“อัจฉริยะ” แฉทนายสายโจรหลอกขายบันทึกการจับกุมปลอม

login 4 news

จากข่าวที่ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์  แฉสองพี่น้องทนายสายโจร ได้หลอกลวงญาติของผู้เสียในคดีต่างๆ ว่าสามารถวิ่งเต้นคดีได้ แต่เอาเข้าจริงช่วยไม่ได้ สุดท้ายมีคนมาร้องเรียนที่เพจชมรมช่วยเหลือเยื่ออาชญากรรมกว่า 30 คน และตอนนี้ทนายความทั้งสองคนถูกถอดถอนใบอนุญาตแล้ว และในวันที่ 17 ต.ค. พิธีกรในวันนั้นคือ อริสรา กำธรเจริญ ดำเนินรายการแทนหนุ่ม กรรชัย และได้สัมภาษณ์อัจฉริยะละทนายพีทที่เคยทำงานใกล้ชิดคนที่หลอกลวง

ทนายพีท : ผมรู้จักทนายสองคนนี้จากการไปสมัครงานเป็นทนายความ และทำในสำนักงานเขา 9 เดือน ส่วนเรื่องการทำงานของทนายสองคนนี้คือ คนเป็นพี่จะเข้าไปคุยกับนักโทษในเรือนจำ ซึ่งเวลาจะเข้าไปคุยต้องยื่นใบอนุญาตทนายความ และต้องบอกเลยว่าบางเรือนจำก็ไม่ได้ตรวจสอบว่าถูกถอนใบอนุญาตแล้ว เลยอนุญาตให้เข้าไปคุยได้

• และพิธีกรได้ถามต่อว่า ทนายสองคนนี้เขาถูกถอดใบตั้งแต่ปี 58

ทนายพีท : ใช่ครับวิธีแบบ 100/2 คือขยายผลไปที่ผู้กระทำผิดเกี่ยวกับสิ่งเสพติดแล้วก็ซัดทอดไปยังผู้ต้องหาคนอื่น และจะบอกว่าได้เคสนี้มาจากตำรวจ ให้นักโทษสนใจ คุยเสร็จก็ขอเบอร์ญาติ เพื่อติดต่อเรื่องสัญญาจ้างและเงิน พอได้เงินก็ส่งทนายไปทำโยง อัจฉริยะ เปิดเผยว่า 100/2 คือ พ.ร.บ.ยาเสพติด เป็นเรื่องของการขยายผลจากผู้ต้องหาที่ถูกจับ และก็ซัดทอดไปยังคนร่วมขบวนการ และส่งผลการขยายผลการจับกุมเพื่อยื่นต่ออัยการต่อศาลเพื่อขอลดโทษลง ซึ่งจะลดได้เกือบครึ่งเลย

อัจฉริยะ : ส่วนใหญ่แล้วต้องดูว่าเป็นการขยายผลนักโทษจริงๆ และจับจริงด้วย แต่ส่วนมากที่ตรวจสอบหลอกลวงเกือบทั้งหมด ยอดเงินเสียหายก็ 80 ล้านบาทแล้ว

วิธีการก็จะไปตีสนิทเจ้าหน้าที่เรือนจำ และเมื่อเจ้าหน้าที่ลอกรายชื่อผู้ต้องหาให้ และทนายจะเลือกคดียาเสพติด เข้าไปคุยว่าช่วยให้ลดโทษได้ พอเหยื่อหลงเชื่อก็ต้องจ่ายเงินครึ่งหนึ่ง แล้วเขาก็ทำบันทึกจับกุมปลอมและไปยื่นต่อศาล และผู้ต้องหาก็ดูไม่ออก เพราะพอเวลาศาลออกหมายเรียกตำรวจคนที่ทนายอ้างชื่อไปถามว่าขยายผลได้จริงไหม แต่คนนี้ตอบว่าไม่รู้เรื่อง เขาก็ไปบันทึกว่าตำรวจนายนี้แขนหักขาหัก  และเอกสารนี้ก็ทำด้วยคอม ถ่ายรูปและสแกน พอตรวจจริงตำรวจที่เซ็นก็ปลอม เรียกว่าปลอมทุกอย่างให้เหยื่อหลงเชื่อ ต้องบอกเลยว่า ตรวจสอบยากมาก และทนายพีทบอกว่า 9 เดือนผ่านไป น่าจะเกิน 10 ล้านขึ้นไป

ทนายพีทมารู้ว่าทนายสองพี่น้องหลอก เพราะว่ามีลูกความมาติดต่อแล้ว คือ ได้รู้ว่าโดนถอดใบ เพราะเราไปสืบว่าเขาเป็นทนายจริงไหม ผมเลยลาออก

และได้มีการต่อสายตรงถึงผู้เสียหาย ผู้เสียหายบอกว่า เมื่อวันที่ 8 เม.ย.โดนหลอกเงินไป 1 ล้าน พอดีว่าพี่สาวโดนคดีก็ติดต่อผ่านทางรุ่นพี่มหาลัยเขา คนนี้ก็โดนหลอกเหมือนกัน คือ เหมือนขายฝันเลย รอบแรกเอาเงินไป 5 แสน รอบสอง 3 แสน และโอนไป 2 แสน เรื่องราวผ่านไปเหมือนไม่ค่อยคืบหน้า เลยลองไปตรวจสอบดูพบว่าไม่มีชื่อเป็นทนายจริงๆ

นายอัจฉริยะกล่าวว่าแจ้งไปประมาณ 19 แห่งทั่วประเทศ และหาทางดำเนินคดีอยู่