วิธีช่วยเด็กจมน้ำ แบบถูกวิธี

วิธีช่วยเด็กจมน้ำ แบบถูกวิธี

สระว่ายน้ำ เป็นการออกกำลังกายที่ดี สำหรับเด็กๆแล้ว หากไม่ระวังก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข ของประเทศเรา พบว่าในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา มีเยาวชนที่ต่ำกว่า 15 ปีจมน้ำตายมากถึง 3,500 ราย เรามาเรียนรู้วิธีที่ถูกต้อง

ในการช่วยเหลือเด็กจมน้ำดีกว่า อย่างแรกที่ควรคำนึงไว้ก่อนเลย คือควรจะทำให้เด็กสามารถหายใจได้ โดยเร็วที่สุดเพราะฉะนั้นการที่จะรีดน้ำออก จากท้อง โดยการเพิ่มแล้ว เป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง เพราะว่าน้ำที่ออกจากการวิเคราะห์นั้น เป็นนาทีออกมาจากกระเพาะ ไม่ออกจากปอดข้อใด ที่เหมาะสมน้ำหน้ามันก็จะมี รู้สึกตัวและแบบที่ไม่รู้สึกตัว เป็น 2 แบบก็จะมีวิธีช่วยคิดต่างกันออกไป สำหรับเด็กที่ยังรู้สึกหายใจเองได้ นั้นพอแล้วก็เช็ดตัวให้แห้ง

หลังจากนั้น ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เพราะว่าการเขตสามารถหายใจได้เลย ตอนนั้นไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยดี มีหลายกรณีที่อาจจะมีการหายใจ ลำบากเกิดขึ้นได้ในภายหลัง ซึ่งมีสาเหตุมาจากถุงลม ในปอดถูกทำลายจากการสำลักน้ำ ให้หน่อย

แต่สำหรับเด็กตัวนั้น คือ จ้างคนมาช่วยเหลือและในระหว่างรอ การช่วยเหลือจากหน่วยฉุกเฉินนั้น เราก็ต้องช่วยเปิดทางเดินหายใจ เดี๋ยวให้เด็กนอนหงายปวดหน้าผากลง และเคยทานขึ้นการตรวจสอบ ว่ามีการหายใจนั้น ให้สังเกตในเวลาสามสิบห้าวินาที

โดยมองหน้าอก หรือ ท้อง ว่ามีการเคลื่อนไหวหรือไม่ฟังดูว่า มีเสียงหายใจหรือไม่รู้ โดยการน่าไปน่าไปใต้สมุทร เนื้อสัมผัสลมหายใจ แต่ในกรณีที่เด็กต่ำกว่า 1 ปีอาจจะต้องสัมผัสชีพจร ที่อยู่บริเวณต้นแขนด้านในครึ่งทางระหว่างข้อศอก และหัวไหล่ เมื่อพบว่าเด็กไม่ใส่ใจ ให้ประกบปากของเราครอบปากแล้ว ก็จะเป่าลมออก 2 ครั้ง

โดยให้แต่ละครั้ง มีความยาว 1-2 วินาที และคนที่สังเกตว่า ของเด็กนั้นขยายออกทางการ เป่าลมหรือไม่ ถ้าเด็กไม่เห็นใจและไม่มีชีพจร ให้ทำการกระตุ้นการเต้นหัวใจด้วย การกดในตำแหน่งบนกระดูกหน้าอกตรงกลาง ระหว่างหัวนมทั้งสองลงมา 1 ความกว้าง 2 นิ้วมือเรา แล้วกดในการใช้นิ้ว 2 นิ้วกดลึก ให้กระดูกหน้าอกอยู่ ประมาณ 1 ถึง 1.5 นิ้วความถี่ ของการกดคือกด 5 ครั้งสลับ กับการให้ผู้ช่วยอีกคนที่เขาฝาก 1 ครั้ง แต่เป็นเด็กอายุมากกว่า 1 ปี ให้เปลี่ยนเป็นใช้ สำหรับลงไปแทน ให้ทำไปจนกว่า โดยชุมชนจะมาถึงหรือกระทำ ในระหว่างการนำส่งถึงโรงพยาบาลทางที่ดี กันไว้ดีกว่าแก้อักเสบเด็ก เล่นน้ำ คุณอยู่ภายใต้การดูแล ของผู้ปกครองตลอดเวลา