อาการวูบภัยเงียบที่อันตรายถึงตายได้

หลายคนคงเคยมีความรู้สึกวูบหม้ามืดกันอยู่บ้างซึ่งคงคิดว่าอาการดังกล่าวนั้นไม่ได้มีปัญหาอะไร  แต่อาการวูบอันตรายได้เช่นกัน  เพราะอาการวูบหรือการเป็นลมหมดสติในระหว่างขับรถหรือเดินทางนั้นย่อมทำให้เกิดอุบัติเหตุอย่างแน่นอน และยังส่งผลว่าร่างกายของเราไม่ปกติอีกด้วย  โดยอาการวูบนั้นเป็นภาวะที่ร่างกายสูญเสียความรู้สึกตัวและแรงของกล้ามเนื้อชั่วคราว อันเป็นผลมาจากเลือดไปเลี้  ยงก้านประสาทสมองลดลง ซึ่งมีปัจจัยเกี่ยวข้องจากปริมาณเลือดที่ออกจากหัวใจและแรงต้านทานของหลอดเลือดทั่วร่างกาย อาการวูบนี้มักจะฟื้นกลับเป็นปกติได้เอง และอาจเป็นซ้ำได้อีก

ส่วนมากแล้วผู้ป่วยโรควูบหมดสติที่หาสาเหตุไม่ได้ มีอัตราเสียชีวิตในปีแรกที่เป็น สูงถึง 6% เสียชีวิตแบบเฉียบพลัน 4% แต่หากมีสาเหตุจากโรคหัวใจ อัตราเสียชีวิตในปีแรกที่เป็นจะสูงถึง 18 – 33% โดยที่ 24% เป็นการเสียชีวิตแบบเฉียบพลัน โรควูบแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีอาการวูบจากภาวะโลหิตต่ำชั่วคราว แต่ไม่ใช่อาการโรคหัวใจ หรือเรียกง่ายๆ ว่า อาการเป็นลมทั่วไป เนื่องจากร่างกายทนกับสภาพแวดล้อมไม่ได้ โดยอาจมีสาเหตุจากการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ยืนหรือนั่งนานเกินไป รวมถึงความเครียด ส่วนอีกกลุ่มคือ อาการวูบจากโรคหัวใจและหลอดเลือดได้แก่ อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ การอุดตันของเส้นเลือด  สาเหตุของการเป็นลมเกือบหมดสติหรือหมดสติ มีหลายสาเหตุ ดังนี้

  • สาเหตุของการวูบอาจเกิดจากภาวะตกใจหรือเสียใจรุนแรง
  • สาเหตุของการวูบอาจเกิดจากไอหรือจามแรงมากเกินไป
  • สาเหตุของการวูบอาจเกิดจากขณะยืนถ่ายปัสสาวะ หรือหลังถ่ายปัสสาวะ หลังจากที่กลั้นมานาน
  • สาเหตุของการวูบอาจเกิดจากออกกำลังกายมากเกินไปหลังอาหารมื้อหนัก
  • สาเหตุของการวูบอาจเกิดจากเส้นประสาทสมองที่ 5,9 อักเสบ

วิธีรับมือกับอาการวูบ   :    ถ้าหน้ามืดกะทันหัน ให้พยายามหาหลักพิงหรือหาที่เกาะยึดที่มั่นคง พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หากสามารถเดินไหว พยายามค่อย ๆ เดินไปหาที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก  หากหายใจไม่สะดวก ให้นั่งลงช้า ๆ หรืออาการแย่มากให้นอนราบสักพัก เพื่อให้เลือดไหลเวียนไปยังสมองได้สะดวกขึ้น   เมื่ออาการดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด

อาการวูบนั้นอาจเกิดขึ้นได้บ่อยกับคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกายอาจมีอาการวูบ เวียนหัว หน้ามืดบ่อย ๆเนื่องจากเมื่อไม่ได้ออกกำลังกาย ระบบไหลเวียนเลือดก็จะไม่แข็งแรง จนอาจมีบางจังหวะที่ส่งเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ดังนั้นควรหมั่นออกกำลังกาย ดื่มน้ำเยอะ ๆ และพักผ่อนให้เต็มอิ่มก็จะช่วยลดอาการดังกล่าวได้