เหตุเกิดตอนบวช..

สวัสดีครับเรื่องราวนี้ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปี ที่แล้ว สมัยนั้นวิทยังบวชเป็นพระภิกษุที่วัดแห่งหนึ่งแถวพระรามสาม

ณ สถานที่แห่งนี้มีเหตุการเกี่ยวกับวิญญาณที่สัมผัสเองได้กว่า 3-4 ครั้ง ที่จะยกมาเล่าให้ฟังนั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดต่อเนื่องกัน

ภายในวันสองวันเท่านั้น เริ่มจากช่วงกลางวัน ที่ชาวบ้านมาทำบุญที่วัด พร้อมกับเล่าให้ฟังว่า

ชาวบ้านเหล่านั้นได้พบเห็นวิญญาณที่ห้องพักในคอนโดๆ หนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับวัด หลังจากมาทำบุญแล้ว

ก็อยากนิมนต์ให้เจ้าอาวาสไปทำพิธีที่ห้องของเขาด้วย

 

 

พระวิทก็เลยได้มีโอกาสติดตามเจ้าอาวาสไป สังเกตการที่ห้องแห่งนั้นด้วย ตอนแรกที่เข้าไปในห้องก็รู้สึกได้ว่าวังเวง

และก็แปลกๆ ทั้งที่เวลาตอนนั้นเป็นช่วงบ่ายสองโมงเศษๆ ห้องนี้เป็นห้องที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่พอสมควร แบ่งเป็นสองถึงสามห้องนอน

ขณะที่เจ้าอาวาสท่านก็กำลังทำพิธีสวดมนต์ และก็แผ่เมตตานั้น ทุกคนได้ยินเสียงประหลาดดังออกมาจากห้องหนึ่งในนั้น

ซึ่งเป็นห้องที่มีคนเห็นวิญญาณ เป็นเสียงที่เหมือนมีคนโยนสิ่งของบางอย่างลงบนพื้น แต่พอเปิดประตูเข้าไปดูแต่ก็กลับไม่เห็นอะไร

หลังทำพิธีเสร็จ ท่านเจ้าอาวาสก็ได้บอกเจ้าของห้องว่า “เหตุการณ์ต่างๆ หน้าจะค่อยๆ ดีขึ้น ให้เจ้าของห้องนั้น หมั่นทำบุญ อุทิศส่วนกุศล

ให้เหล่าดวงวิญญาณนั้นบ่อยๆ” หลังจากกลับมาจากคอนโดนั้น ช่วงเวลาประมาณสองทุ่มเศษๆ หลังเสร็จจากการทำวัตรเย็น

 

 

พระวิทก็ได้ลงไปนั่งที่ด้านล่างของกุฏิ (ขออธิบายว่าที่วัดนี่กุฏิสงฆ์จะเป็นกุฏิไม้ทรงไทยสองชั้น) ชั้นล่างจะเป็นที่โล่ง

ชั้นที่สองจะแบ่งเป็นห้องพักทั้งหมดสามห้อง ในขณะที่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่นั้น พระวิทก็ได้มองผ่านไปทางหน้าโบสถ์ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากกุฏิที่พักมากนัก

ห่างกันประมาณไม่เกิน 10 เมตร ซึ่งก็พอมีแสงสว่างจากไฟบริเวณนั้น พระวิทก็ได้มองเห็นกลุ่มคน 2-4 คน เดินออกมาจากมุมมืดๆ ข้างโบสถ์

ซึ่งก็ถือว่าน่าจะเป็นเหตุการณ์ปกติ เพราะว่าบริเวณนั้นจะมีชาวบ้านผ่านไปมาเป็นประจำ แต่ที่ไม่ปกติก็คือ กลุ่มคนเหล่านั้นกับมีท่าทีไม่ปกติ

เนื่องจากช่วงหัวเขาลงไปไม่มี เหมือนกับคนเดินที่ลอยได้ และก็มีเสียงสุนัขหอนรับเป็นระยะดังเกรียว ตามทางที่คนกลุ่มนั้นเดินผ่านไป

แต่ว่าสิ่งที่ทำให้พระวิทนั้นถึงกับตะลึงและก็ช็อคไปชั่วขณะก็คือ ภาพที่

 

 

พระวิทเห็นตลอดนั้น บวกกับบรรยากาศรอบๆ ที่พักมันเหมือนกับว่าพระวิทหลุดเข้าไปอีกมิติหนึ่ง ภาพที่เห็นเบื้องหน้าเป็นภาพที่เหมือนภาพนิ่ง

ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ นอกจากกลุ่มคนกลุ่มนั้นเดินจากไป ทั้งๆ ที่ช่วงเวลาแบบนี้ ปกติจะมีเสียงสนทนาทั้งจากพระกับลูกศิษย์วัด

รวมถึงเสียงชาวบ้านที่เดินผ่านวัดเข้าออกที่พักของตัวเอง หลังจากนั้นซึ่งก็ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร พระวิทก็ได้ยินเสียงต่างๆ

ซึ่งเป็นเหมือนปกติแบบทุกวัน มีเสียงคนคุยกันและก็ภาพชาวบ้านเดินไปเดินมาผ่านเส้นทางนั้น หลังจากนั่งทำสติสักพัก ก็ตัดสินใจเดินกลับขึ้นกุฏิ

เพื่อสวดมนต์ทำการจำวัดตามปกติ โดยก่อนนอนได้นั่งทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาทั้งวัน ว่ามันเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง และเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่

ว่าพระวิทนั้นเห็นอะไร นั่งคิดนอนคิดทบทวนจนเกือบจะหลับ แต่ก็ยังไม่ทันที่จะหลับดี ก็ได้เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นอีกจนได้

 

 

จู่ๆ มีคน 2-3 คน โผล่ขึ้นมาบริเวณปลายเท้าพร้อมทั้งดึงลากเท้าพระวิทลงจากที่นอน จนทำให้สะดุ้งตื่นและก็ร้องตะโกนออกมาว่า “ใครมาทำอะไร”

ภาพที่อยู่เบื้องหน้าพระวิทตอนนี้คือ คนที่เห็นเมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมานั่นเอง พระวิทจึงร้องออกมาอีกครั้งด้วยความตกใจว่า “ฉันเป็นพระนะ!

พวกคุณมาทำอะไรต้องการอะไร” แต่เสียงที่พระวิทได้ยินตอบกลับมา ฟังไม่ชัดสักเท่าไรได้ยินประมาณว่า

“อย่าไป! อย่าไป! หรือไม่ก็ อย่าทำ! อะไรสักอย่าง อย่าทำ! อย่าทำ! อย่าไป!” อะไรประมาณนี้ และภาพของคนกลุ่มนั้นก็หายวับ!! ไปดื้อๆ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้พระวิทนั้นต้องลุกขึ้นมา สวดมนต์และก็แผ่เมตตาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นก็ไม่เกิดเหตุการณ์ใดๆ ขึ้นอีกเลยในคืนนั้น

ช่วงเช้าหลังจากบิณฑบาตเสร็จ ก็ได้มีการสนทนากับพระที่อยู่ร่วมกันในกุฏิถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พระที่อยู่ร่วมกุฏิ

ก็บอกว่า “เจอเหมือนกัน เพียงแต่เห็นอยู่ที่หน้าประตูห้อง ไม่ได้เข้ามาในกุฏิดึงขาเหมือนกับที่พระวิทโดน” ก็ได้แต่แผ่เมตตาให้เท่านั้นเอง

และเหตุการณ์ต่างๆ ก็ผ่านไป ทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติ เรื่องราวทั้งหมดนั้นก็ยังคงเป็นปริศนาให้กับพระวิทกับพระรูปอื่นๆ

นั้นขบคิดมาจนถึงปัจจุบันว่าคนกลุ่มนั้นคือใครต้องการอะไรหรือว่าจะมาบอกเกี่ยวกับอะไร…