น้ำจิ้มสะเต๊ะและประวัติความเป็นมาของ เมนูสะเต๊ะ

/ February 1, 2018

สะเต๊ะ เมนูที่คนส่วนใหญ่รู้จักและคุ้นเคยกันดี แต่สำหรับการทานหมูสะเต๊ะที่อร่อยนั้นไม่ได้มาจากการทานเนื้อหมูที่นุ่มเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทานคู่กับน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะรสเด็ด และน้ำจิ้มนี้แหละคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความอร่อยในการทานหมูสะเต๊ะมากยิ่งขึ้น
สำหรับวันนี้จะพามารู้จักวิธีทำน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะว่ามีอะไรบ้างและจะมาเล่าเรื่องของ หมูสะเต๊ะว่ามีความเป็นมาอย่างไร


ก่อนอื่นจะมาบอกส่วนผสมสำหรับการทำน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะก่อนว่ามีอะไรบ้าง

1.น้ำพริกแกงเผ็ด 3 ช้อนโต้ะ

2.น้ำตาลปิ๊บ 3 ช้อนโต้ะ
3.ถัวลิสงบด 3 ช้อนโต้ะ

4.น้ำมันพืช 2 ช้อนโต้ะ
5.น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต้ะ
6.กะทิ 2 ถ้วยตวง


ขั้นตอนการทำน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ

ตั้งกระทะเทน้ำมันใส่รอจนน้ำร้อน เสร็จแล้วนำพริกแกงที่เตรียมไว้ตอนแรกลงไปผัดให้สุก พอมีกลิ่นหอมก็เอาถั่วลิสงบด น้ำตาลปิ๊บ กับน้ำมะขามเปียก ใส่ลงไป เคี่ยวจนให้น้ำตาลปิ๊บละลายแล้วใส่น้ำกระทิตามลงไป จากนั้นเคี่ยวต่อไปจนกว่าน้ำจะเหนียวข้น แล้วชิมดูเอาว่าได้รสชาติที่ต้องการหรือยัง แต่ส่วนใหญ่นิยมที่จะปรุงให้ได้ 3 รสคือ หวานนำ มีความมัน และอมเปรี้ยวอยู่นิด ๆ


ประวัติของหมูสะเต๊ะ

หมูสะเต๊ะหลายคนคงจะคิดว่าเมนูนี้เป็นอาหารไทย แต่ความเป็นจริงแล้ว สะเต๊ะ นั้นได้รับอิทธิพลมาจากอินโดนีเซีย และได้เข้ามาแพร่หลายในประเทศไทย จนกระทั่งเป็นที่นิยม โดยจะมีวัตถุดิบเช่น หมู ไก่ แกะ แพะ เนื้อวัว เป็นต้น
ส่วนสาเหตุที่เราเรียกกันว่า สะเต๊ะ นั้นแท้ที่จริงแล้วเขาเรียกกันว่า ซาเต เพราะเป็นภาษาของ มลายู โดยถิ่นกำเนิดของ เมนูสะเต๊ะ อยู่ที่เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

สำหรับประเทศที่นิยมทานเมนูสะเต๊ะกันมากที่สุดคือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และ สิงค์โปร์ โดยส่วนใหญ่จะนำมาทานเป็นอาหารว่าง โดยส่วนประกอบก็จะมี เนื้อสัตว์ โดยนำมา หมักกับเครื่องเทศต่าง ๆ นำมาเสียบไม้ และ เอาไปย่างให้สุก นิยมทานโดยมี น้ำจิ้มสะเต๊ะ และ น้ำอาจาด เป็นของทานคู่กัน