วิญญาณ !! ในร้านเหล้า

 

         เรื่องราวนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อต้นปี 2554 ก่อนที่จะเกิดน้ำท่วม เพื่อนของผมได้เปิดร้านเหล้าเป็นคูหาสองห้องติดถนนแถวจรัญสนิทวงศ์ ทำเลนั้นเป็นช่วงทางโค้งพอดี ซึ่งเพื่อนของผม ก็ได้เซ้งมาจากเจ้าของเดิมมาราคาหนึ่งพอวันเปิดร้านวันแรก เพื่อนของผมที่เป็นเจ้าของร้าน ก็ได้ซื้อหวยเลขที่บ้านเผอิญว่าถูก ก็ได้มีการจัดเลี้ยงกันยกใหญ่ ซึ่งก็มีเพื่อนคนหนึ่ง พูดขึ้นมาว่า “เฮ้ย! มีเจ้าที่ดีนี่หว่า ต่อไปร้านนี้คนเที่ยวคงแน่น” พอเปิดร้านไปได้สักระยะ เข้าสู่เดือนที่ 2 เงียบมาก ตั้งแต่ต้นเดือนนี้ก็จะกลางเดือนแล้ว

         ทุกคนก็คิดกัน หรือว่าเราไม่ได้ไหว้อะไรกันหรือเปล่า เซ่นเจ้าที่เจ้าทางอะไรประมาณนั้น พอตกเย็นวันหนึ่ง เพื่อนก็ได้ฝากให้ผม มาเปิดร้านให้หน่อย เนื่องตัวเองนั้นจะไปซื้อของมาไหว้  ผมก็ได้รับปากเพื่อน เดินทางไปที่ร้านตั้งแต่บ่าย 3 โมง รอช่วงหัวค่ำเพื่อจะเตรียมตัวเปิดร้าน วันนั้นผมไปคนเดียว ระหว่างที่กำลังเตรียมที่จะเปิดร้านอยู่นั้นก็เริ่มจากเปิดเพลงในร้านแบบเบาๆ ไฟในร้านก็ยังไม่ได้เปิด เนื่องจากแสงหน้าร้านก็ยังพอเพียงอยู่บ้าง ในระหว่างที่กำลังเก็บโน้นจัดนี้ภายในร้าน ผมก็บังเอิญได้ยินเสียงเหมือนกับคน กำลังปิดประตูห้องน้ำ ตอนนั้นก็สะดุ้งนิดหน่อย ได้แต่คิดว่าลมคงพัดมา

         เนื่องจากตอนนั้นอยู่เพียงลำพังคนเดียว พอเพื่อนมาก็จัดแจงข้าวของต่างๆ และก็เริ่มลงมือไหว้ พอไหว้เสร็จเพื่อนที่เป็นเจ้าของร้านก็บอกว่า “เดียวขอตัวไปอาบน้ำที่บ้านก่อนแล้วจะกลับมาเปลี่ยนเวรกัน” เนื่องจากบ้านอยู่ไม่ไกลจากร้านนัก ระหว่างที่กำลังนั่งรอเพื่อน ผมก็เปิดไฟในร้านพร้อม

 

 

           บริการแล้ว นั่งเล่นอยู่สักพักหนึ่ง โทรศัพท์มือถือผมก็ดังขึ้น เพื่อนเจ้าของร้านโทรมาถามว่า “เฮ้ย! ลูกค้าเริ่มทยอยเข้าร้านแล้วหรอ” น้ำเสียงของเพื่อนนั้นดีใจเอามากๆ ผมก็ถามว่า “อะไรนะ! ลูกค้าที่ไหน” เพื่อนก็ยังพูดต่อว่า “ไม่ต้องมาอำกันเลย เดียวจะรีบกลับเข้าไปที่ร้าน” หลังจากวางสายโทรศัพท์ไปสักประมาณ 15 นาทีนิดหน่อยเพื่อนก็ขับรถเข้ามาจอดหน้าร้าน สีหน้านั้นไม่สบอารมณ์ เพื่อนที่เป็นเจ้าของร้านได้พูดขึ้นว่า “ทำไมต้องแกล้งกันด้วย” รุ่นพี่ของเพื่อนผมนั้นโทรไปบอกว่า “เฮ้ย! ร้านเอ็งนั้นลูกค้ากำลังเดินทยอยเข้าร้านเต็มเลยยังกะแจกฟรี” เพื่อนก็ได้โทรไปหารุ่นพี่คนนั้นและก็ยืนยันว่ามีลูกค้าจริงๆ หรือว่าแกล้ง เรื่องของเรื่องก็คือ ตอนที่เพื่อนกลับบ้านไปอาบน้ำนั้น

          มีรุ่นพี่ของเพื่อนเจ้าของร้านนี้แหละ ขับรถผ่านหน้าร้าน เห็นคนเข้าเยอะก็เลยโทรไปถามเพื่อน ว่าวันนี้ร้านขายดีจริงๆ คนต่อคิวเข้ายังกะแจกฟรี แต่พอเพื่อนที่เป็นเจ้าของร้านรีบกลับมาที่ร้านนั้น ไม่มีแขกสักโต๊ะ ก็นึกว่ารุ่นพี่นั้นอำ แต่ว่ารุ่นพี่ก็ยังยืนยันว่าตอนขับรถผ่านนั้น มีคนเต็มหน้าร้านเลยกำลังต่อคิวเข้าร้านด้วยซ้ำ รุ่นพี่ก็พูดยืนยันว่าไม่ได้โกหก หลังจากวางสายไปเพื่อนของผมก็ได้แต่เดินไปนั่งหน้าร้านไม่คุยกับใคร สักพักหนึ่งเพื่อนก็ลุกขึ้นหยิบธูปไปไหว้ที่หน้าร้านอีกครั้งหนึ่ง เวลาผ่านไปประมาณ 4 ทุ่ม

          มีเพื่อนอีกคนหนึ่งนั่งรถผ่านหน้าร้านไปแล้วก็โทรศัพท์มาหาเพื่อนว่า “ดีใจด้วยเลยเพื่อน นั่งรถผ่านเห็นลูกค้าเต็มร้าน” แต่ว่าทำไมเอ็งสองคน นั่งเฉยไม่บริการลูกค้าเลย เพื่อนผมที่เป็นเจ้าของร้านได้ยินแบบนั้น ก็หันหน้ามาทางผมด้วยสีหน้าตกใจ แล้วก็พูดว่า “เฮ้ย! นึกเพื่อนเราโทรมาเพิ่งผ่านร้านไปบอกว่า มีลูกค้านั่งอยู่ในร้านเต็มเลย”ผมได้ยินแค่นั้นก็ถึงกับขนลุกทั้งตัว เนื่องจากตอนนั้นในร้าน มีเพียงแค่ผมกับเพื่อนนั่งกันอยู่แค่สองคน ไม่มีลูกค้าสักโต๊ะ เรียกได้ว่า วันนี้ทั้งวัน มีคนที่รู้จักผ่านหน้าร้านมองเห็นในร้านนั้นมีลูกค้าเต็มแทบทุกโต๊ะ สิ่งนี้ทำให้ผมกับเพื่อนเกิดอาการสงสัย และก็กลัวกันพอสมควร

           เวลาผ่านไปเวลาประมาณสักเดือนกว่าๆ ก็มีเด็กนักเรียนเทคโนมาแทงกันจนเสียชีวิตที่หน้าร้านคาที่ เรียกได้ว่ามีแต่เรื่องที่ไม่ค่อยดีนักเกิดขึ้นบริเวณร้าน จนเพื่อนตัดสินใจปิดร้านสักพักหนึ่ง เพื่อไปท่องเที่ยว หลังจากนั้นพอกลับมา เพื่อนเจ้าของร้านนั้นก็ได้นักร้องคนใหม่ประจำร้านเข้ามาด้วย และก็มีอยู่วันหนึ่ง วันนั้น นักร้องคนนี้นั้นเมา และเผอิญห้องน้ำในร้านเกิดเต็ม ตัวแกเองนั้นทนไม่ไหว ก็เลยไปฉี่ข้างๆ กระถางธูปที่เพื่อนนั้นเอาไว้ปักธูปหน้าร้านนั่นเอง หลังจากนั้นเป็นต้นมา ตัวเขาเองรวมไปถึงที่ร้าน ก็มักจะพบเจอกับเรื่องราวร้ายๆ ตลอดมา จนกระทั่งร้านต้องปิดตัวลงไปในที่สุด ทุกวันนี้ ผมและเพื่อนก็ยังหาคำตอบไม่ได้ ว่าเพื่อนทั้งสองคนนั้นเห็นใครในร้าน ร่วมไปถึงตึกแถวแห่งนี้เคยเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ หรือว่าผมและเพื่อนนั้นไหว้เจ้าที่ไม่ถูก ทุกอย่างยังคงไม่แน่ชัด…