ปวดหัวแบบไหน ถึงเรียกว่า “ผิดปกติ”

login 4 health

ทุกคนไม่ว่าจะอายุเท่าไร ล้วนเคยปวดหัวกันทั้งนั้น ซึ่งอาการปวดหัวนั้นมีหลายสาเหตุมาก ซึ่งมีทั้งแบบที่รักษาให้หายขาดเองหรือต้องพึ่งพาการรักษาจากแพทย์ โดยวันนี้เราจะมาดูกันว่า อาการปวดหัวแบบไหนรักษาให้หายด้วยตนเองได้ แบบไหนเป็นอันตรายต้องรีบเข้าพบแพทย์
สาเหตุของอาการปวดหัวที่รักษาให้หายเองได้
– เครียดวิตกกังวล หรือมีไข้ไม่สบาย
– พักผ่อนน้อย
– กินกาแฟหรือรับคาเฟอีนมากเกินไปก็ทำให้เกิดอาการปวดหัวได้
– ใช้สายตาเพ่งจ้องสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไป เช่น จ้องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ รวมทั้งอ่านหนังสือ ใช้คอมหรือเล่นโทรศัพท์ในที่แสงสว่างน้อยก็ทำให้ปวดหัวได้

โดยอาการปวดหัวลักษณะนี้จะเป็นอาการปวดหัวตื้อๆ อาจทำให้คุณคิดอะไรไม่ออกและทำงานต่อไม่ได้ แต่สามารถรักษาได้ด้วยการทานยาพาราเซตามอล และนอนพักผ่อนก็จะทำให้อาการปวดหัวหายไปส่วนอาการปวดหัวแบบอันตรายและควรพบแพทย์ มีดังนี้
– ปวดหัวมากจนลามไปถึงกระบอกตา มีอาการหน้ามืด อาจทำให้เป็นไมเกรนหรือต้อหินเฉียบพลัน
– ใน 1 อาทิตย์มีอาการปวดหัวบ่อย หรือปวดต่อเนื่องเป็นเดือน คุณอาจมีปัญหากับระบบประสาทได้
– หลังตื่นนอนตอนเช้า รู้สึกปวดหัวมากจนสะดุ้งตื่น คุณอาจจะเครียดหรือมีเนื้องอกในสมอง
– ปวดหัวแบบรุนแรงมากๆ อาจมีปัญหาในระบบประสาทและสมองแบบเฉียบพลัน
– หากคุณประสบอุบัติเหตุได้รับกระทบกระเทือนบริเวณศีรษะและรู้สึกคลื่นไส้อาเจียน ปวดหัวมาก อาจเกิดเลือดคั่งในสมอง
– ปวดหัวมาก มีอาการคอแข็ง อาจติดเชื้อที่เยื่อหุ้มสมอง
– ปวดหัวมากทนไม่ได้ มีอาการคลื่นไส้อาเจียน มองไม้ชัด อาจเป็นเลือดออกในสมอง เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือมีความผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งในสมอง
– ปวดหัวแบบมึนงง พูดไม่รู้เรื่อง หรือหมดสติ อาจเป็นหลอดเลือดสมองอักเสบ

เพราะฉะนั้น คุณจึงต้องสังเกตตัวเองให้ดี หากปวดหัวแบบผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที