เบื้องหลังแชมป์ของเรือใบสีฟ้า

เข้ามาได้เพียงแค่ฤดูกาลที่ 2 เท่านั้นสำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่ชาวสเปนของสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี โดยในฤดูกาลแรกน่าจะเป็นช่วงที่เจ้าตัวกำลังเรียนรู้งาน และสไตล์ฟุตบอลอังกฤษ

แต่ด้วยความคาดหวังที่สูงของสโมสร ในฤดูกาลที่สอง จึงเป็นปีที่เจ้าตัวฉายแววความเป็นเทพบนผืนดินอังกฤษจนผู้เป็นเจ้าของทีมต้องเอ่ยคำว่า “พวกเราต้องขอขอบคุณมากที่คุณสร้างให้แมนฯซิตี้เป็นทีมที่กำลังคว้าแชมป์ลีกอีกสมัย เรายังเล่นได้สนุกน่าดูอีกด้วย”

เป็นทำทีมคว้าแชมป์ลีกเป็นสมัยที่ 5 ของสโมสร ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดัน เน้นครองบอล เพรสซิ่งจนเป็นทีมที่สร้างโอกาสยิงประตูมากที่สุดในลีก ยิงประตูมากสุด และเสียประตูน้อยที่สุดในลีก นี่คือผลงานของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

แต่ถึงอย่างไรก็ตามกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้หลายคนทราบกันดีนั่นเป็นเพราะเรื่องเงิน ฐานะของทีมและการวางแผนที่ดีของกุนซือ วันนี้เราจะมาเจาะลึก 3 เหตุผลที่ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี คว้าแชมป์ลีกในปีนี้

1.แนวทางของเป๊ป

สิ่งที่เป๊ปมักจะถามลูกทีมเป็นประจำคือ “พวกคุณชอบไหมกับวิธีการเล่นของผม” กับการอบรมสั่งสอนให้ลูกทีมรักใคร่กัน เหมือนพี่น้อง แม้แต่เวลาเดินผ่านกันก็จะได้ยินคำว่า “คุณสบายดีไหม” ตรงข้ามกับโค้ชหลาย ๆ คนที่มักวางตัวไม่เท่าเทียมกับนักเตะ โดยเฉพาะนักเตะที่อีโก้สูง

โดยเป๊ปจะต่างจากกุนซือคนอื่นๆตรงที่เปิดโอกาสให้เตะได้ระบายได้พูดความในใจทุกเรื่อง ซึ่งกุนซือรายอื่น ๆ มักจะปล่อยนักเตะกลับบ้านทันทีที่ซ้อมเสร็จ และว่ากันว่า เป๊ป คือกุนซือที่ทำงานหนักมาก โดยเขาจะเข้ามายังสโมสร 6-7 วัน/สัปดาห์

  1. ไม่มีสตาร์ดังระดับโลก

ทั้งที่ในทีมมีสตาร์ระดับโลกอย่าง เควิน เดอ บรอยน์, ดาบิด ซิลบา, เซร์คิโอ อเกวโร่ไปจนถึงเลรอย ซาเน่ แต่ทุกคนถูกอบรมให้รักสามัคคีกัน ไม่มีใครวางตัวเหนือใคร สังเกตุได้จากตอนยิงประตูเข้า ทุกคนจะวิ่งมาดีใจพร้อมกัน ไม่มีการวิ่งแยกไปไหน รวมไปถึงจังหวะการจ่ายทำประตูที่หลาย ๆ ครั้งยิงได้ แต่กลับเลือกที่จะจ่ายให้เพื่อนยิงมากกว่า เหล่านี้บ่งบอกถึง ความสามัคคีในทีม

ย้อนไปในแมตช์ที่บุกชนะแมนฯยูไนเต็ดถึง โอลด์ แทรฟฟอร์ด นักเตะยิงประตูได้จะวิ่งไปดีใจกันตลอดจนจบเกม ยังคงมีการฉลองกันจนกระทั่งมีเรื่องมีราว ครั้งนึงเป๊ปได้กล่าวว่า “ถ้านักเตะไม่ได้อยู่ด้วยกับผม มันคงไม่มีวันนี้ เราโชคดีมาก ๆ ที่มีทีมแบบนี้” เป๊ปกล่าวประโยคนี้เอาไว้ภายหลังการันตีแชมป์ลีก

3.ผู้เล่นในทีม

กับเม็ดเงินถึง 440 ล้านปอนด์ตอนต้นฤดูกาลทำเอาหลายทีมอิจฉา แต่อีกหลายคนก็มองว่า จะสูญค่าเปล่าหรือไม่กับฤดูกาลที่สอง การได้สตาร์หลายรายเข้ามาร่วมทีม อาจไม่ใช่คำตอบถ้าหากใช้งานสตาร์เหล่านั้นไม่เป็น แต่เป๊ป เลือกจอมทัพของทีมคือ เควิน เดอ บรอยน์ โดยให้เปลี่ยนตำแหน่งการเล่นจากริมเส้นมาเป็นตรงกลาง เพื่อจะได้จ่ายบอลได้รอบทิศทาง เนื่องจาก เดอ บรอยน์ เป็นนักเตะที่เก่งในเรื่องการจ่ายบอล

นอกจากนี้ เป๊ป ยังเป็นกุนซือที่มีจิตวิทยาที่ดี โดยก่อนเกมเจ้าตัวมักจะกระตุ้นลูกทีมอยู่เสมอดูได้จากการบอก ราฮีม สเตอร์ลิง ว่า “ผมได้ข่าวมาว่ามีทีมจากสเปนกำลังให้ความสนใจคุณ แต่คุณยังย้ายไปที่นั่นไม่ได้หรอกจนกว่าคุณจะยิงได้เฉลี่ย 20 ลูกต่อซีซั่น” จนตอนนี้ ราฮีม ซัดไป 22 ดอกแล้วครับ

เรียกได้ว่า เป๊ป คือกุนซือที่เพรียบพร้อมไปหมดทุกอย่าง ทั้งเรื่องฝีมือและการปลุกใจ รวมไปถึงการเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับนักเตะรุ่นหลัง รู้จักใช้ทรัพยากรของทีมให้มีประโยชน์อย่างมากที่สุด และคราวนี้ก็ต้องมาดูกันว่า ฤดูกาลหน้า ใครหน้าไหนที่จะมาล้มทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คนนี้ได้