เสริมสร้างการเอาตัวรอด จากเหตุก่อการร้าย

เสริมสร้างการเอาตัวรอด จากเหตุก่อการร้าย

เดือนกุมภาพันธ์ปีนี้มีแค่ 29 วัน อย่างน้อยที่สุดแล้ว ในปฏิทินแต่รู้สึกว่ามันนานเหลือเกิน เพราะว่าข่าวร้าย รายวันเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะข่าวฆ่ากันตายรายวัน ที่รักคนที่ติดตามข้อมูลข่าวสารใจคอไม่ค่อยดี เพราะความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง จากเหตุการณ์ที่โคราช มาที่จุฬาซอย 10 แล้วก็ยังมีอีกหลายพื้นที่ในประเทศไทยเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่เราจะทำได้มากที่สุดนั่นก็คือเรื่องของการรับมือ เราจะรับมือกับเหตุการณ์แบบนี้ยังไงครับ

โดยเฉพาะเรื่องของการเอาตัวรอด ถ้าไปเจอสถานการณ์ ซึ่งหน้าแบบนี้ต้องบอกว่าที่ผ่านมาเราพูดถึงการเอาตัวรอดของบุคคลทั่วไป หรือคนในเหตุการณ์มาเยอะ แล้วในวันนี้ จะขอพูดถึงตำรวจสายตรวจต้องบอกว่าตำรวจสายตรวจนี้ เป็นชุดแรกที่ต้องเผชิญเหตุการณ์ ซึ่งการเผชิญเหตุการณ์ที่แล้ว

เหตุการณ์ที่นครราชสีมา เป็นตัวอย่างให้ชัดเจน ว่ายุทธวิธีเป็นทางรอดสำคัญ เป็นกรณีศึกษาที่เป็นอย่างดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญ ในเรื่องการฝึกทักษะทางยุทธวิธี ให้กับตำรวจทุกสายงาน แต่สำหรับสายตรวจสายงานทั่วไป ที่ไม่ใช่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ การฝึกอบรมทักษะทางยุทธวิธีต่างๆ เป็นการสมัครใจร่วมโครงการ เป็นช่องว่าง ที่ทำให้ตำรวจมีทักษะทางยุทธวิธี ไม่เท่ากันและเมื่อถึงเวลาจำเป็นต้องเผชิญเหตุการณ์รุนแรง ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อชีวิต อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เหตุการณ์ที่นครราชสีมา ผ่านไปยังไม่ทันครบสัปดาห์ เหตุการณ์ยิงปืนกลางเมืองเกิดขึ้นอีกครั้งในซอยจุฬาลงกรณ์ 10 กรุงเทพมหานคร ชายวัย 48 ปีเป็นเจ้าของร้านค้าอุปกรณ์การกีฬา ยิงปืนขึ้นฟ้ากลางดึก ของคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่อยู่ใกล้บริเวณร้านของผู้ก่อเหตุระบุว่า เสียงปืนดังเป็นระยะมากกว่า 30 นัด และเกือบถูกลูกหลงหลังแจ้งเหตุตำรวจสายตรวจขับขี่รถจักรยานยนต์ เข้ามาตรวจสอบเหตุเกือบถูกยิงเช่นกัน  2 วันต่อมาเกิดเหตุในลักษณะเดียวกัน ที่อำเภอนางรองบุรีรัมย์ เป็นชายก่อเหตุยิงปืนออกมานอกบ้านร่วม 40 นัด

ตำรวจสายตรวจสถานีตำรวจภูธรนางรอง ระดมกำลังเข้าพื้นที่ชุดแรก 5 นายหลังทราบว่ามีหญิงสูงวัยอยู่ภายในบ้าน ใช้ผู้ก่อเหตุพร้อมเปิดอีก 2 กระบอกกำลังเสริมปิดล้อมพื้นที่ ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุออกมาได้ โดยที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บทั้ง 3 เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญ ของทักษะทางยุทธวิธีของตำรวจสายตรวจ หลักสูตรขั้นพื้นฐานหรือการฝึกซ้อมยิงปืน เฉพาะในสนามฝึกซ้อมไม่เพียงพออีกต่อไป