หมากพืชเศรษฐกิจที่คนหลงลืม…มากด้วยสรรพคุณ

การกินหมากนั้นอยู่คู่กับไทยมาแต่สมัยโบราณ แต่ในปัจจุบันคนไทยกินหมากน้อยลงมาก หรือแทบจะไม่กินกันแล้ว โดยหมากใช้เป็นเครื่องต้อนรับแขก  และนำมาใช้ในพิธีทางศาสนาต่างๆ หมากเป็นพืชที่มีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมประเพณีพื้นบ้านความเป็นอยู่ของคนไทยในอดีต เพราะคนไทยนิยมกินหมากตั้งแต่เจ้านายถึงชาวบ้านคนธรรมดา แต่ในปัจจุบันหมากเป็นพืชเศรษฐกิจทางอุตสาหกรรมมากกว่า เพราะมีการส่งออกเพื่อจำหน่ายต่างประเทศคิดเป็นมูลค่าหลายร้อยล้านบาทต่อปี อีกทั้งหมากยังเป็นพืชที่เพาะปลูกง่าย ดูแลรักษาไม่ยาก โรคและแมลงรบกวนน้อย การลงทุนไม่สูง โดยหมากนั้นมีสรรพคุณที่มากมายช่วยรักษาอาการป่วยต่างๆได้ดี สามารถใช้ได้ทุกส่วนโดยมีสรรพคุณดังนี้

  • ใบของหมากนั้นช่วยป้องกันสารพิษทำลายตับ ช่วยขับพิษภายในและภายนอก
  • ผลของหมากมีสรรพคุณเป็นยาสมานแผล เมล็ดมีสรรพคุณเป็นยาสมานทั้งภายนอกและภายใน ช่วยสมานแผลทำให้เลือดหยุดไหล และแผลหายเร็ว ด้วยการใช้เมล็ดหรือเนื้อหมากนำมาปิดบริเวณบาดแผล
  • รากมีสรรพคุณช่วยถอนพิษบาดแผล
  • เมล็ดของหมากนั้นใ ช้เป็นยายับยั้งการไหลของหนองเวลาเป็นแผล
  • เมล็ดใช้ฝนทารักษาแผลเน่าเปื่อย แผลเป็น ช่วยฆ่าพยาธิบาดแผล ขจัดรอยแผลเป็น
  • เมล็ดและรากของหมากมีสรรพคุณเป็นยาขับปัสสาวะ
  • เปลือกผลมีสรรพคุณช่วยลดอาการบวมน้ำตอนช่วงล่างของเอว ส่วนเนื้อผลมีสรรพคุณช่วยลดอาการขาบวมน้ำ
  • ผลหมากที่สุกแก่แต่ยับดิบอยู่ สามารถใช้รักษาหูด โดยการใช้ผลดิบ 1 ผล นำมาฝานเอาเนื้อในออกมาเป็นชิ้น ๆ เหมือนการเตรียมหมากเพื่อกิน หลังจากนั้นนำไปย่างไฟให้ร้อน นำมาพอกทับปิดที่หัวหูดทันที จะช่วยทำให้หัวหูดหลุดลอกออกมาได้
  • ผลหมากช่วยรักษาโรคน้ำกัดเท้า โดยนำผลหมากมาผ่าเป็น 4 ซีก แล้วใช้ทั้งเปลือกและเนื้อในถูทาบริเวณที่ถูกน้ำกัดเท้าจนเกิดแผลบ่อย ๆ ทุกวัน อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น
  • รากนำมาแช่กับเหล้ากินเป็นยาแก้ปวดเมื่อยเส้นเอ็นได้ดีมาก
  • เปลือกผลมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงธาตุ
  • รากมีรสฝาดเย็น มีสรรพคุณเป็นยาแก้โรคกษัย
  • ผลใช้เป็นยาแก้โรเบาหวาน ด้วยการใช้หมากที่กินกับพลูแบบสด 1 ลูก นำมาผ่าเป็น 4 ซีก ต้มกับน้ำ 1 ลิตร จนเดือดใช้ดื่มก่อนอาหารครั้งละครึ่งแก้วเช้า กลางวัน และเย็น เมื่อนำตาลในเลือดลดลงก็ให้นำมาต้มดื่มแบบวันเว้นวันได้ ซึ่งหมากจะมีฝาด จึงช่วยสมานแผลของผู้เป็นโรคเบาหวานให้หายเร็วขึ้นได้อีกด้วย