อาหารชนิดใดเสี่ยง “ฟันผุ”

login 4 health

(รูปจาก Postjung)

ฟันเป็นอวัยวะที่ธรรมชาติสร้างขึ้นให้เราใช้เคี้ยวอาหาร เราจึงต้องใส่ใจดูแลให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ  เพราะถ้าเราไม่ดูแลอาจเกิดโรคขึ้นกับฟัน ทำให้ฟันหลุดหรือหัก เมื่อไม่มีฟันแล้ว ร่างกายก็จะขาดอาหารที่ดีและมีประโยชน์ การดูแลรักษาฟันจึงจำเป็น แต่ถึงแม้จะดูแลขนาดไหน ฟันก็อาจเกิดโรคขึ้นได้ไม่ว่าจะเป็น โรคฟัน ผุ และโรคเหงือกอักเสบที่เกิดจากความสกปรกในช่องปาก

หลังอาหารทุกมื้อ มักจะมีเศษอาหารเหลือค้างอยู่ใน ช่องปาก จับเป็นคราบบนผิวฟันและซอกฟันเสมอ ซึ่งเราเรียกกันว่า คราบอาหารหรือ พลัค  และมักทำปฏิกิริยากับเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก ทำให้เกิดมีกรดขึ้นในน้ำลาย กรดนี้เมื่อมีปริมาณมากในระดับหนึ่ง ก็จะกัดกร่อนผิวฟันและเนื้อฟันให้อ่อนยุ่ย เป็นรู ที่เรียกว่าโรคฟันผุ

คราบอาหารจะทำปฏิกิริยากับแคลเซียม ในน้ำลายเป็นคราบหินปูน หรือหินน้ำลายแข็ง ๆ จับอยู่รอบ ๆ คอฟันบริเวณ ที่ติดกับขอบเหงือก ก่อให้เกิดการระคายกับเนื้อเยื่อขอบเหงือก ทำให้มีเลือดออกซึมจากเหงือกขณะแปรงฟันหรือเคี้ยวอาหาร  ซึ่งเป็นอาการของโรคเหงือกอักเสบ

ทั้งโรคฟันผุและโรครำมะนาด เป็นโรคที่ทำให้เกิดปัญหาทั้งทางด้านความเจ็บป่วย และการสูญเสียฟัน โรคทั้งสอง จะทำให้มีอาการปวดเจ็บทรมาน บางครั้งบางคราวอาจลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆ กลายเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคของระบบอื่นๆ เช่น โรคหัวใจ โรคไต โรคกระเพาะอาหาร เป็นต้น

ในด้านการสูญเสีย สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คือการสูญเสียฟัน เริ่มตั้งแต่พอมีฟันผุ ฟันเป็นรู ก็จะเกิดอาการเสียว อาการปวด เคี้ยวอาหารไม่ได้  ยิ่งถ้ามีอาการมากและรุนแรงก็ต้องถอนฟันออก และยังทำให้ขาดความมั่นใจ ส่งผลต่อการออกเสียงพูดอีกด้วย

คราบเศษอาหาร หรือ พลัค เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดโรคฟัน เพราะฉะนั้นเราจึงควรดูแลสุขอนามัยภายในช่องปากให้ดี และพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือนเพื่อตรวจฟันด้วย