โรคนิ้วล็อค ป้องกันไว้ก่อนสายเกินแก้

โรคนิ้วล็อคเป็นอาการของคนที่อยู่ก็ไม่สามารถยืดเหยียดนิ้วไปได้
ซึ่งมีสาเหตุมาจากเยื่อหุ้มเส้นเอนขอนิ้วเกิดอาการอักเสบจากการใช้งานหนัก
โดยอาการของโรคจะสามาเป็นได้หลายระยะด้วยกัน
ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกที่มักเริ่มด้วยอาการปวดเป็นหลัก
ซึ่งส่วนใหญ่โรคนิ้วล็อคจะมีอาการปวดมากบริเวณโคนนิ้ว
แต่ก็จะยังไม่มีอาการติดขัดใดๆ
แต่หากเริ่มเป็นมากขึ้นในระยะต่อมา ก็จะเริ่มมาอาการติดขัดของนิ้ว
โดยจะเริ่มมีการรู้สึกสะดุดขณะกำหรือยืดเหยียดนิ้ว
โดยในระยะนี้มักจะมีอาการปวดมากขึ้นด้วย
ซึ่งจะนำไปสู่ระยะต่อไปที่มีอาการปวดมากขึ้น
พร้อมๆกับไม่สามารถกางนิ้วหรืองอนิ้วเองได้ ซึ่งมักต้องใช้มืออีกข้างช่วยแกะแทน
ซึ่งการปล่อยโรคนิ้วล็อคไว้โดยไม่รักษา จะเริ่มมีอาการหนักมากขึ้น
เนื่องจากบริเวณข้อนิ้วจะปวดและบวมมากอย่างเห็นได้ชัด
ซึ่งเชื่อว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะต้องรีบไปพบแพทย์ในระยะนี้
โดยแพทย์ก็จะมีวิธีรักษาหลายวีธีด้วยกัน เช่น การรับประทานยา ,
การทำกายภาพบำบัด และการผ่าตัด เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม เราสามารถเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคนิ้วล็อคได้ ดังนี้ค่ะ

1. ไม่ควรใช้มือรองรับน้ำหนักมากๆ เช่น การหิ้วของหนักเป็นประจำ
ซึ่งจะทำให้ข้อนิ้วอักเสบได้ง่าย ทางที่ดีหากต้องหิ้วของ
ควรมีผ้าขุนหนูด้วยช่วยรองรับนิ้วมือแทน
หรืออาจเลือกใช้กระเป๋าล้อลากเพื่อผ่อนแรงก็เป็นทางเลือกที่ดีค่ะ

2. การทำงานหรือเล่นกีฬาที่ต้องกำมือมากๆ เช่น กีฬา ตีกอล์ฟ, ยกเวท
หรืองานประเภทช่างอื่นๆที่ต้องใช้มือกำอุปกรณ์แน่นๆ
ก็จำเป็นต้องใช้ผ้าขนหนูนุ่มเพื่อลดแรงกระแทก นอกจากนี้
ยังอาจเลือกใช้ถุงมือแทนเพื่อความสะดวกก็ได้

3. สำหรับงานที่ต้องใช้นิ้วนานๆ เช่น พิมพ์งาน หรือ เย็บผ้า ควรพักนิ้วเป็นระยะ
เพื่อลดการปวดเกร็ง

Credit : https://www.livescience.com

 

RELATED TOPICS: