ใช้ไมโครเวฟอย่างไรให้ปลอดภัย

เตาไมโครเวฟเป็นอุปกรณ์ที่ใช้กันเกือบทุกบ้าน เพราะเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้งานง่าย และสะดวก เหมาะสำหรับคนที่อาศัยอยู่ในหอ หรือคอนโดที่ทำกับข้าวลำบาก ไมโครเวฟนั้นใช้งานได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการอุ่นอาหารใช้สำหรับต้มน้ำ หรือในบางรุ่นใช้สำหรับการอบขนมได้  แต่ในหลายๆคนก็ยังไม่มั่นใจกับการใช้งานเตาไมโครเวฟเพราะเชื่อว่าทำให้คุณค่าทางอาหารที่ควรได้รับเสียไป และอาหารที่ผ่านการอุ่นนั้นจะเป็นพิษต่อร่างกายสร้างสารที่ก่อมะเร็งให้กับร่างกายของเราได้ ทั้งยังมีรังสีที่รั่วไหลออกจากเตาไมโครเวฟ ทำให้หลายๆ คนไม่แน่ใจว่าหากใช้งานจะปลอดภัยจริงหรือไม่ดังนั้นเรามาดูกระบวนการใช้งานของไมโครเวฟกันดูว่าไมโครเวฟนั้นใช้งานอย่างไรให้ปลอดภัย ดังนี้

  • เตาไมโครเวฟเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีความปลอดภัย และไม่ได้เป็นอุปกรณ์ที่ให้ความร้อนโดยตรง แต่ใช้การอุ่นอาหารด้วยคลื่นวิทยุที่ทำให้ได้อาหารที่มีคุณภาพการหุงต้มแบบปกติ
  • เตาไมโครเวฟนั้นประกอบด้วยวัสดุที่ป้องกันคลื่นรังสีที่อยู่ภายในไม่ให้ออกมาภายนอก ทำให้มีความปลอดภัยสูงมาก
  • การใช้ไมโครเวฟในการอุ่นอาหารต้องนำอาหารหรือน้ำใส่ในภาชนะที่ไม่ปิดจนมิดชิด หากภาชนะไม่มีรูสำหรับระบายอากาศก็จะทำให้เกิดการระเบิดได้ เพราะเมื่ออุ่นอาหารในเตาไมโครเวฟผ่านไประยะหนึ่งแล้วก็จะเกิดความดันภายในภาชนะ เช่น การต้มไข่ ถ้าหากต้มในไมโครเวฟก็อาจจะทำให้ไข่ระเบิดและเป็นอันตรายได้ หากต้องการต้มไข่ในไมโครเวฟ ก็ควรจะใส่เกลือลงไปด้วย จะทำให้ไข่ไม่ระเบิด
  • ปรากฎการณ์ Super Heat เกิดจากการต้มน้ำนานเกินไป ซึ่งเป็นภาวะที่น้ำและภาชนะกักเก็บความร้อนเอาไว้มากจนเกินกว่าจุดเดือดซึ่งก็คือ 100 องศาเซลเซียส ทำให้เมื่อเราตักผงกาแฟหรืออย่างอื่นลงไปในน้ำก็จะทำให้น้ำพุ่งขึ้นมาจากแก้วเป็นอันตรายได้ ส่วนการต้มน้ำ เพื่อลดการเกิด Super Heat ควรใส่แท่งพลาสติกหรือไม้จิ้มฟันลงไปด้วยเพื่อลดแรงตึงผิวของน้ำ เมื่อนำของใส่ลงไปในภาชนะหลังจากนำน้ำออกจากไมโครเวฟแล้วจะไม่เกิดการระเบิด
  • การใช้ภาชนะที่มีส่วนประกอบของอะลูมิเนียม หากไม่จำเป็นก็ไม่ควรนำอะลูมิเนียมหรือฟอยล์เข้าไปใช้ในเตาไมโครเวฟ ประเภทของอะลูมิเนียมฟอยล์ที่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ก็จะต้องมีลักษณะเป็นผิวเรียบ ไม่มีมุมแหลม เพราะอะลูมิเนียมฟอยล์ที่ถูกทำให้มีรอยพับ มุมแหลม จะก่อให้เกิดประกายไฟในไมโครเวฟ และก่อให้เกิดความร้อนมากจนเกินไปได้ และถ้าหากเกิดความร้อนและประจุไฟฟ้ามากเกินไปไมโครเวฟก็จะเสียได้เช่นกัน ที่สำคัญวัสดุและภาชนะที่ใช้ในไมโครเวฟก็ควรเป็นภาชนะที่ใช้สำหรับไมโครเวฟเท่านั้น เพื่อความปลอดภัย

สำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯ ได้กำหนดมาตรฐานของอุปกรณ์ไมโครเวฟถึงการรั่วไหลของรังสีไมโครเวฟ ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้ว รังสีที่รั่วไหลออกมาจากไมโครเวฟยังมีปริมาณน้อยกว่ารังสีจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เช่น ไวไฟเราเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ ซึ่งการใช้ไมโครเวฟอุ่นอาหารแล้วเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเรื่องนี้ก็ยังไม่มีผลการศึกษาที่แน่ชัด แม้ไมโครเวฟจะมีวิธีการทำงานด้วยการปล่อยรังสีเข้าไปในโมเลกุลอาหารและสั่นสะเทือนจนเกิดความร้อน แต่รังสีเหล่านี้ก็ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคอย่างแน่นอน  หากเพื่อนๆ ทำตามวิธีแนะนำด้านบนก็จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยจากการใช้ไมโครเวฟได้อีกด้วย