รักษามะเร็งตับ รูปแบบใหม่

login 4 health

(รูปจาก malayalivartha)

โรคมะเร็งมีอยู่หลายประเภทมาก โดยในประเทศไทยนั้น 5 อันดับโรคมะเร็งที่คนไทยเป็นมากที่สุด คือ มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลําไส้ใหญ่ และในช่วงปี 2559 มีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับและมะเร็งท่อน้ำดีในตับ สูงถึง 17,070 คน และตอนนี้ มะเร็งตับ คือ สาเหตุที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุด

มะเร็งตับ ( Hepatocellular carcinoma ) เป็นเนื้องอกชนิดหนึ่งที่พบมากในประเทศไทย ส่วนใหญ่พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ในระยะเริ่มแรกจะไม่พบอาการ แต่ผู้ป่วยเองอาจมีอาการ ปวดท้อง น้ำหนักลด คลำก้อนได้ที่ท้อง ท้องมาน หรือดีซ่าน  โดยสาเหตุอาจเกิดจากพฤติกรรมในการใช้ชีวิต เช่น การดื่มแอลกอฮอล์เป็นระยะเวลานาน หรือการเป็นโรคตับแข็ง  หรือพบในผู้ที่เป็นโรคตับอักเสบชนิดที่เกิดจากเชื้อไวรัส

login 4 health

สำหรับการรักษามะเร็งตับนั้นมีอยู่ 3 วิธี  คือ
1. การผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออก (ในระยะเริ่มแรก)
2. การให้เคมีบำบัดทางหลอดเลือดแดงในตับ
3. การทำลายก้อนเนื้องอก จากการฉีดสารบางชนิดผ่านเข็มเล็กๆ ที่สอดผ่านผิวหนังเข้าสู่เนื้องอก หรือใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงปล่อยพลังงานความร้อนผ่านปลายเข็มเข้าไปทำลายเนื้องอกโดยตรง

แต่วิธีการที่นิยมใช้ในการรักษามะเร็งตับในปัจจุบันคือ การให้เคมีบำบัดทางหลอดเลือดแดง หรือ TACE ( Transarterial ChemoEmbolization ) ในตับ  โดยการฉีดเคมีผ่านทางหลอดเลือดแดงสู่ก้อนมะเร็งที่ตับโดยตรง ใช้กับผู้ป่วยสูงอายุ ผู้ป่วยที่มีก้อนเนื้องอกโตและอยู่ใกล้กับหลอดเลือดขนาดใหญ่ของตับ

อย่างไรก็ตามการรักษาด้วยวิธีนี้ จะช่วยลดขนาดและความรุนแรงของโรค ลดความเจ็บปวด ป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดร่วมด้วย การรักษาด้วยวิธีนี้ผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง และมาตรวจตามแพทย์นัดสม่ำเสมอ

ซึ่งการวินิจฉัยจากแพทย์ให้ใช้วิธีนี้ในการรักษา ผู้ป่วยต้องมีอาการ ดังนี้ มีก้อนใหญ่และลุกลามหรือมีหลายก้อน ผ่าตัดไม่ได้ เพราะว่าตับมีพื้นที่น้อยหรือเสี่ยงก่อให้เกิดอันตรายในชีวิต ต้องการลดขนาดก้อนให้เล็กลงหรือต้องการเปลี่ยนตับ เป็นต้น หรือเพื่อใช้ในการรักษาแบบประคับประคองหรือตามอาการ ก็แบ่งออกเป็น 2 ประเด็น คือ ช่วยลดอาการปวดเนื่องจากก้อนขนาดใหญ่ และอุดหลอดเลือดแดงในกรณีมีการแตกของเส้นเลือดในตับ