พวกเราจะคิดถึง “เวนเกอร์”

เป็นข่าวใหญ่ที่สุดช็อกกันตลอดสัปดาห์ กับข่าวการประกาศวางมือคุมทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ นายใหญ่ของ “เดอะ กันเนอร์ส” อาร์เซนอล หลังจากที่ทำทีมมานานถึง 22 ปีเต็ม

 

แน่นอนว่าเขาคนนี้ย่อมเป็นตำนานของฟุตบอลพรีมียร์ลีก อย่างแน่นอน หลังจากที่เข้ามาทำทีมให้เปลี่ยนไปด้วยสไตล์การเล่นจากที่ดูน่าเบื่อในยุคจอร์จ เกรแฮมหรือก่อนหน้านั้น มาเป็นทีมที่เน้นเกมบุก ดูลื่นไหลตา จนเป็นที่ยอมรับจากหลาย ๆ ฝ่าย

อีกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นยอดกุนซือที่เก่งในเรื่องของ การปั้นนักเตะ เพราะไม่ว่าจะเป็น เธียร์รี อองรี,พาทริค วิเอร่า,เอ็มมานูเอล เปอร์ตี,ซิลแว็ง วิลตอร์,เชส ฟาเบรกาส และคนอื่น ๆ อีกหลายรายที่ล้วนโด่งดังระดับโลกจากการปั้นของกุนซือชาวฝรั่งเศสรายนี้

อีกตำนานที่ถูกเล่าขานมาจนถึงทุกวันนี้คือการพาทีม คือการพาทีมอาร์เซนอลคว้าแชมป์ลีกโดยไร้พ่ายถึง 38 นัด  เมื่อปี 2003-2004 นั่นคือปีที่สร้างตำนานให้กับเวงเกอร์เป็นที่จดจำมาจนถึงทุกวันนี้

สำหรับแฟนบอลที่ติดตามดูบอลในยุคนั้น จะรู้ได้เลยว่า ศึกแดงเดือดที่ว่ามันส์ ๆ แล้ว ยังเปรียบกับการเจอกันของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกับอาร์เซนอล ไม่ได้ด้วยซ้ำ เนื่องจากเป็นสองทีมที่เน้นเล่นเกมรุกใส่กันอย่างเอ็นเตอร์เทนคนดูนั่นเอง

อีกทั้งยังมีความดุเดือดตั้งแต่การให้สัมภาษณ์ก่อนเกมจนจบเกมให้แฟนบอลได้จำติดตาอีกด้วย

จึงกล่าวได้ว่า กุนซือที่สามารถต่อกรกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อมากที่สุดคือกุนซือชาวฝรั่งเศสรายนี้ อย่างแน่นอน

แต่จากนั้นมา ความสำเร็จของสโมสร เริ่มห่างหายไปไปเรื่อยๆ และด้วยความคาดหวังที่สูงของเหล่าแฟนบอล จึงอยากเห็นทีมประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงในตัวของกุนซือมาตลอด 3-4 ปี หลัง

จนเมื่อฤดูกาล 2016-2017 เป็นปีแรกที่ทีมพลาดตั๋วไปเล่นฟุตบอลถ้วยใหญ่ของยุโรป เวนเกอร์ จึงเป็นแพะรับบาปเต็ม ๆ

จากกระแสการเรียกร้องให้ปลดนายใหญ่ชาวฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่อง จึงทำไห้เจ้าตัวได้คิดและตัดสินใจเลือกที่อำลาทีมหลังจากอยู่รับใช้มานานร่วม 22 ปีเต็ม

จากข่าวการตัดสินใจลาทีม จึงไม่ได้เป็นที่ขัดใจของเหล่าแฟนบอลและตัวนักเตะ โดยนักเตะทุกคนพร้อมทำอย่างเต็มที่เพื่อคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก เพื่อเป็นของขวัญให้กับนายใหญ่ของทีมหลังจากที่อยู่รับใช้ทีมมานาน

การจากไปของ เวนเกอร์ ใช่จำสำคัญที่คนมารับตำแหน่งคนต่อไป แต่ต่อไปนี้หากเอ่ยถึงชื่อทีม ทุก ๆ คนจะนึกถึงชื่อของเขาคนนี้ “อาร์แซน เวนเกอร์”