เราควรที่จะออกกำลังกายช่วงไหน ถึงจะดีที่สุด?

เราควรที่จะออกกำลังกายช่วงไหน ถึงจะดีที่สุด?

แต่ละคนอาจจะสงสัย และก็ตั้งคำถามนะว่า การออกกำลังกาย ในช่วงเวลาไหนที่จะทำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย ต้องให้ข้อสรุปที่แตกต่างกันออกไป บางคนว่าตอนเช้า มากกว่าตอนเย็น นี่แหละครับที่มาของความสับสน การออกกำลังกาย ในแต่ละช่วงเวลา ก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไปแล้ว วันนี้ผมจะมาสรุปให้ฟังนะครับ ว่าข้อดีข้อเสียนั้นมีอะไรบ้าง

ช่วงเวลาเช้า ที่เป็นช่วงเวลาที่ร่างกาย เพิ่งจะตื่นการพักผ่อนในตอนกลางคืน แต่ละคนเลือกที่จะออกกำลังกาย ในช่วงเวลานี้เพราะว่าปราศจากสิ่งอื่นรบกวนสมาธิ ข้อดีก็คือระบบในร่างกายเพิ่งจะขึ้นจากการพักผ่อน การออกกำลังกายจะไปช่วยกระตุ้น ให้ระบบการทำงานของร่างกายอย่างระบบเผาผลาญ หรือระบบการทำงานหัวใจทำงานดีขึ้น ตลอดทั้งวันและให้ความรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ทั้งวันอีกด้วย เพราะร่างกายของเราได้หลั่งสารเอ็นโดรฟิน

จากการออกกำลังกายสาร ที่ทำให้เรารู้สึกสดชื่นนั่นเอง ส่วนข้อเสียก็คือ จะทำงานหนัก เพราะในช่วงของการนอนหลับ ให้ผมทำงานอยู่ทำให้ไม่ตื่นนอน เราจะไม่มีพลังงานเหลืออยู่ในหลอดเลือดเพียงพอ สำหรับการออกกำลังกายและต่างก็จะต้องเป็น สารอาหารที่เก็บสะสมไว้ออกมาใช้เป็นพลังงานเป็นผลดี กับทำงานตลอดเวลาไม่มีการหยุดพัก และช่วงเช้าร่างกายจะมีอุณหภูมิที่ต่ำกว่าปกติ ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดน้อย ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถออกกำลังกายได้เต็มที่

หากต้องการออกกำลังกายในช่วงเวลาเช้า ควรจะรับประทานอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อน การออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานที่เพียงพอ และควรจะอบอุ่นร่างกายให้มากกว่า การออกกำลังกายในช่วงเวลาอื่นอย่างน้อย 10 ถึง 15 นาที เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น และพร้อมก่อนการออกกำลังกายครับ

ช่วงเวลาเย็น หลักๆ ก็คือช่วงเวลา 18:00 น. จะเป็นเวลาที่ฮอร์โมนในร่างกาย มีปริมาณสูงที่สุดครับทำให้สามารถออกกำลังกายได้ อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายความเครียด และลดอาการเมื่อยล้าจากการทำงานได้

นอกจากนี้จะมีความเสี่ยงน้อยกว่า อุณหภูมิในร่างกายของเรา จะเป็นปกติมากกว่าช่วงเวลาอีก และในช่วงเย็นการเผาผลาญไขมันสะสม จะทำได้ช้าเพราะว่าพลังงานทั้งหมด ถูกใช้กับการออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายต้องใช้เวลานานขึ้น ในการเผาผลาญไปจนถึงระดับไขมัน สะสมนางเอก ในการออกกำลังกาย ในช่วงเย็นได้ผลดียิ่งขึ้น

ในขณะออกกำลังกายและหลังจากออกกำลังกายควรดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง เพื่อปรับอุณหภูมิในร่างกาย ให้เป็นปกติ เพราะหากดื่มน้ำเย็นอุณหภูมิร่างกายจะปรับลดเร็วจนเกินไป อาจทำให้เป็นไข้ได้

นอกจากนี้ หลังจากออกกำลังกายแล้ว ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง ก่อนเข้านอนเพื่อให้ร่างกายปรับสมดุลได้ แก้ปัญหาการนอนไม่หลับเลย จะได้เห็นและคำว่าการออกกำลังกาย นึกว่าจะเช้าหรือเย็นก็มี ข้อดีและข้อเสียที่ต่างไป

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการออกกำลังกาย ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน ก็คือการออกกำลังกายช่วงเวลาไหน ก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าคุณสามารถหาเวลาไป ออกกำลังกายได้หรือไม่อย่างนั้น ช่วงเวลาที่ดีที่สุด ช่วงเวลาที่คุณสะดวกแล้ว ก็พร้อมออกกำลังกายครับ