อาจารย์ดังถาม แยกสาโท – ข้าวหมากออกไหม?

login 4 news

จากข่าวดังที่เจ้าหน้าที่สรรพสามิตของจังหวัดบุรีรัมย์ จับชาวบ้านวัย 60 ปีซึ่งเป็นแม่ค้าขายข้าวหมาก แต่ถูกจับในข้อหาจำหน่ายสาโท ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายและไม่มีใบอนุญาตให้จำหน่าย ซึ่งทางผู้เสียหายได้กล่าวว่าตนเองนั้น ขายน้ำข้าวหมากที่หมักเองจากภูมิปัญญาชาวบ้าน และไม่ใช่สาโทอย่างที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา

ซึ่งเรื่องนี้ ได้กลายเป็นประเด็นที่พูดถึงในวงกว้างล่าสุดนาย วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาให้ความรู้ว่า น้ำเข้าหมาก และ สาโท นั้นคือความเหมือนที่แตกต่างแต่ ซึ่งความต่างนั้นจะเป็นในส่วนของปริมาณของแอลกอฮอล์ หรือ ดีกรีที่แตกต่างกัน ซึ่งหากมองลักษณะภายนอกทั้งสองอย่างนี้จะมีลักษณะเดียวกันไม่ว่าจะเป็นสีหรือกลิ่นแต่หากจะแยกให้ออกนั้นจะต้องใช้เครื่องตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ และกรรมวิธีในการผลิตนั้นก็ใช้วิธีการที่คล้ายคลึงกันเพียงแต่ลูกแป้งที่ใช้สำหรับทำสาโทและข้าวหมากนั้นจะเป็นคนละสูตรกัน จึงให้ปริมาณ แอลกอฮอล์ที่แตกต่างกัน

ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่สรรพสามิตไปจับแม่ค้าคนดังกล่าว ซึ่งไม่ได้มีการตรวจแอลกอฮอล์ในขั้นตอนการผลิตเพราะมาตรวจภายหลังจากที่แม่ค้านำมาขายนั้น โดยปกติแล้วมันก็มีกระบวนการทางเคมีที่ทำให้ปริมาณของแอลกอฮอล์ในข้าวหมากเพิ่มมากขึ้นจนกลายเป็น ปริมาณแอลกอฮอล์สูงเท่ากับสาโท ซึ่งดูแล้วไม่ยุติธรรม

เพราะหากจะวัดปริมาณกันจริงจะต้องวัดตั้งแต่หลังจากที่ผลิตเสร็จหรือในขั้นตอนการหมัก และคิดว่า ควรจะมีการตักเตือนให้แม่ค้าได้รับทราบว่าการขายน้ำเข้าหมากนั้นมีความสุ่มเสี่ยงเพราะปริมาณแอลกอฮอล์จากการหมักจะใกล้เคียงกับสาโท และควรจะมีการให้ความรู้หรือออกกฎหมายให้ถูกต้องและทำความเข้าใจเพราะนี่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ในต่างจังหวัด ใช้ต่อยอด เป็นอาชีพกันอยู่ในปัจจุบัน