รักษาอาการ “กรน” ง่ายๆ โดยไม่ต้องผ่าตัด

login 4 health

(รูปจาก Winnews)

ศ.นพ. ปารยะ อาศนะเสน ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า เมื่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเรื่องการนอนกรนแล้ว แพทย์จะมีการตรวจว่าเป็นการกรนธรรมดาหรืออันตราย และอาจจะต้องใช้เวลานานฝนการข้ารับการตรวจหรือรอผลตรวจ เพราะฉะนั้นผู้ป่วยเองควรดูแลตัวเองในระหว่างรอรับการตรวจและรอฟังผล ดังนี้

» ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักเกิน ควรเลี่ยงยาบางชนิดที่ทำให้ง่วง รวมทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง และก่อนอนให้เลี่ยงการสูบบุหรี่หรือสัมผัสควันด้วย ให้นอนศีรษะสูงเล็กน้อยจากที่ราบและควรนอนตะแคง

» แพทย์จะให้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกไปใช้วันละครั้งก่อนนอน โดยพ่นยาเข้าไปในโพรงจมูกข้างละ 2 ครั้ง ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกจะทำให้เยื่อบุจมูกยุบบวม ทำให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น และยังจะช่วยหล่อลื่น ทำให้การสะบัดตัวของเพดานอ่อนและลิ้นไก่น้อยลง ทำให้เสียงกรนเบาลงได้ โดยจะใช้เวลาเพียง 2 อาทิตย์เท่านั้นจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น เพราะฉะนั้นเรื่องของเสียงกรนและอาการผิดปกติก่อนพ่นและหลังพ่น เพื่อบอกกับแพทย์ต่อไป

» เครื่องเป่าลมเข้าไปในทางเดินหายใจส่วนบน เครื่องมือนี้เป็นการนำหน้ากากครอบจมูก หรือปากขณะนอนหลับ ซึ่งหน้ากากนี้จะต่อเข้ากับเครื่องที่สามารถขับลมซึ่งมีแรงดันเป็นบวกออกมา ลมที่ขับออกมาขณะนอนหลับจะช่วยค้ำยัน ไม่ให้ทางเดินหายใจเกิดการอุดกั้นขณะหายใจเข้า เป็นระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ แล้วลองสังเกตเสียงกรน และอาการต่างๆ ที่ผิดปกติเวลานอนว่าเสียงกรน หรือาการผิดปกติต่างๆ ลดลงหรือไม่

» อาจปรึกษาทันตแพทย์ที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการรักษาอาการนอนกรน ด้วยวิธีทางทันตกรรมก่อนล่วงหน้าได้ถึงเครื่องมือ และค่าใช้จ่ายในการรักษาเพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจ หลังทราบผลการตรวจการนอนหลับแล้ว