ภัยเงียบโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม

แต่ถ้ามาทำงานกับจอคอมพิวเตอร์จะเกิดอาการเมื่อยล้าได้ บางรายหากมีโรคบางอย่างอยู่ เช่น ต้อหินเรื้อรัง ม่านตาอักเสบ หรือแม้แต่เยื่อบุตาอักเสบ ตลอดจนโรคทางกาย เช่น โรคไซนัสอักเสบ ไข้หวัด ร่างกายทั่วไปอ่อนเพลีย จะทำให้การปรับสายตาเพื่อการมองเห็นชัด ทำให้เกิดการปวดเมื่อยนัยน์ตาได้ง่าย ดังนั้นเราจึงควรที่จะปรับเปลี่ยนหรือหาวิธีป้องกันง่ายๆ ในเบื้องต้น เพื่อที่จะหลีกเลี้ยงปัญหาการเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นได้โดย พักสายตาเป็นระยะหากต้องทำงานหน้าจอต่อเนื่อง ให้พักด้วยการหลับตาสักครู่หนึ่ง ทุก 20-30 นาที หรือหากนั่งทำงานต่อเนื่อง 1-2 ชั่วโมง ควรลุกไปทำอย่างอื่นสัก 5-10 นาที แล้วค่อยกลับมาทำงานต่อ วิธีพักสายตาเช่นนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อตาไม่ล้าเกินไป อีกทั้งยังลดอาการตาแห้งได้อีกด้วย นอกจากนั้นการกะพริบตา ช่วยให้น้ำตาที่ผลิตจากต่อมน้ำตาใต้เปลือกตามาเคลือบตา ทำให้ดวงตาไม่แห้ง จึงลดอาการฝืดเคืองดวงตาได้ แนะนำให้หยอด น้ำตาเทียม เพื่อให้ดวงตามีน้ำหล่อลื่น ช่วยให้ไม่เกิดอาการแห้งแสบ หรือเคืองตา ในการทำงานควรจัดสภาพแวดล้อมรอบตัวให้เหมาะสมไม่ควรเปิดพัดลมเป่าจ่อใบหน้า และดวงตาจะยิ่งทำให้ตาแห้ง อีกทั้งต้องไม่ให้มีแสงจากด้านหลังสะท้อนหน้าจอเข้าดวงตา รวมถึงไม่ทำงานในห้องที่มีแสงไม่เพียงพอ หากไม่ดีขึ้นแนะนำให้ลองหาหมอเพื่อดูอาการ กรณีที่มีน้ำตาไหลตลอดเวลา หรือมีอาการปวดตามากๆ ควรพักสายตาหรือกินยาแก้ปวด หากอาการไม่ดีขึ้น ควรมาพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เนื่องจากพบบ่อยว่า อาการตาแห้งมากเกินไปก่อให้เกิดแผลเล็กๆ ที่กระจกตา ส่งผลให้เกิดอาการแสบเคืองและปวดดวงตา รวมถึงอาจนำไปสู่การติดเชื้อได้

ท้ายนี้ไม่ว่าจะยังไงสิ่งที่เราควรจะต้องทำเป็นอันดับแรกคือ ต้องหมั่นดูแลการทานอาหารการพักผ่อนให้เพียงพอมากที่สุดและอย่าลืมหมั่นออกกำลังกายด้วยนะครับ