ส.ส.รัฐบาล มีการเสียบบัตรแสดงตนในสภาฯ แทนกัน

ส.ส.รัฐบาล มีการเสียบบัตรแสดงตนในสภาฯ แทนกัน

อินทร สมบัติ คู่แข่งในพื้นที่เปิดเผยว่า ในสภาลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ปล่อยข้อมูลตัวไม่อยู่ แต่ยังโหลดได้เมื่อนำตารางการลงมติกฎหมายงบประมาณ ไปเทียบกับตารางเดินทางออกนอกประเทศของนาทีรัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าไปปรากฏตัวที่ประเทศจีน วันเดียวกับที่ปรากฏชื่อร่วมลงมากก็จะมีการกดบัตร

ได้ยืนยันว่าไม่มีเจตนารมณ์ มติรับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ แต่คงไม่ใช่ความเคลื่อนไหวที่คาดเดาไม่ได้ เมื่อประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านรวมชื่อ สส.ในฝ่ายค้าน 84 คน ได้ทำหนังสือถึง นายชวน  หลีกภัย ประธานสภา เพื่อทำการร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ

จากนั้นให้ตรวจสอบว่าการร่างกฎหมายงบประมาณชอบด้วยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือไม่เนื่องจากว่ามีความคิดเห็นว่า กระบวนการตรากฎหมายอาจไม่ชอบธรรมด้วยรัฐธรรมนูญ ของรัฐบาล 90 คน รวบรวมรายชื่อยื่นต่อประธานรัฐสภาเช่นกัน

เพื่อขอให้ตรวจสอบกระบวนการร่างกฎหมาย หรือ หากมีปัญหาจะถือเป็นปัญหา ทั้งฉบับหรือเฉพาะมาตรา และจะดำเนินการต่ออย่างไร

ประธานคณะกรรมการ ประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล อย่างแสดงความคิดเห็นว่าเครื่องลงมติมี 350 เครื่องไม่พอกับจำนวนสมาชิก ที่ต้องลงมติเกือบ 500 คน

ล่าสุด มีรายงานว่าพลังประชารัฐ ใช้บัตรลงคะแนน 2 ใบเสียบเข้าเครื่องลงคะแนน มากกว่า 1 ครั้งจนถูกตั้งคำถามว่านี่คือ อีกหนึ่งกรณีของการลงคะแนน แทนกันหรือไม่

จากเหตุข้างต้นเหล่านี้ทำให้หลายคนนึกย้อนถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมหรือที่ถูกเรียกว่าร่างพระราชบัญญัติ เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ที่นายนริศร ทองธิราช จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทยใช้บัตรแสดงตนแทนอื่นประมาณ 4-5 คน และใช้บัตรลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายนี้แทน ประมาณ 3-4 คน หายที่สุด

ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนั้นตกไป เพราะตราขึ้น โดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

เหตุการณ์ปัจจุบัน ยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบ และยังไม่ชัดเจนว่า กฎหมายงบประมาณตกทั้งฉบับ หรือสามารถแก้ต่างมาตราได้