หน้าร้อนนี้…พร้อมรับมือโรคพิษสุนัขบ้า

ในอากาศที่ร้อนแบบนี้นอกจากเราจะร้อนแล้วนั้น สัตว์ที่เรเลี้ยงก็ร้อน และทำให้เกิดโรคได้ง่าย และโรคที่มักเกิดกับสุนัขและแมวในหน้าร้อนคือโรคพิษสุนัขบ้า รือโรคกลัวน้ำ ในภาคอีสานมักเรียกว่าโรคหมาว้อ จัดเป็นโรคติดต่อร้ายแรง คาดว่าในแต่ละปีทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าปีละกว่า 60,000 คน โรคพิษสุนัขบ้านั้นเกิดจากเชื้อไวรัสเรบี่ส์ ซึ่งทำให้เกิดโรคได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดได้แก่คน สุนัข แมว ลิง กระรอก ค้างคาว สุนัขจิ้งจอก สกังก์ แรคคูน พังพอน พาหะนำโรคที่สำคัญในประเทศไทย คือ สุนัข ประมาณ 95% รองลงมาคือแมว ส่วนในต่างประเทศมักเกิดจากสัตว์ป่ากินเนื้อต่าง ๆ เช่น สุนัขจิ้งจอก สุนัขป่า โดยโรคพิษสุนัขบ้า เมื่อเป็นจะทำให้มีอาการทางประสาท โดยเฉพาะที่ระบบประสาทส่วนกลาง ถ้าเป็นแล้วจะเสียชีวิตทุกราย คนสามารถเป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้ หากรับเชื้อจากสัตว์ที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้า โดยสามารถรับเชื้อพิษสุนัขบ้าได้สองทางคือ  ถูกสัตว์ที่เป็นโรคกัดหรือข่วน  โดยเชื้อไวรัสจากน้ำลายของสัตว์ที่เป็นโรค จะเข้าสู่บาดแผลที่ถูกกัด และถูกสัตว์ที่เป็นโรคเลีย ปกติจะไม่ติดเชื้อ นอกจากว่าบริเวณที่ถูกเลียจะมีบาดแผล หรือรอยถลอก ขีดข่วน รวมทั้งการถูกเลียที่ริมฝีปาก หรือนัยน์ตา  ซึ่งการติดเชื้อพิษสุนัขบ้านั้น ระยะฟักตัวของเชื้อในคนจะมีอาการในเบื้องต้นดังนี้

  • ในระยะอาการเริ่มแรก สำหรับอาการผู้ป่วยในระยะแรกนั้นจะมีการอักเสบที่สมองและเยื่อสมองในระยะ 2-3 วันแรก โดยอาจปวดเมื่อยตัว มีไข้ต่ำ ๆ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย คันหรือปวดแสบบริเวณที่ถูกกัด ทั้ง ๆ ที่แผลอาจหายเป็นปกติ
  • ระยะอาการทางระบบประสาท  ในระยะนี้ถือว่าเป็นระยะที่สองจะเริ่มมีอาการหงุดหงิด กระสับกระส่าย อาละวาด โดยจะมีอาการเช่นนี้ประมาณ 2-3 วัน จากนั้นจะเริ่มซึมเศร้า และมีอาการกลัว ทั้งไม่ชอบแสงสว่าง ลม เสียงดัง กลัวน้ำ  มีน้ำลายไหล กลืนอาหารลำบากและเจ็บ เพราะเกิดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืน แต่ยังสารมารถพูดได้รู้เรื่อง
  • ระยะสุดท้าย ในระยะสุดท้ายนี้ถือว่าเป็นระยะที่ไม่สารถรักษาให้หายขาดได้แล้ว โดยเฉลี่ยจะเสียชีวิตใน 2-6 วัน เนื่องจากอัมพาตของกล้ามเนื้อ ระบบทางเดินหายใจ เพราะโรคลุกลามไปอย่างรวดเร็ว มีอาการเอะอะ อาละวาด สงบสลับกับชัก บางรายอาจเป็นอัมพาต หมดสติ และเสียชีวิตในที่สุด เพราะส่วนที่สำคัญของสมองถูกทำลายไปหมด

การป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าคือ ควรพาสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ระวังอย่าให้ถูกสุนัข หรือแมวกัด เพราะคนมักติดเชื้อจากน้ำลายของสัตว์ที่เป็นโรค นอกจากนี้ผู้เลี้ยงควรทำหมันสุนัขทั้งตัวผู้และตัวเมียปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ที่ทำจากเซลล์เพาะเลี้ยง โดยฉีดทั้งหมดเพียง 4-5 เข็ม ทั้งนี้วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้ามี 2 แบบคือ ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ และฉีดเข้าชั้นผิวหนัง ซึ่งวัคซีนนี้จะไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ต่อระบบประสาท และสามารถฉีดได้ทั้งในเด็กและสตรีมีครรภ์  หากจะป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ได้ผลดี โดยเฉพาะหากบาดแผลมีเลือดออก แผลลึก ถูกสุนัขเลียที่ตา ริมฝีปาก น้ำลายกระเด็นเข้าตา โดยเซรุ่มจะเข้าไปทำลายเชื้อไวรัสในร่างกายของผู้ที่ถูกสุนัขบ้ากัด การฉีดจะฉีดรอบ ๆ แผลก่อนที่จะก่อโรค และก่อนที่ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้น เพียงเท่านี้ก็จะช่วยป้องกันความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า ดังนั้นเราจึงควร

 

เตรียมพร้อมและรับมือกับโรคภัยที่อาจเกิดขึ้นได้รอบตัว