ทานยาอย่างไรไม่ให้ไตพัง

login 4 health

ข้อมูลในปัจจุบันทางการแพทย์และชาวไทยหลายคน ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังประมาณ 8 ล้านคนเลยก็ว่าได้ และกว่า 1 แสนคนเป็นผู้ป่วยเรื้อรัง ในระยะสุดท้ายที่ต้องได้รับการฟอกเลือดและล้างไต ทางช่องท้อง ซึ่งนอกจากจะใช้ค่าใช้จ่ายและค่ายาหรือค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น และยังส่งผลต่อสุขภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยและญาติที่จะต้องทำการดูแลรักษา และเสียเวลาในการฟอกเลือดหรือฟอกไต ผ่านทางช่องทางคุณประจำด้วย

สำหรับโรคไตเรื้อรัง ส่วนใหญ่นั้นมีสาเหตุมาจาก โรคเบาหวาน หรือ ความดันโลหิตสูง ที่ควบคุมไม่ได้และปัญหาที่สำคัญ โดยคือการใช้ยาและสมุนไพร ที่ทำอันตรายต่อไต โดยคนไข้ไตที่เกิดจากการควบคุมเบาหวานและความดันโลหิตสูง หรือพบว่าส่วนหนึ่งเกิดจากการไม่ใช้ยาตามที่แพทย์ แนะนำเพราะเชื่อว่าการรับประทานยามากๆ อาจจะทำให้ไตพัง ซึ่งไม่ใช่ยาทุกชนิดที่จะรักษาเข้าไปแล้วมีผลต่อไตทันที

สำหรับยาที่มีผลต่อตาย นั่นคือยาพิษต้านจุลชีพบางชนิดเช่น เช่น อะไซโคลเวียร์ สเตรปโตมัยซิน ไซโปรฟลอกซาซิน สิ่งเหล่านี้ ควรที่จะปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ยา แต่ที่อันตรายกว่านั้นคือการรับประทานยาชุดหรือสมุนไพร และยาบำรุงและอาหารเสริมที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน และไม่ได้ระบุตัวยาและส่วนประกอบที่ชัดเจน ซึ่งมักจะทำให้การลักลอบใส่สารที่เป็นอันตรายของไตได้ ทำให้เนื้อไตอักเสบแบบเฉียบพลัน และเกิดภาวะไตวาย แบบเฉียบพลันได้

ดังนั้นควรที่จะหลีกเลี่ยงการใช้ยาดังกล่าว แต่หากเมื่อมีอาการเหนื่อยง่ายหรือปวดสีข้างด้านหลัง ปัสสาวะน้อยลง หรือปัสสาวะเป็นสีน้ำล้างเนื้อ ในปัสสาวะมีฟองมากผิดปกติ แล้วเราก็ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนโรคไตแนะนำให้รีบพบแพทย์ เพื่อตรวจการทำงานของไต และดูแลรักษาอย่างถูกวิธีก่อนที่เนื้อตายจะถูกทำลายอย่างถาวร จากการเป็นโรคไตวายเรื้อรังนั่นเอง