แม่หอบลูกชายโร่แจ้งจับสามีใหม่ ใช้โทรศัพท์ตบหน้าตาบวมปูด

แม่พาลูกชายขึ้นโรงพัก แจ้งจับสามีใหม่ใช้โทรศัพท์ฟาดหน้าเด็ก ตาบวมปูด โมโหที่ถ่ายรูปตอนกำลังทะเลาะกันไว้ ซ้ำเพื่อนบ้านเคยเห็นเด็กโดนทำร้ายบ่อยๆ

(12 ม.ค.) เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา น.ส.จินดารัตน์ อายุ 31 ปี พร้อมด้วย ด.ช.เอ (นามสมมุติ) ลูกชายวัย 10 ขวบ หอบร่างสะบักสะบอมเดินทางมาที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.อดิศักดิ์ คชศักดิ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.คลองหลวง เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายวิเศษ หรือ แขก อายุ 42 ปี อาชีพ รปภ.หมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง และสามีกับพ่อเลี้ยงของเด็กชาย ฐานทำร้ายร่างกาย

น.ส.จินดารัตน์ เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุนั้นเป็นสามีใหม่ ที่เพิ่งคบหาดูใจกันมาได้ประมาณปีเศษ โดยทั้งคู่มีลูกติดด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่มาระยะหลังๆ ประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา ตนเองพยายามจะเลิกกับสามีใหม่ โดยออกมาเช่าห้องเช่าแห่งใหม่ เพราะจับได้ว่าสามีทำร้ายร่างกายลูกชาย

โดยเมื่อช่วงเย็น ตนและลูกกลับบ้านช้ากว่าปกติ เพราะตนขับจักรยานยนต์พ่วงข้างไปออกเร่ขายผลไม้และกลับผิดเวลา เนื่องจากอยากหาเงินมาเลี้ยงดูลูกที่ป่วยเกี่ยวกับเส้นประสาทตาขวาผิดปกติ ทำให้ตาขวามองไม่เห็น เมื่อกลับมาถึงห้อง ตนกับสามีก็เกิดมีปากเสียงกัน โดยลูกชายได้ใช้กล้องโทรศัพท์มือถือถ่ายรูปไว้

เหตุนี้สร้างความไม่พอใจให้นายวิเศษ จึงคว้าโทรศัพท์จากลูกมาแล้วตบใส่ที่ใบหน้าอย่างแรง ทำให้ตาฝั่งซ้ายบวมบูดจนเขียว ส่วนตนก็ถูกทำร้ายร่างกายด้วยการตบบ้องหูอย่างแรง ทำให้หูฝั่งซ้ายไม่ได้ยินเสียง ตนจึงคว้ามีดมาเพื่อป้องกันตัว ก่อนที่สามีใหม่จะวิ่งหนีไป

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ตนเคยได้รับแจ้งจากเพื่อนบ้านว่า อย่าปล่อยลูกไว้กับพ่อเลี้ยง เพราะเวลาที่ตนไม่อยู่เพื่อนบ้านมักจะเห็นว่าลูกของตนถูกพ่อเลี้ยงทำร้าย ทำให้ต้องย้ายหนีมาเพราะจับได้คาตาว่าสามีใหม่ใช้หินทุบหัวลูกชายจนเกิดทะเลาะวิวาทกัน แต่เมื่อหนีออกมาแล้ว ก็ไม่วายสามีใหม่ยังตามมาราวี ซึ่งครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุด ตนจึงเดินทางมาแจ้งความ

ทางด้า นร.ต.อ.อดิศักดิ์ คชศักดิ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า ได้มำหนังสือส่งตัวให้แม่ลูกไปตรวจร่างกายที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ไว้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี และจะร่วมกับพนักงานอัยการในการสอบปากคำผู้เสียหายพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามตัว นายวิเศษ มาทำการสอบปากคำเพื่อดำเนินคดีทางกฏหมายต่อไป

RELATED TOPICS: , ,