ฟอสซิลฟันฉลาดน้ำจืด “กาลาโกดอน” ในเซาท์ดาโคตา ถูกค้นพบในชั้นหินเดียวกับเดอะทีเร็กซ์

login 4 news

“SUE the T.rex” เป็นฟอสซิลที่รู้จักกันดีและมีชื่อเสียงมากสำหรับการขุดพบโครงกระดูกของไดโนเสาร์พันธ์ ทีเร็กซ์ ในแม่น้ำซูซึ่งมันเป็นโครงกระดูก ที่สมบูรณ์ที่สุดที่มีการขุดพบ และชุดกระดูกทีเร็กซ์ชุดนี้ถูกค้นพบที่แม่น้ำซูในเซาท์ดาโคตา โดยนักวิทยาศาสตร์ของพิพิธภัณฑ์ภาคสนาม ในการขุดและค้นหาฟอสซิลได้ทำการเอาหินรอบๆฟอสซิลออก ไปทีละเล็กทีละน้อยที่เกาะติดแน่นบริเวณซากฟอสซิลที่ขุดพบ และยังคงตะกอนที่เหลืออยู่นั้นรียกอย่างเป็นทางการว่า เมทริกซ์ และเป็นเวลาหลายๆสิบปี ที่มีการพิถีพิถันในการค้นหาชิ้นฟอสซิลชิ้นเล็กชิ้นน้อย จนไปพบกับซากปลาฉลาดน้ำจืดที่ได้อาศัยอยู่ในแม่น้ำซู

โดยซากฟอสซิลฉลามตัวนี้ได้ถูกค้นพบอยู่ในช่วงของชั้นหินเดียวกับการค้นพบฟอสซิลของทีเร็กซ์ โดยทางผู้ที่เขียนวารสารเกี่ยบกับซากดึกดำบรรพ์ได้อธิบายว่า “ซากที่ค้นพบเป็นฟันฟอสซิลขนาดเล็กกว่าโครงกระดูกของฉลามเพราะโครงกระดูกส่วนใหญ่ของฉลามจะเป็นโครงกระดูกอ่อน  ที่มันสามารถย่อยสลายได้” และชุดทีมที่ค้นพบนำโดย เทอรรี่ เกตส์เป็นอาจารย์ ที่มหาวิทยาลัยในรัฐนอร์ธ แคโรไลน่า เป็นอาสาสมัครพิพิธภัณฑ์ภาคสนามที่ค้นพบฟอสซิล ได้ตั้งชื่อว่า Galagadon nordquistae (กาลาโกดอน นอรเควสที)  ซึ่งฟันที่ค้นพบนั้นมีรูปร่างคล้ายสามเหลี่ยม เหมือนกับเกมส์ยานอวกาศในยุค 1980

แม่น้ำซูเป็นสถานที่ตั้งของทะเลสาบ และสิ่งที่สามารถขุดพบได้นั้นมันเกิดจากความร้อนที่ระเหยของน้ำบนทะเลสาบจนแห้งสนิท และการเปรียบเทียบจากทางชีววิทยานั้นจะเป็นจุดทางเชื่อมต่อทางทะเลและอย่างน้อยที่สุด  นายมาโควิคกี้ ให้คำจำกัดความสั้นๆว่า “นี่ไม่ใช้เหตุการณ์ ที่ฉลามกาลาโกดอน บางตัวกำลังเข้าสู่น้ำจืดจากน้ำเค็ม” และการศึกษาของชุดที่ค้นพบนี้กำลังทำให้นักวิทยาศาสตร์ สะท้อนถึงความสำคัญเกี่ยวกับฟอสซิล  นอกเหนือจากไดโนเสาร์ที่ขนาดตัวใหญ่ แต่ในทุกๆสปีชีส์ ที่อยู่ในระบบนิเวศ มันมีบทบาทที่สนับสนุนการรักษาความรู้เกี่ยวกับทางเชื่อมต่อในระบบนิเวศทั้งหมด และการเปลี่ยนแปลงในระบบนิเวศที่นำไปสู่การสูญพันธุ์ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด
ที่ทำลายสิ่งมีชีวิตบนโลกสีน้ำเงินใน “ยุคครีเทเชียส” เรียบเรียง HORSEZ REDZ แหล่งข้อมูลอ้างอิง cambridge.org