เงินบาทอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 75 วัน

login 4 news

ค่าเงินบาทปรับตัวลงมากที่สุดในภูมิภาค เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเงินไหลออกหลังตัวเลขส่งออกไทยเดือนกันยายนติดลบ 5.2 เปอร์เซ็นต์  นอกจากนั้นยังได้รับปัจจัยหนุนจากการที่สหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนด้วย นางสาวรุ่ง สงวนเรือง      ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ออกมาเปิดเผยว่า ค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 75 วัน นับตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา

โดยเปิตลาดที่ระดับ 33.29 บาทต่อดอลาร์สหรัฐ  และปรับอ่อนค่าลงในระดับ 33.32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเงินทุนไหลออกนอกประเทศ  หลังจากที่ในช่วงเดือนที่ผ่านมาตัวเลขส่งออกไทยติดลบ 5.2 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นยังได้รับปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนหันไปถือครองเงินดอนลาร์สหรัฐเพิ่มมากขึ้นด้วย และเมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯ ได้ประกาศขึ้นภาษีสินค้าที่นำเข้าจากประเทศจีนด้วย ส่งผลให้สกุลเงินในตลาดเกิดใหม่อ่อนค่าลงทันที หากนับตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมจนถึงปัจจุบันค่าเงินบาทของไทยอ่อนค่าลงมากที่สุดคิดเป็นตัวเลข 2.8 เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วย เงินวอนของเกาหลี 2.7 เปอร์เซ็นต์, รูเปียห์ของอินโดนีเซีย 2.2 เปอร์เซ็นต์, เงินหยวนของจีน 1.4 เปอร์เซ็นต์, เงินดอลลาร์ของสิงค์โปร 1.1 เปอร์เซ็นต์ และเงินริงกิตของมาเลเซีย 1 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเงินเปโซของฟิลิปปินส์แข็งค่าขึ้น 0.7 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนั้นยังต้องค่อยติดตามสถานการณ์การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในเดือนพฤศจิกายนนี้ด้วย  หากพรรคเดโมแครตสามารถชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ได้จะทำให้การบริหารงานของนายนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ  เป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่ในทางกลับกันหากพรรครีพับลิกันเป็นฝ่ายชนะจะทำให้ตลาดการเงินและการลงทุนเกิดความผันผวนมากกว่าเดิม
ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมจนถึงปัจจุบัน เงินลงทุนยังคงไหลออกจากตลาดหุ้นได้อย่างต่อเนื่อง

เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นไทยรวมแล้วประมาณ 62,000 ล้านบาท และพันธบัตรซื้อสุทธิอีก 30,000 ล้านบาท ทำให้ค่าเงินบามผันผวนเป็นอย่างมาก ผู้ส่งออกและนำเข้าควรหาวิธีป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน