21 องค์กร เรียกร้องให้ทุนไทยรับผิดชอบต่อเหตุเขื่อนแตกที่ลาว

เขื่อนเซน้ำน้อย ที่ประเทศลาว ได้เริ่มแตกตั้งแต่กลางคืนของวันจันทร์ของวันที่ 23 กรกฎาคม 2561 ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันใน 6 หมู่บ้านและประชาชนกว่า 6,000 คนต้องไร้ที่อยู่อาศัย มีผู้สูญหายอย่างน้อย 200
คนและพบว่าเสียชีวิตแล้ว 50 คน เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวบริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด แถลงว่าเขื่อนคันดินเกิดรอยแตกร้าวหลังจากมีพายุฝนอย่างต่อเนื่องเป็นสาเหตุให้ปริมาณน้ำมหาศาลไหลออกจากอ่างเก็บน้ำและยืนยันว่าจะไม่กระทบกับการผลิตไฟฟ้าตามกำหนดการแทนที่จะแสดงความห่วงใยหรือแถลงถึงมาตรการช่วยเหลือหลังเขื่อนแตกแต่บริษัทกลับเงียบในประเด็นเหล่านี้ เขื่อนคันดินที่แตกในครั้งนี้ ได้ก่อให้เกิดการตั้งคำถามถึงกระบวนการก่อสร้างต่อมาตรฐานระดับโลกด้านความปลอดภัยของเขื่อน ตามหลักการและแนวทางของคณะกรรมการเขื่อนโลก ซึ่งหลักการดังกล่าวเสนอว่า ควรมีการพัฒนากลไกเพื่อให้การชดใช้ค่าเสียหายหรือการชดเชยย้อนหลังสำหรับผู้ที่ทุกข์ทรมานจากเขื่อนที่มีอยู่แล้วตลอดจนฟื้นฟูความเสียหาย

ซึ่ง องค์กรประชาสังคมกว่า 21 องค์กร ได้ออกแถลงการณ์ร่วมในนามเครือข่ายประชาสังคมไทยเรียกร้องความรับผิดชอบต่อผู้ลงทุนไทยในต่างประเทศ โดยมีการระบุว่า “ในฐานะประชาชนไทยอันประกอบด้วย
เครือข่ายองค์กรชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโขง องค์กรพัฒนาเอกชน นักสิตนักศึกษาและนักวิชาการได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ความเสียหายจากภาวะเขื่อนเซน้ำน้อยแตกในประเทศลาว ตั้งแต่สองวันที่ผ่านมา

ในฐานะเพื่อนมนุษย์ขอแสดงความเสียใจอย่างที่สุดต่อการสูญเสียของประชาชนชาวลาวครั้งยิ่งใหญ่นี้ และขอเรียกร้องถามความรับผิดชอบของผู้ลงทุนโครงการในเหตุการณ์เขื่อนเซน้ำน้อยแตก และธนาคารไทยที่ให้เงินกู้สำหรับโครงการสนี้แสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างใหญ่หลวงครั้งนี้ซึ่งทำให้ประชาชนจำนวนมากต้อง สูญเสียชีวิต ที่อยู่อาศัย ทรัพย์สินพื้นที่เกษตรกรรมและมีผลกระทบทางร่างกายและจิตใจจากการสูญเสียครั้งนี้และขอเรียกร้องให้มีการรับผิดชอบโดยเร็วที่สุดตามหลักการมาตรฐานและสิทธิมนุษยชนสากล”