ฝ่ายค้านวางแผนไม่ร่วมอภิปรายงบประมาณ

ฝ่ายค้านวางแผนไม่ร่วมอภิปรายงบประมาณ

การพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจําปี 2563 อาจจะดูนิ่งๆ ค่อยที ถ้อยอาศัย และท้ายที่สุดก็เห็นชอบผ่านร่างกฎหมายไปได้แล้ว แต่ถ้าเจาะลึกลงในรายละเอียดต้องบอกว่า ฝ่ายค้านกำลังเชือดนิ่มฝ่ายรัฐบาลด้วย โดยเฉพาะการลงมติในรอบที่ 2 และ 3 ที่ฝ่ายค้านร่วมอภิปรายอยู่ด้วย แต่ว่าไม่ลงมติพิจารณา ถือว่าเป็นกลยุทธ์เด็ดที่สุดแล้ว

สำหรับการเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจําปี 2563 ของสภาผู้แทนราษฎรตามคำบังคับปฏิบัติของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การลงมติเห็นชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะการพิจารณาก่อนหน้านี้พบเหตุเสียบบัตรลงคะแนนแทน การและเรียกว่าฝ่ายรัฐบาลต้องเผชิญเหตุไม่น้อย ลงมติร่วมกันว่าจะลงชื่อร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร ไม่ร่วมลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายตามวาระสุดท้าย ก็โดนหมัดเด็ดเข้าจริง ในมาตรา 6 ของ ส.ส. เสียงข้างมากในสภาหรือของรัฐบาลหายไป ประชุม 214 เสียง เห็นชอบ 237 ต่อศูนย์ งดออกเสียง 7 ไม่ลงคะแนนไม่มีจริงๆ

ตัวแรกก็ชี้ชัดว่าองค์ประชุมไม่ครบ แต่ประธานในที่ประชุมวินิจฉัยให้เริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมดแทนตรงนี้ ที่จริงไว้ชิงพริบกันอยู่ระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน แต่ก็รอดมาได้ค่ะถ้ายึดภาพสะท้อน การลงมติร่างกฎหมายงบประมาณ กับการลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตั้งแต่นายกรัฐมนตรีรองนายกรัฐมนตรี ไปจนถึงรัฐมนตรีว่าการหรือช่วยว่าการรวมพล ตามคติของฝ่ายค้าน ไม่พ้นเสียง ส.ส. ทั้ง 260 เสียงนี้และถูกต้องมากที่สุดก็คือ ความรับผิดชอบและเอกภาพของรัฐบาลเป็นนี่ไม่ต้องพูดถึงยุทธศาสตร์ การอภิปรายของฝ่ายค้าน

น่าจะเกี่ยวขวัญรัฐมนตรีได้ไม่น้อย แต่ถ้าข้อมูลข้อเท็จจริงของฝ่ายค้าน อ้างอิงได้ตามพยานหลักฐานที่มีน้ำหนัก และเป็นจุดบกพร่องผิดพลาด ที่ไม่อาจมองข้ามได้อีก อาจเป็นเรื่องน่าหวาดหวั่นของฝ่ายรัฐบาลมากขึ้น ตลอดการทำงานของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ที่มาจากการเลือกตั้งผ่านมาเพียง 8 เดือน

แต่ก็ยังไม่ปรากฏปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ที่ชัดเจนนับแต่ที่ชัดเจนแน่ๆ ก็คือเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ และปัญหาปากท้องของประชาชนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข และอีกหนึ่งปัญหาความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาล นำมาสู่การจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2563 ที่เลทออกไป ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาด้านต่างๆของประเทศ และตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 จะต้องมีเสียงเห็นด้วย กับมติมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิก เท่าที่มีอยู่ขณะนี้ 498 คนครึ่งหนึ่ง ก็ 249 คนขึ้นไป และเมื่อรวบรวมเสียงฝ่ายรัฐบาล ล่าสุดตอนนี้หากรวมเสียงของพรรคเศรษฐกิจใหม่ ก็จะเป็น 263 เสียงยังไม่รวมส่วนเสียงของฝ่ายค้านก็ 235 เสียง ซึ่งยังห่างไกลจากที่อื่นๆของเสียงในสภาอยู่