สุดเศร้า! 18 ล้อทับ ปู่-หลาน ดับคาถนน

login 4 news

สลด เกิดเหตุรถพ่วง 18 ล้อ พุ่งชนรถจักรยานยนต์ขณะจอดติดไฟแดง แล้วพุ่งชนเหยียบ ปู่กับหลาน ทำให้เสียชีวิตคาถนนทั้งคู่ เมื่อช่วงเย็นของ วันพฤหัสบดี ที่ 27 กันยายน พ.ศ.2561 ที่น่าเศร้าไปกว่านั้น ในมือเด็กยังกำถุงอุปการณ์การเรียนอยู่ ในขณะที่ คนขับอ้างมองไม่เห็นว่ารถจักรยานยนต์จอดอยู่ด้านหน้า ขณะที่ ร.ต.อ.ถิรวัฒน์ เยี่ยมอ่อน รองสารวัตรเวร (สอบสวน) สภ.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ถูกรถพ่วง 18 ล้อ ชนแล้วเหยียบซ้ำ ทำให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย เหตุการณ์เศร้าสลดใจในครั้งนี้เกิดขึ้น บริเวณสี่แยกไฟแดงห้วยเฝ้าขาออกจากซอยโรงกุ้ง ม.1 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงรีบไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยศรีราชา

เมื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ บริเวณสี่แยกไฟแดงห้วยเฝ้า ซึ่งตัดลอดใต้สะพาน ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ตอนที่ 2 พบรถพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อ HINO สีขาว หมายเลขทะเบียน 63-7155 กรุงเทพมหานคร และหมายเลขทะเบียนส่วนหาง 74-6853 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ ตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย ซึ่งอยู่บริเวณใต้ท้องรถพ่วงฝั่งขวา ต่อมาทราบชื่อคือ นายบำรุง รื่นณรงค์ อายุ 69 ปี อยู่ในสภาพศพที่กระดูกหักทั่วร่างกาย ติดกันพบ ด.ญ.เบญจมาภร เหมือนสาคร อายุ 4 ปี สภาพกระโหลกศรีษะแตก และกระดูกหักทั่วร่างกาย ภายในมือของเด็กนั้นพบถุง ด้านในมีอุปกรณ์การเรียน แฟ้มใส่เอกสาร และกาว นอกจากนี้ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA WAVE 125 สีแดง หมายเลขทะเบียน ตธพ-548 ชลบุรี อยู่ในสภาพถูกรถพ่วง 18 ล้อ ทับจนพังเสียหายทั้งคัน ซึ่งบริเวณท้ายรถจักรยานยนต์ ได้ผูกติดกับตะกร้าผลไม้ โดยในที่เกิดเหตุพบ นายสมัย โฮกชาวนา อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111/1 ม.2 ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก แสดงตัวเป็นผู้ขับขี่รถพ่วง 18 ล้อ ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากการสอบสวน นายสมัย ให้การว่าระหว่างที่ขับถมาตามท้องถนน เพื่อที่จะมุ่งหน้าไปยังถนนฝั่งเครือสหพัฒน์ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้ยินเสียงจากด้านหลัง แต่ก็ไม่ได้เอะใจ และก็ไม่คิดว่าเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์จนล้มลง และได้เหยียบร่างผู้ตายทั้ง 2 จนกระทั่งพบว่ามีผู้ใช้ถนนร่วมกันและชาวบ้าน กวาดสายตามาที่รถของตน จึงได้รีบหยุดรถและลงมาตรวจสอบ แต่ก็พบว่ารถของตนได้เหยียบร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ซึ่งกำลังขับรถออกช่วงไฟเขียว ทำให้มองไม่เห็นรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตที่อยู่ด้านหน้ารถ 18 ล้อ ของตนเอง จึงเกิดเหตุสลดใจเช่นนี้ขึ้น