แอสไพรินลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง

หากเราป่วย ตัวร้อน มีไข้สูง เราทุกคนคงเคยกินยาชนิดนี้ยาบรรเทาปวดลดไข้ที่มีเรียกว่า แอสไพริน ยาที่หาซื้อได้ง่าย ราคาถูก เป็นยาสามัญประจำบ้านที่มีกันแทบทุกบ้าน ใช้แก้ปวดศรีษะ เป็นยาบรรเทาปวด ลดไข้ แต่ผลข้างเคียงของแอสไพรินถูกเปิดเผยออกมา คือทำให้มีเลือดออกในช่องท้องและกระเพาะอาหาร หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกกันว่ามีฤทธิ์กัดกระเพาะ และเพิ่มอาการของไข้เลือดออก ความนิยมในยาแอสไพรินก็ลดลงและใครต่อใครก็หันไปสนใจใช้ยาพาราเซตามอล ที่อาการข้างเคียงน้อยกว่า มีการเผยแพร่ข้อมูลด้านดีของแอสไพรินมากขึ้น การใช้ยาแอสไพรินเป็นประจำ ซึ่งเป็นยาแก้ปวดที่ไม่ต้องสั่งโดยแพทย์ ประโยชน์จากการทานแอสไพริน จากการวิจัยและค้นพบที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการทานแอสไพรินอย่างต่อเนื่อง มีดังนี้

  • ยาแอสไพรินมีฤทธิ์ต้านการเกาะกลุ่มกันของเกล็ดเลือด จึงมีการนำมาใช้เพื่อลดภาวะการอุดตันของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองและหัวใจ
  • ทีมวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ผลจากการใช้แอสไพรินจากกลุ่มเป้าหมายมากกว่า 130,000 ราย และได้รายงานผลการวิจัยล่าสุดของพวกเขาในที่ประชุมประจำปีของสมาคมโรคมะเร็งอเมริกัน โดยรวมแล้วคนที่กินยาแอสไพรินเป็นประจำ จะมีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งลดลง 7-11% เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้กินอย่างสม่ำเสมอ
  • ช่วยลดความเสี่ยงที่อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตจากมะเร็งบางชนิด แต่ไม่ชัดเจนว่าต้องใช้แอสไพรินในปริมาณเท่าใด ถึงจะมากเพียงพอเพื่อป้องกันมะเร็งในระยะเริ่มต้นได้
  • ช่วยลดโอกาสการเสียชีวิตในผู้ที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ผู้หญิงที่กินยาแอสไพรินจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมลดลง และผู้ชายก็จะมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
  • ลดการเสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าแอสไพรินมีความสามารถที่จะช่วยการลดการอักเสบ มีผลในการลดประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์เกล็ดเลือด และป้องกันการลุกลามของมะเร็งไปยังอวัยวะส่วนอื่นๆได้
  • ทานแอสไพรินช่วยลดไข้ หรือ ลดอาการตัวร้อน
  • ลดอาการปวดทุกชนิด อาทิ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ปวดข้อ เป็นต้น
  • ป้องกันการเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดสมองและหัวใจ

การทานแอสไพรินเพื่อแก้โรคมะเร็งนั้น ก็ยังไม่ได้เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ซึ่งโดยปกติเราไม่ควรทานแอสไพรินทุกวันและต่อเนื่อง ควรเว้นระยะในการทานเพราะยาค่อนข้างมีความอันตราย หากกินต่อเนื่องมีผลข้างเคียงที่ทําให้เกิดแผลในกระเพาะและเลือดออกในช่องท้อง ซึ่งในบางคนอาจมีอาการแพ้ยาแอสไพรินก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ จึงควรอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด