“ปอดบวม” ป้องกันได้ตั้งแต่แรกเกิด

Login 4 health

(รูปจาก Ravenna today)

องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนด ให้วันที่ 12 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันปอดบวมโลก เพื่อส่งเสริมให้หน่วยงาน  ภาครัฐ และเอกชน รวมทั้งเครือข่ายองค์กรระหว่างประเทศ สถาบันวิจัย สถาบันศึกษา และประชาชนทั่วโลก ตระหนักถึงความสำคัญ พร้อมร่วมรณรงค์ป้องกัน และการปลุกจิตสำนึก เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคปอดบวม เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจ และดูแลรักษาตนเองให้ห่างไกลจากโรคปอดบวม

รศ.(พิเศษ) นพ. ทวี โชติพิทยสุนนท์นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศ กล่าวว่า โรคปอดบวม หรือปอดอักเสบ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส โดย 1 ใน 3 มาจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Streptococcus pneumoniae 2 หรือ “เชื้อนิวโมคอคคัส” จะพบได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

อาการของโรคปอดบวม  จะมีไข้ ไอ หอบเหนื่อย และจะมีอาการรุนแรงจนเกิดภาวะแทรกซ้อน ไมว่าจะเป็นการติดเชื้อในกระแสเลือด ภาวะหายใจล้มเหลว และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในเด็กแรกคลอด – ห้าขวบปีแรกและผู้สูงอายุซึ่งมีภูมิคุ้มกันต่ำ

การรักษาโรคปอดบวมมีหลายวิธี  เช่น การให้ยาต้านไวรัส ในโรคปอดบวมจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ยาปฏิชีวนะในโรคปอดบวมจากเชื้อแบคทีเรีย แต่การฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคปอดบวมมีบทบาทสำคัญ เพราะจะลดโอกาสในการเป็นโรคลงได้ โดยวัคซีนที่ใช้นั้นเป็นวัคซีนป้องกันติดเชื้อนิวโมคอคคัส  หรือที่เรารู้จักกันในนามวัคซีนไอพีดีในเด็กเล็กหรือวัคซีนปอดบวมในผู้ใหญ่ และวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

และสิ่งสำคัญในการป้องกันโรคปอดบวม คือ การหลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในสถานที่คนแออัดหลีกเลี่ยงการเลี้ยงเด็กในเนิร์สเซอรี่ที่อากาศถ่ายเท ไม่สะดวกและไม่คำนึงถึงความสะอาด รวมถึงควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วย เพื่อให้สุขภาพของคุณแข็งแรงมากขึ้น และมีภูมิต้านทานสูง ห่างไกลโรคปอดบวม