สนค. ชี้ เดือนที่ผ่านมา เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น 1.23%

login 4 news

สนค. ระบุ ดัชนีเงินเฟ้อของประเทศไทยในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาปรับตัวขึ้น 1.23 เปอร์เซ็นต์ แต่เป็นการปรับเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลง  เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น โดย สนค. คาดว่าไตรมาสสุดท้ายของปีเงินเฟ้อจะขยายตัวในรอบ 1.28-1.5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า หรือ สนค. ออกมาเปิดเผยว่า เดือนตุลาคมที่ผ่านมาประเทศไทยมีดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปอยู่ที่ 102.63 เพิ่มขึ้น 1.23 เปอร์เซ็นต์

เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่ผ่านมา เป็นการสูงขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 16 แล้ว ซึ่งหากเทียบกับเดือนกันยายนที่ผ่านมามีอัตราเฉลี่ยสูงขึ้น 0.06 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าหากนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาปรับตัวสูงขึ้น 1.15 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา  สาเหตุที่ทำให้ดัชนีเงินเฟ้อเดือนตุลาคมพุ่งสูงขึ้นเป็น 1.23 เปอร์เซ็นต์ คือ ดัชนีในหมวดอื่นที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น 1.79 เปอร์เซ็นต์
โดยหมวดสินค้าที่ปรับราคาสูงขึ้น คือ หมวดเครื่องนุ่งห่มและรองเท้าเพิ่มขึ้น 0.47 เปอร์เซ็นต์, หมวดยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น 0.41 เปอร์เซ็นต์, ค่าเคหสถานเพิ่มขึ้น 0.59 เปอร์เซ็นต์ และ น้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 11.98 เปอร์เซ็นต์
ในขณะที่หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ปรับเพิ่มเพียง 0.26 เปอร์เซ็นต์ โดยสินค้าในหมวด ข้าว แป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้งเพิ่มขึ้น 4.8 เปอร์เซ็นต์ และหมวดอาหารบริโภคนอกบ้านเพิ่มขึ้น 2.15 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น

สำหรับดัชนีเงินเฟ้อที่ปรับตัวขึ้นในเดือนตุลาคม เป็นการปรับเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 แล้ว  โดยปัจจัยหลักที่หนุนให้เงินเฟ้อขึ้น คือ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ส่วนราคาสินค้าทางการเกษตรก็ปรับตัวเลขขึ้นลงตามฤดูกาลอยู่แล้ว
โดยคาดว่าในไตรมาสที่ 4 เงินเฟ้อจะขยายตัวในกรอบ 1.28-1.5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนตัวเลขเงินเฟ้อตลอดทั้งปี 2561 จะอยู่ในกรอบ 1.17-1.21 เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่าค่ากลางที่คาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัวที่ 1.25 เปอร์เซ็นต์ จากเป้าหมายของการขยายตัวที่ตั้งกรอบเอาไว้ 0.8-1.6 เปอร์เซ็นต์