พปชร. ยืนคำร้องวินิจฉัย ส.ส.พรรคฝ่ายค้านถือหุ้นสื่อ

login 4 news

สส.พรรคพลังประชารัฐกว่า 50 คนนำโดย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สส.แบบบัญชีรายชื่อยื่นหนังสือต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยคุณสมบัติความเป็น สส.พรรคร่วมฝ่ายค้านจำนวน 33 คน กรณีการถือครองหุ้น ในกิจการสื่อนะคะนายชัยวุฒิชี้แจงว่าต้องการ จะสร้างบรรทัดฐานเดียวกัน กับพรรคอนาคตใหม่ จึงไปยื่นหนังสือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรยืนยันถึงเหตุผล ในการยื่นครั้งนี้เพื่อต้องการ ให้ดำเนินคดีเป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ทั้งนี้ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะมอบให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบตามขั้นตอนทางกฎหมาย ก่อนที่จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป สำหรับรายชื่อพรรคร่วมฝ่ายค้าน 33 คน ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ

ให้วินิจฉัยสมบัติความ ประกอบไปด้วยพรรคอนาคตใหม่ 21 คนพรรคเพื่อไทย 4 คนพรรคเพื่อชาติ 4 คนพรรคเสรีรวมไทย 3 คนพรรคประชาชาติ 1 คนเกิดพบว่าเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่ระบุวัตถุประสงค์ตามเอกสารบริคณห์สนธิ ในการก่อตั้งบริษัทว่าประกอบธุรกิจ เกี่ยวกับสื่อสารมวลชน ซึ่งเข้าข่ายค่ะคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญจากเดิม ที่พลังประชารัฐจะยื่นคำร้องไห้ตรวจสอบ คุณสมบัติความเป็น ส.ส. ของพรรคฝ่ายค้าน 55 คน แต่ทีมทนายก็ต้องปรับกลยุทธ เพราะจากที่ศาลมีคำสั่งไม่รับพิจารณา บางคนทำให้ต้องตัด สส.ที่เขาขาย ในลักษณะเดียวกันกับที่ศาล ไม่รับคำร้องออกก็เลยทำให้เหลือ การตรวจสอบ 33 คนเท่านั้นและจากคำวินิจฉัยรับรอง ของศาลรัฐธรรมนูญกรณี การถือครองหุ้นในกิจการคือ ที่มาของพรรคพลังประชารัฐ 21 คน

เมื่อวานนี้พิมพ์กฎหมายของพรรคจะรวบรวมเอกสารและหลักฐานนะคะโดยในส่วนงบดุลของบริษัทจะต้องนำมาพิสูจน์ว่าไม่มีการประกอบกิจการถือครองหุ้นสื่อด้านนายวิษณุเครืองามยืนยันว่าถือว่าที่รัฐมนตรีที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยรับคำพร้อมจะไม่ส่งผลกระทบ ต่อตำแหน่งรัฐมนตรีในกทมประยุกต์ 2/1 เนื่องจากคำวินิจฉัยยังไม่มีคำวินิจฉัย ที่เป็นที่สิ้นสุด แต่การพิจารณาตำแหน่งรัฐมนตรีขั้นตอนสุดท้ายก็อยู่ที่นายกรัฐมนตรี ซึ่งกรณีที่มี 4 รัฐมนตรี ถือหุ้นบริษัทสัมปทานของรัฐ โดยมีชื่อนายสุวิทย์เมษินทรีย์ เป็นหนึ่งในว่าที่รัฐมนตรีใน กทม.ชุดเดียวกัน หากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาในทางลบ จะกระทบกับคุณสมบัติ ในการเป็นรัฐมนตรีได้