“ยาเขียว” แทนการทาน พาราฯ

login 4 health

ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีสมุนไพรอยู่หลายชนิด นิยมนำมาสกัดทำเป็นเครื่องสำอางและยาต่างๆ เพราะว่าให้ผลลัพธ์ที่ดีและมีความปลอดภัยสูง เนื่องจากเป็นของที่อยู่ตามธรรมชาติ และยังมีราคาถูกด้วย เว้นแต่เป็นพืชสมุนไพรหายากเท่านั้นที่อาจมีราคาแพงไปบ้าง สำหรับใครที่กำลังศึกษาเรื่องของสมุนไพรก็ไม่ควรพลาด เพราะวันนี้เราจะพาไปรู้จักสมุนไพรยาเขียวที่ช่วยลดไข้กัน

ยาเขียว จัดเป็นยาสมุนไพรพื้นบ้านที่ใช้กันมาอย่างยาวนานนับสิบปี มีสรรพคุณตามที่บันทึกไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2556 ว่า ช่วยบรรเทาอาการไข้ ร้อนในกระหายน้ำ บรรเทาอาการไข้จากหัด และอีสุกอีใสได้ แต่การที่เราจะนำมาใช้นั้นคงต้องปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะว่าจะต้องมีการกำหนดปริมาณด้วย ถ้ามากไปอาจเกิดผลข้างเคียงได้ แต่ถ้าน้อยเกินไปอาจทำให้การรักษาไม่ได้ผล

อันตรายจากยาเขียว แม้ว่ายาเขียวจะสามารถลดไข้ได้จริง แต่ใช้กับผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง นอกจากนี้ยาเขียวยังไม่มีงานวิจัยที่รองรับ และ ไม่สามารถลดไข้ได้หลายประเภทเหมือนยาพาราเซตามอล ใครที่มีอาการคล้ายจะเป็นไข้เลือดออกไม่ควรใช้ เพราะตัวยาอาจเข้าไปบดบังอาการของโรคไข้เลือดออก ทำให้ตรวจหาสาเหตุไม่ได้ และคนที่แพ้เกสรดอกไม้ไม่ควรใช้ยานี้ เพราะว่า ยาเขียวนั้นมีส่วนผสมของเกสรดอกไม้นั่นเอง และหากทานยาเขียวมากกว่า 3 วันแล้ว อาการไม่ดีขึ้น ก็ควรไปพบแพทย์แผนปัจจุบันจะดีกว่า

ยาพาราเซตามอล เป็นยาแผนปัจจุบัน มีสรรพคุณลดไข้ และบรรเทาอาการปวดได้ทั่วไป และสามารถใช้บรรเทาอาการไข้ของผู้ป่วยไข้เลือดออกได้
อันตรายจากยาพาราเซตามอล การได้รับยาพาราเซตามอลในปริมาณมากเกินขนาด (150 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ของน้ำหนักตัวในคราวเดียวกัน) อาจทำให้มีอาการคลื่นไส้ เซื่องซึม รวมถึงตับ และไตอาจเป็นพิษ หรือทำงานผิดปกติได้ หากทานยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้ติดต่อกัน 5 วันแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุของอาการไข้ที่แท้จริงต่อไป