รีวิวหนัง นักฆ่าโคตรอึด Death wish

นักฆ่าโคตรอึด Death wish เคยถูกดัดแปลงเป็นหนังแอ็คชั่นแนวศาลเตี้ยชื่อดังออกฉายปี 1974 ชื่อไทย ล้างบัญชียมบาล และยังทำให้ชื่อชาร์ล บรอนสัน ดาราหนุ่มเคราเฟิ้มมาดนิ่งโด่งดังเป็นพลุแตกจนมีแฟรนไชส์หนังของตัวเองถึง 4 ภาค โดยเรื่องราวของ นักฆ่าโคตรอึด Death wish ในเวอร์ชั่นนี้  ยังคงอ้างอิงตามโครงเดิมคืออันว่าด้วยคุณหมอดวงซวยอย่าง พอล เคอร์ซีย์(บรูซ วิลลิส) ที่ถูกโจรบุกบ้านในคืนที่เขาติดงานด่วน

และพวกโจรใจเหี้ยมก็ได้ฆ่า ลูซี่ (อลิซาเบธ ชู) ภรรยาของเขา และยังได้ทำร้าย จอร์แดน (คามิลา มอโรเน) ลูกสาวของเขาจนโคม่า ด้วยความคับแค้นใจที่นักสืบ เควิน เรน (ดีน นอริส) ไม่สามารถตามตัวคนร้ายได้ เขาจึงเริ่มออกไล่ล่าคนชั่วจนตัวเองเสพย์ติดความรุนแรง และในขณะเดียวกันสังคมก็เริ่มตั้งคำถามถึงการเป็นศาลเตี้ยของเขา ว่าเป็นสิทธิในการทวงความยุติธรรมหรือเป็นการลดความน่าเชื่อถือของกฎหมายกันแน่ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่เนื้อหาของ นักฆ่าโคตรอึด Death wish ฉบับนี้ได้พยายามสร้างความแตกต่างคือการนำเรื่องราวของบทบาทโซเชี่ยล มีเดียและการวิพากษ์วิจารณ์ของสื่อในสังคมออนไลน์มาคอยย้ำเตือนสติคนดูไม่ให้เอนเอียงต่อการกระทำของ พอล เคอร์ซีย์แต่เพียงฝ่ายเดียว แต่ถามว่ามันส่งผลอะไรกับโครงเรื่องหรือไม่ ตอบได้เลยว่าไม่เลยครับ ในฉากที่รายการวิทยุวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของพอล

กลับกลายเป็นส่วนเกินที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของหนังเท่าไหร่นัก มิหนำซ้ำการที่หนังดึงเรื่องการโพสต์วีดีโอลงโซเชี่ยล มีเดีย กลับยิ่งทำให้เห็นความด้อยปัญญาของตำรวจหนักเข้าไปอีก ยิ่งโดยเฉพาะนักสืบ เควิน เรน ที่เจอหน้าอีกตา พอล แทบทุกวันแต่กลับไม่สงสัยอะไรเลย แถมตอนออกไปสืบสวนที่เกิดเหตุยังแสดงความเป็นตัวตลกมากกว่าการเป็นนักสืบอาชีพเสียอีก ดังนั้นในส่วนเนื้อหาจึงถือว่ามีหลายจุดที่ขาดความสมเหตุสมผลไปพอสมควรครับ