เสนอยกระดับมาตรการอุ้มหายในอาเซียน

เสนอยกระดับมาตรการอุ้มหายในอาเซียน

การสูญหายของ นายพอละจีรัก จงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก บางกลอย อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ในช่วงที่มีข้อพิพาท กับเจ้าหน้าที่รัฐเมื่อ 5 ปีก่อน นำมาสู่การสืบค้นพบหลักฐานยืนยัน การเสียชีวิตเมื่อเดือนกันยายน ที่ผ่านมานี่เป็นแค่กรณีตัวอย่าง จากการเก็บสถิติของโครงการด้านสิทธิมนุษยชน ระหว่างประเทศหรือ โพเทคชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จึงพบว่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมามีนักเคลื่อนไหว ด้านสิทธิมนุษยชนในไทย อุ้มหายและฆาตกรรมทั้งหมด 59 คน ขณะที่อีกหลายกรณีสูญหายอย่างไร้ร่องรอย และไม่สามารถเอาผิดกับใคร ได้ยาวนานหลายปีกับ ความพยายามผลักดันร่างพ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย ทางกฎหมายฉบับล่าสุดตกไป

โดยไม่มีคำอธิบายในชั้นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หมายถึงเป็นประเด็นปัญหา ร่วมของประเทศในอาเซียนอย่างไร และมีการหายตัวไปของ นายสมบัติ สมพร นักพัฒนาสังคมชาวลาว และเจ้าของรางวัลแมกไซไซถูกลักพาตัว ที่กรุงเวียงจันทน์เมื่อ 7 ปีก่อน พูดถึงในมหกรรมประชาชนอาเซียน 2019 และเป็นหนึ่งในประเด็น ด้านสิทธิมนุษยชนประชาธิปไตย และการเข้าถึงที่ภาคประชาสังคม ต้องการให้ผู้นำอาเซียนร่วมผลักดัน นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และภรรยาของนาย สมชาย นีละไพจิตร ที่หายตัวไประบุว่าปี 2555 รัฐบาลไทยได้ ลงนามอนุสัญญาการบังคับ

สุดท้ายของสหประชาชาติแล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้าในทางปฏิบัติ เมื่อไม่มีกฎหมายรองรับ ในขณะที่การติดตามคดีที่มีเจ้าหน้าที่รัฐเป็นจำเลย ก็ไม่มีความคืบหน้า จะเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ลงสัตยาบันและแสดงความเป็นผู้นำในการพิทักษ์สิทธิ ของประชาชนอาเซียน ในเวทีประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งนี้

คณะทำงาน ด้านการบังคับสูญหาย โดยไม่สมัครใจขององค์การสหประชาชาติได้ เผยแพร่รายงานประจำปี 2562 พบว่าไทย เป็นประเทศที่มีผู้ถูกบังคับสูญหาย มากเป็นอันดับ 3 ในอาเซียนรองจากฟิลิปปินส์ และ อินโดนีเซีย ด้านสักด้านกฎหมายป้องกัน และปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย จึงเป็นทั้งความท้าทายของไทย ในฐานะประธานอาเซียนปีนี้ และประเทศสมาชิกว่าจะปกป้องสิทธิเสรีภาพ ของประชาชนหรือไม่ เพราะความร่วมมือของอาเซียน ไม่ควรอยู่ที่เรื่องของเศรษฐกิจและการลงทุนเท่านั้น แต่ต้องครอบคลุมทุกมิติ โดยเฉพาะการเคารพสิทธิมนุษยชน ของประชากรอาเซียน