นอนกรนเสี่ยงต่อภาวะอะไรบ้าง

นอนกรน ทางการแพทย์เรียกว่า การนอนหลับที่ไม่ปกติ ซึ่งการนอนหลับที่ไม่ปกติ มีผลทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนเรื้อรัง เป็นผลทำให้สมาธิลดลง การกรนเกิดจากกล้ามเนื้อคอคลายตัวขณะหลับจนทำให้ช่องคอแคบลง ซึ่งส่งผลให้ต้องหายใจเข้าออกแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อทางเดินหายใจแคบลงจนถึงจุดหนึ่ง ความแรงของลมหายใจที่ยิ่งเพิ่มมากขึ้นจนเกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อภายในระบบทางเดินหายใจ ทำให้มีเสียงกรนตามมา ทั้งยังทำให้มีโอกาสเป็น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และหลอดเลือดสมอง ความจำถดถอย และมีโรคอื่นตามมา เช่น มีความดันโลหิตสูง การรักษาภาวะ การนอนกรนก็จะทำให้คุมความดันโลหิตได้ยาก

เนื่องจากร่างกายจะกระตุ้นสารที่มีผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติ และหลั่งสารที่มีผลต่อการบีบตัวของหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดส่วนปลายบีบตัวขยายตัว และยังมีผลต่อการทำงานของการเต้นของหัวใจ เป็นตัวที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้  ซึ่งส่วนมากผู้ชายมีอัตราการนอนกรนมากกว่าผู้หญิง โดยเฉพาะคนอ้วน ผู้สูงวัย ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ หรือโรคจมูกอักเสบ ผู้ที่ทำงานหักโหม หรือออกกำลังกายมากเกินไป นอกจากนี้การดื่มสุรา สูบบุหรี่จัด กินยานอนหลับก็เป็นสาเหตุที่ทำให้กรนได้ หากช่องคอแคบลงอีกเรื่อยๆ ก็จะส่งผลให้เกิดการอุดตันในช่องคอแบบชั่วคราว ทำให้ลมหายใจเข้าออกขาดหายไปชั่วขณะ กลายเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า การหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งหากใครมีอาการหากปล่อยเอาไว้อาจก่อให้เกิดของโรคอื่นๆ ตามมา เช่น ความดันโลหิตสูง หัวใจขาดเลือด อัมพาต ตลอดจนทำให้มีปัญหากับคนใกล้ชิด ความรุนแรงของการนอนกรน แบ่งได้ 3 ระดับ ดังนี้

การนอนกรนทั่วไป การนอนกรนในระดับนี้ยังไม่ส่งผลต่อการหายใจในขณะนอนหลับ เกิดขึ้นไม่บ่อย และมีเสียงไม่ดังมาก แต่อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของบุคคลที่นอนข้าง ๆ

การนอนกรนที่เกิดขึ้นบ่อย หรือมากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ การนอนกรนในระดับนี้อาจส่งผลต่อการหายใจในระดับน้อยถึงปานกลางในขณะนอนหลับ และส่งผลให้รู้สึกง่วงและเหนื่อยในเวลากลางวัน