ทาน “ผัก” ปริมาณใดถึงจะช่วยป้องกันโรคได้

login 4 health

ทุกคนรู้ดีว่า “ผัก” มีความจำเป็นต่อร่างกายและเป็นหนึ่งในอาหารที่เราต้องรับประทานให้ครบทั้ง 5 หมู่ในแต่ละมื้อ ผัก นั้นมีกากใยอาหารที่สามารถช่วยในการทำงานของระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างปกติ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าในแต่ละวันเราจะต้องทาน ผัก มากน้อยเพียงใดที่จะเพียงพอต่อร่างกายเราต้องการมาดูกัน

ร่างกายต้องการ ผัก มากเท่าใด ? รู้หรือไม่ว่าเราต้องทานผักอย่างน้อยวันละ 400-500 กรัม โดยจะทานผักสุก 5 ถ้วยตวง (กำปั้นมือ) และ ผัดสด ทานเพิ่มขึ้น 2 เท่าของผักสุก คือ 10 ถ้วยตวง (กำปั้นมือ)

การทานผักให้เพียงพอมีประโยชน์อย่างไร ?

1. การที่เราทาน ผักผลไม้ ที่เพียงพอต่อร่างกายต้องการ จะสามารถช่วยป้องกันโรคต่างๆ ได้หลายโรค อย่างเช่นโรคหัวใจ หลอดเลือด และโรคมะเร็ง และถ้าหากเรารับประทานผักผลไม้ไม่เพียงพอที่ร่างกายต้องได้รับในแต่ละวันจะทำให้เรารับประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ และไม่สามารถป้องกันโรคอย่างที่เราคิดได้
2. ไม่เพียงแต่ในเกลือแร่ และวิตามินแล้ว ในผักยังมีสารเคมีที่เรียกว่า “พฤกษาเคมี” ซึ่งสารจำพวกนี้จะมีลักษณะพิเศษที่ดีต่อร่างกายที่แตกต่างกันไปตามสีของผัก หรือที่หลายๆ คนรู้จักกันและเรียกว่า “ผัก 5 สี” โดยผักผักจำพวกนี้จะช่วยเพิ่มสารอาหารที่ดีต่อร่างกายได้อย่างมากมาย

ผักสดกับผักสุก แตกต่างกันอย่างไร ?
ไม่ว่าจะผักสดหรือผักสุก เราสามารถทานได้ทั้งนั้น แล้วแต่จะชอบแต่การรับประทานผักสดอาจจะมีความเสี่ยงจากสารเคมีตกค้างมากกว่าผักที่เรานำไปต้มสุกแล้ว ส่วนผักที่ต้มสุกวิตามินอย่าง โพแทสเซียม วิตามินซี และวิตามินบี อาจจะหายไปจากการที่โดนความร้อน ขณะเดียวกันผู้ป่วยที่เป็นโรคไต จะต้องหลีกเลี่ยงการทานผักที่มี โพแทสเซียม ในจำนวนที่มาก เช่น บร็อคโคลี่ ผักโขม คะน้า เป็นต้น หากอยากทานจริงก็ต้องนำผักที่มีโพแทสเซียม ไปล้างน้ำเปล่าเยอะๆ แล้วนำไปต้มจนสุก แต่ต้องเลือกทานแต่ผักต้มเลี่ยงการทานผักสด