เอิร์ก เลเดอเรอร์ งัดไลน์สู้ ! หลังโดนพาดพิงทำ เก๋ ฆ่าตัวตาย

login 4 news

ยังคงเป็นประเด็นให้ดราม่ากันจนถึงนาทีนี้สำหรับเรื่องราวของ เก๋ กันยกร ศุภการค้าเจริญ อายุ 30 ปี หรือ “เก๋ เลเดอเรอร์” นางแบบสาวสุดเซ็กซี่เจ้าของร้าน “ลาพรีม คลินิก” ที่เจ้าตัวตัดสินใจฆ่าตัวตาย ท่ามกลางข่าวลือถึงสาเหตุที่เจ้าตัวเลือกฆ่าตัวตายต่างๆ นาๆ

นอกจากนี้ยังมีปมขัดแย้งกับ “เอิร์ก เลเดอเรอร์” ซึ่งเป็นรุ่นน้องคนสนิทของน้องเก๋ โดยหนุ่มหล่อคนนี้ถูกกล่าวหาว่าเจ้าตัวเป็นคนที่โกงเงินของน้องเก๋ไป 14 ล้านบาท จนทำให้น้องเก๋เครียดจนถึงขั้นต้องฆ่าตัวตาย ความคืบหน้าล่าสุดของเรื่องนี้ เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 17 ก.ย. ที่สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 ถนนพระราม 4 นาย องอาจ เลเดอเรอร์ หรือ เอิร์ก อายุ 30 ปี อดีตคนสนิทของน้องเก๋ ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมหลักฐานเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจหลังจากที่เจ้าตัวตกเป็นจำเลยของสังคมอยู่นาน

login 4 news

โดยเจ้าตัวได้เผยว่า เรื่องเงิน 14 ล้านของเก๋ที่ผมยืมไปนั่นคือเรื่องจริงครับ โดยที่ตนเองกับน้องเก๋ได้เปิดธุรกิจร่วมกัน เริ่มต้นที่คลินิกเลเดอเรอร์ไทยแลนด์ โดยเปิดคลินิกเสริมความงามที่สาขารามอินทรา ต่อมาได้เปิดคลินิกที่สาขาบางนา โดยในระหว่างที่ตนเองกับน้องเก๋ได้มีการทำธุรกิจร่วมกันนั้น ได้มีการนำเงินส่วนกลางของธุรกิจทั้งหมดมาใช้ตกแต่งสถานที่ ทั้งที่ รามอินทราและบางนา โดยเราทั้งคู่มีความตั้งใจว่า เงินจำนวนนี้ที่ได้นำออกมาตกแต่งร้านนั้น จะเป็นเงินที่เราใช้เพื่อสนับสนุนกันและกัน แต่จุดที่พลาดคือไม่ได้มีการทำรายการบัญชีรับจ่ายไว้นั่นเอง จากนั้นมีหุ้นส่วนรายหนึ่งเข้ามาและขอให้ตนกับเก๋แยกงานกันทำ จากนั้นตนจึงบอกเก๋ว่างั้นจากนี้ไป สาขาบางนากับรามอินทรา จะไม่เกี่ยวข้องกันอีกนะ

โดยหุ้นส่วนได้มีการตรวจพบว่าเงินหายไป 14 ล้าน ตนพยายามบอกว่านี่คือเงินที่ใช้ในการจัดแต่งสถานที่แต่หุ้นส่วนรายนี้ก็ไม่ฟัง จึงยอมรับสภาพลูกหนี้ทั้งหมดไปคนเดียว จากนั้นไม่นานเก๋มีคดีความที่เกี่ยวข้องสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตนจึงต้องเป็นผู้ลงนามเอกสารชำระหนี้แทนเก๋ ตนโดนข่มขู่ทวงเงินมาโดยตลอด แต่ก็ยืนยันไปแล้วว่าจะหาเงินมาใช้เพราะตนทำธุรกิจจึงมั่นใจว่าจะคืนเงินจำนวนนี้ได้อย่างแน่นอน อีกอย่างตนไม่ได้ไปซื้อรถลัมโบกีนีอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องที่ว่ามือถือและโน๊ตบุ๊คหายไปนั้น ตนไม่ได้เข้าไปห้องน้องเก๋อยู่แล้ว มีเพียงแค่หุ้นส่วน ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าตนไม่เกี่ยว และยินดีเป็นพยานช่วยตามหาอีกด้วย