ชาวอยุธยา ชนะคดี โรงงาน-ท่าเรือขนถ่านหิน

ชาวอยุธยา ชนะคดี โรงงาน-ท่าเรือขนถ่านหิน

ชาวตำบลบางเดื่อ อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต้องคอยหวาดกลัวพวกฝุ่นละออง ณ ที่เกิดจากถ่านหินพุ่งกระจาย จากโรงงานแล้วก็ท่าเรือขนถ่านหิน ริมแม่น้ำป่าสักน้อย จากมือของท่านครับสังเกตเห็น บนเก้าอี้พบฝุ่นละอองถ่านหินสีดำ ติดมือมาด้วย ไม่เว้นแม้แต่องค์พระ ภายในศาลาที่จะมีฝุ่นสีดำเกาะตามองค์พระร่วง ถึงประตูมุ้งลวดด้วย ของกุฏิพระก็จะมีสีดำ เพราะว่ากลายเป็นที่ดักฝุ่น แต่ก็ไม่เว้น ที่ผู้ใหญ่จะเข้ามาได้ ซึ่งจะทำให้สูงชราภาพ ระบบทางเดินหายใจด้วย

ไปถามเขาบ้านไม่ต่างกัน ชาวตำบลบ่อโพง ตำบลปากจั่น ตำบลคลองสะแก ตำบลนครหลวง แล้วก็ ตำบลบางเดื่อ อำเภอบางปะหัน แล้วก็อำเภอนครหลวง กว่า 100 หลังคาเรือน กวาดบ้านทั้งวันก็หนาวแบบนี้ บอกว่าส่วนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ ตอนนี้รู้สึกยินดีที่การแก้ปัญหา มาจนถึงจุดสิ้นสุด ณ วันที่ผ่านมาบางคนทนไม่ไหว ถึงกับต้องย้ายออกไปจากพื้นที่

ซึ่งมีนะคะแล้วบางคนรอผลเลย จะเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้ว สภาพท่าเรือแล้วก็โรงงานตามริมแม่น้ำบ้างดีกว่า ที่ว่าทุกวันนี้ยังคงดำเนินกิจการอยู่ ก็ทำให้การส่วนตัว ในนามแน่ๆ อย่างที่เห็นครับ แล้วก่อนหน้านี้ครับเข้า ยื่นฟ้องหน่วยงานของรัฐไปแล้ว ฝากหน่วยงานอุตสาหกรรม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อธิบดีกรมเจ้าท่า อบต.หน่วยงานของรัฐต่างๆ มาตั้งแต่ปี 59 นะเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่ง ให้หน่วยงานเหล่านี้ ฟังการควบคุมให้ผู้ประกอบการ โรงงาน 51 บริษัทและท่าเรืออีก 26 แกงริมแม่น้ำป่าสัก

ในพื้นที่อำเภอนครหลวง แก้ไขปัญหาการประกอบกิจการ ทั้งการขนถ่านหินคลังสินค้า เป็นระบบปิดทั้งหมด ไม่ปล่อยให้ฝุ่นละอองน้ำไหม หรือว่ามันคุ้มแบบนี้และข้างล่างสุดด้วย คุณผู้ชมครับคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่ง กรมเจ้าท่าที่อนุญาตให้ผู้ประกอบการท่าเรือ พ้นภัยพาลเห็นแล้วก็สินค้าต่างๆ ที่มีระหว่างวันเกิด 532 ทั้งหมด

โดยให้มีผลย้อนหลังไป นับตั้งแต่วันที่อนุญาต แต่หากว่าจะใช้ท่าเรือดังกล่าวต่อไปต้องไปจัดทำรายงานการวิเคราะห์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อน และพิพากษา ให้อุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แก้ไขเหตุเดือดร้อนรำคาญ จากฝุ่นละอองและเสียงดังด้วย และยังพิพากษาให้ อบต.ในพื้นที่เลย แก้ไขเหตุเดือดร้อนรำคาญ แก่ผู้ปกครองและเสียงดัง จากการประกอบกิจการต่างๆ ทั้งหมดภายใน 90 วัน นับตั้งแต่มีคำพิพากษาออกมา