใช้เป้แบ็กแพ็กดีดี เขาบอกลองสะพายดู แล้วจะรู้ว่าทำไมพี่ยอมซื้อแพงๆ พอได้สะพาย ถึงได้รู้ว่าเป้ตัวเองกระโหลกกะลามาก แทบอยากจะบอกพี่เทของของพี่ออกให้หมดเลย หนูซื้อต่อของพี่ อันนี้ปวดไหล่ จะเอาๆ

ก็นี้ละ สาเหตุที่ยอมซื้อแพงๆ แล้วมันซื้อครั้งเดียวจบไม่ต้องซื้อซ้ำๆ ให้สิ้นเปลือง

ใบแรกของผู้เขียน ประมาณ 450 บาทมั้ง ใบที่ 2 500กว่า ใบที่ 3 ถึงยอมซื้อแบบดีดี ถ้าไม่ติดแบรนด์ เดินในช็อป ใบละ พัน สองพัน คณภาพดีดีก็มี ถ้าตัดใจซื้อตั้งแต่แรกก็จบแล้ว ไม่ต้องมาสิ้นเปลืองซ้ำซ้อนแบบนี้หรอกจริงมั้ย

 7. เลือกซิปคู่

ซิปคู่ดียังไงอะเหรอ อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะค่ะ คือซิปคู่มันล็อกได้ แค่นั้นแหระ จับมันรูดเข้าหากันแล้วเอาแม่กุญแจตัวเล็กๆ มาล็อกระหว่างเดินทาง มันอุ่นใจดีอ่ะ เดี๋ยวนี้แม้แต่โหลดกระเป๋ากับสายการบินชั้นดี ก็มีข่าวว่ากระเป๋าโดนงัดมาแล้วไม่ถ้วนนะจร้ะ บางอย่างในกระเป๋าไม่ใช่ของราคาแพงหรอก แต่เป็นสิ่งของที่เรารักเราห่วงแหน อย่างขาตั้งกล้องผู้เขียนจะเอามาใส่ไว้เป้ใบใหญ่ มันไม่แพงมากก็จริง แต่มันสำคัญกับผู้เขียนมาก ก็หวงยังงี้ แล้วก็มีอื่นๆอีกที่เราหวงแต่ราคาไม่แพง จึงล็อคไว้เพื่อความสบายใจ

เป็นเพียงภาพตัวอย่างจริงๆ ตัวล็อกอันนี้ผู้เขียนจะเอาไว้ล็อกกระเป๋ากล้อง ในทริปอินเดีย ถึงกระเป๋าจะอยู่กับตัวแต่ขอล็อกไว้เพื่อความสบายใจ แต่ถ้าจะล็อกกับกระเป๋าใหญ่เลือกตัวใหญ่กว่านี้หน่อยดูแข็งแรงหน่อยก็ดีนะ ถ้าเอาอันนี้ล็อกหาอะไรแข็งๆทุบก็หลุดแล้ว

พอจะมีแนวทางเลือกกระเป๋ากันรึยังค่ะ ถ้ายังไม่รู้จะเลือกแบบไหน หรือ ทำไมต้องซื้อราคาแพงๆ ก็ลองอ่านตามนี้จะเข้าใจเอง จริงๆไม่ได้บอกว่าต้องซื้อของแพงๆเท่านั้น ราคาครึ่งหมื่นอะไรยังงี้นะ ส่วนใหญ่ราคาครึ่งหมื่นไปจนถึงหมื่นเนี๋ยน่าจะเป็นราคาของกระเป๋าที่เป็นแบรนด์ดัง เราหาซื้อสักพัน สองพัน จากร้านที่ดูน่าเชื่อถือหน่อยก็ได้แล้ว อะไรที่ถูกมากๆมันไม่ทนทานหรอก ไม่ใช่ไม่ดีนะ เราว่าของทุกอย่างผลิตผ่านคิวซีมาก็ดีหมดแหละ แต่ความทนทานมันจะทนแค่ไหน ก็คงตามราคาอ่ะ ราคามันก็ต้องอิงมาจากวัสดุ วัสดุดีมากน้อยแค่ไหน ราคามันก็ตามนั้นอะเนอะ จบไว้แค่นี้นะค่ะ ลาแล้วค่า

 

RELATED TOPICS: , ,