เส้นเลือดในสมองแตกเฉียบพลันที่อาจเกิดได้

อาการเส้นเลือดในสมองแตก หรือโรคหลอดเลือดสมอง  เป็นอาการป่วยที่มักเกิดขึ้นมาได้อย่างเฉียบพลันด้วยอาการเดิม หรือการทานอาหารหรือมีสิ่งเร้าต่างๆ ทำให้เกิดอาการป่วยเฉียบพลันที่อาจไม่มีสัญญาณเตือนซึ่งอาจส่งผลให้ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ซึ่งเพศหญิงนั้นมีสิ่งเร้าให้เกิดความผิดกติทำให้เส้นเลือดในสมองแตกเฉียบพลันได้ง่ายกว่าเพศชาย สาเหตุของโรคหลอดเลือดสมองไม่ได้มาจากพฤติกรรมการสูบบุหรี่ การกินอาหารมัน ๆ ไม่ออกกำลังกาย หรือการดื่มเหล้าเท่านั้น แต่ยังมีสาเหตุและปัจจัยอื่นๆ โดยส่วนมากแล้วนั้นอาการดังกล่าวมักเกิดจากสาเหตุดังนี้

  • ความดันโลหิตสูง ภาวะความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยสำคัญและต้นตอของโรคหลอดเลือดในสมองแตก เสี่ยงได้ทั้งกับเพศหญิงและเพศชาย และมีประวัติคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งหากพบว่าตัวเองมีระดับความดันที่ผิดปกติก็ควรเข้ารับการรักษาโดยทันที
  • การรับประทานยาคุมกำเนิด สำหรับสาวๆ ที่กินยาคุมกำเนิดมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจล้มเหลวมากกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้รับประทานยาคุมกำเนิดประมาณ 2 เท่าตัว โดยเฉพาะคนที่สูบบุหรี่ และเป็นโรคความดันโลหิตสูง หรือครอบครัวป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง
  • หัวใจเต้นผิดปกติ ภาวะหัวใจเต้นผิดปกติอาจเกิดจากการที่เส้นเลือดอุดตันก็เป็นได้ ดังนั้นหากสังเกตได้ว่าหัวใจเต้นเร็วเกินไป หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ ต่างไปจากเดิม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุของอาการโดยด่วน
  • ตั้งครรภ์หรือมีภาวะครรภ์เป็นพิษ ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดตีบผู้หญิงที่ตั้งครรภ์จึงควรตรวจเช็กระดับความดันโลหิตของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ การมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนมากในช่วงที่ตั้งครรภ์หากพบว่ามีระดับความดันโลหิตที่สูงมากกว่าปกติ หรือครรภ์เป็นพิษ แพทย์จะได้ทำการแก้ไขได้ทัน
  • ไมเกรนชนิดที่เห็นแสงพร่ามัว สำหรับเพศหญิงถือว่ามีความเสี่ยงต่อโรคไมเกรนมากกว่าผู้ชายประมาณ 3 เท่า และหากเป็นไมเกรนชนิดที่เห็นแ สงจ้า หรือมีอาการสายตาพร่ามัวร่วมด้วย สัญญาณนี้ก็นับเป็นความเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดในสมองแตกได้เช่นกัน เนื่องจากอาการปวดหัวร่วมกับการเห็นภาพที่ไม่ชัดเจน อาจเป็นผลจากภาวะเส้นเลือดอุดตันอยู่ก็เป็นได้
  • การใช้ฮอร์โมนทดแทนในสตรีวัยหมดระดู ร่างกายของสตรีวัยหมดระดูจะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนแบบเฉียบพลัน ส่งผลให้เกิดภาวะกระดูกพรุน อาการบ้านหมุน หลายคนจึงเลือกบรรเทาอาการวัยทองด้วยการใช้ฮอร์โมนทดแทน ซึ่งส่วนมากอาจส่งผลเสียต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด

ดังนั้นเราควรรู้เท่าทันความเสี่ยงของโรค และทำการปรับพฤติกรรมหรือหาทางยับยั้งและป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้ ซึ่งหากเรารู้ปัจจัยเสี่ยงและสิ่งเร้าที่จะเป็นตัวกระตุ้นอาการและความเสี่ยงเหล่านี้ เราก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแต่เนิ่นๆ เพื่อให้เรามีสุขกายที่ดีและแข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ