ยืนยัน กัญชา กัญชง ยังคงเป็นสารเสพติด

login 4 news

ซึ่งในช่วงบ่าย เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ก็ได้ออกมาชี้แจงถึงประกาศดังกล่าวว่า ไม่ง่ายต่อการกำกับ ส่งเสริมเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่มีการออกประกาศ 2 ฉบับก็คือประกาศ กระทรวงสาธารณสุขเรื่องระบุ ชื่อยาเสพติด ให้โทษประเภท 5 วงเล็บ ฉบับที่ 2 ปี 2562 และประกาศคณะกรรมการ ควบคุมยาเสพติด ให้โทษเรื่องกำหนด ลักษณะการชงปี 2562 เพื่อแยก กัญชง กับ กัญชา ให้ชัดเจนและประกาศยกเว้นวัตถุดิบ และสาระสำคัญบางส่วน ไม่ต้องเป็นยาเสพติดประเภท 5 เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางยาผลิตภัณฑ์สมุนไพร เครื่องสำอาง และอาหาร เพื่อให้ปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจแล้ว ก็ส่งออกได้ในอนาคต โดยการใช้กัญชง ยังถือว่าเป็นยาเสพติดอยู่ แต่ว่ามีการปลดล็อคบางส่วน ให้ไม่ต้องเป็นยาเสพติดแล้วก็นำมาใช้ประโยชน์ได้

ซึ่งในส่วนของกัญชง ที่ปลดล็อคก็คือสารแคนนาบิส หรือว่า cbd บริสุทธิ์มากกว่า หรือว่าเท่ากับ 99 มีสารที่ให้สี ไม่เกินร้อยละ 0.01 โดยน้ำหนัก ซึ่งข้อนี้นะคะก็ทำให้เกิดข้อกังวล เขาว่าเป็นการล็อคสเปคจนประชาชน ไม่สามารถทำได้นั้น ข้อเท็จจริงก็คือเจตนารมณ์ ก็คือเพื่อให้ใช้เป็นสารมาตรฐาน ในห้องแลป 2 สารสกัด หรือผลิตภัณฑ์ จากสารสกัดที่มี CFC เป็นส่วนประกอบหลัก และมี CFC ไม่เกินร้อยละ 0.2 เจตนา เพื่อเอามาทำเป็นยา หรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร 3 และการชงหรือน้ำมัน จากเมล็ดกัญชงนำมาใช้เป็นส่วนประกอบ ในผลิตภัณฑ์อาหารได้สีน้ำมันเมล็ดกัญชง นำมาใช้ทำเครื่องสำอาง และ แก้ลำต้นแห้ง เส้นใหญ่ แห้งเป็นการยกเว้น เดือนอยู่แล้ว

โดยกำหนดว่าใน 5 ปีแรก จะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ ที่ผลิตในประเทศไทย เพื่อคุ้มครองผู้ประกอบ ด้าน นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์ แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่าในฐานะเครือข่าย ประชาสังคมเพื่อการแพทย์ สำหรับประชาชนทันทีที่เห็นร่างประกาศกระทรวง ก็เกิดความกังวลใจ เพราะว่ามีการกำหนดความหมาย ของการชงที่ต้องมี CFC ในใบและดอกไม่เกิน 0.5 เปอร์เซ็นต์ ครั้งที่กฎกระทรวงเดิมในปี 2559 กำหนดวันที่ 1 เปอร์เซ็นต์ จึงอยากทราบว่าใช้อะไรเป็นเกณฑ์ ในการกำหนด และเมื่อกำหนดออกมาเช่นนี้แล้ว จะครอบคลุมไปถึงการชงเดิมที่เคยประกาศในปี 2559 หรือไม่ ซึ่งการกำหนดให้สาร CFC ต้องไม่เกิน 0.5 เปอร์เซ็นต์ เช่นนี้ก็กังวลว่าจะให้พันกันชนในไทยนั้น จะมีความหลากหลายมากพอ หรือไม่ ซึ่งเท่าที่ทราบที่ขึ้นทะเบียนอยู่ตอนนี้ ก็มีเพียง 4 สายพันธุ์