“ทาส”กับเครื่องบรรณาการทาง “เพศ” กับการตอบโต้ตามกฎหมายของสตรีและเด็ก

login 4 news

ในปัจจุบันเมื่อเทียบกันกับประชากรทั้งหมดบนโลกใบนี้มีผู้หญิงและเด็ก ที่ถูกบังคับใช้ ให้เข้าสู่กระบวนการที่ไม่มีทางเลือกสำหรับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรูปแบบชีววิทยา ที่เกี่ยวกับระบบทาสร่วมสมัย เพราะมันเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการทางเพศเท่านั้น โดยมีมากถึงร้อยล่ะ 71 เปอร์เซ็น หรือโดยประมาณที่มากกว่า 40 ล้านคนทั่วโลก ตามข้อมูลของการประเมินขอบเขตของการพิจารณาเพศรวมเข้ากับวาระธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (BHR) ในวัน “สตรีสากล”

ผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากรูปแบบของการเป็นทาสเนื่องจาก พวกเธอนั้นถูกกระทำให้อ่อนแอโดยบรรทัดฐาน และโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ยังคงเป็นเหตุและปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิด “ห่วงโซ่” ตามรูปแบบของชีววิทยาในลำดับของห่วงโซ่อาหารที่ต้องพบกับการเผชิญที่เรียกว่า “การแสวงหาผลประโยชน์อย่างรุนแรง” เช่น ผู้หญิงที่ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวในการเป็นทาสในหลายๆประเทศที่จะก่อให้เกิดการใช้กำลังและความรุนแรงทางเพศเพื่อการควบคุมเสรีภาพ หรือการถูกบังคับให้แต่งงาน หรือการค้ามนุษย์ โดยกลุ่มผู้หญิงกลุ่มนี้ที่กำลังดิ้นร้น แสวงหาหรือแม้แต่การพยายามให้หลุดจากห่วงโซ่หรือกับดักการเป็นทาส หรือการรักษาเยียวยาสภาพร่างกายและจิตใจที่ต้องการให้มีประสิทธิภาพและสร้างผลประโยชน์เฉพาะเจาะจงมากขึ้นโดยหลักสิทธิมนุษยชน (BHR)ในหลักของรูปแบบสากล

การเป็นทาสนั้นเกี่ยวข้องกับการขาดความเป็นอิสระและทางเลือกที่ข้อมูลได้รับการบอกเล่าจากผู้ที่ประสบเหตุการณ์ต่างๆทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน ที่มีรากฐานมาจากสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ศาสนาและอำนาจ และสิ่งเหล่านี้โดยส่วนใหญ่จะเป็นทางเลือกที่กฏหมายต่อต้านการค้าทาสทางเพศนั้นเหมือน “คนตาบอด” ที่ไม่สามารถป้องกันการเป็นทาสในรูปแบบที่กฏหมายในท้องถิ่นยากที่จะตอบสนองจากกลุ่มผู้ที่กระทำผิดในการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเพื่อนมนุษย์ ให้สมกับบทลงโทษที่ไร้ซึ่งความยุติธรรมแต่กลับเป็นผลที่ผู้หญิงและเด็กต้องเผชิญกับชะตากรรม ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ในสังคมปัจจุบัน ที่ปัญหาเกิดจากการสนองเหมือนกับเครื่อ’บรรณาการทางเพศ ที่ต้องทำให้องค์กรสตรีทั่วโลกลุกขึ้นมาเรียกร้องให้กฎหมายครอบคลุมและสำเร็จโทษให้สมกับคำว่า “การละเมิดสิทธิมนุษยชนสตรีและเด็ก” กับการช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กให้ออกจาก “ห่วงโซ่การค้ามนุษย์”เรียบเรียงโดย HORSEZ REDZ แหล่งข้อมูลอ้างอิง cambridge.org