ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการสัก

ปัจจุบันการสักนั้นเป็นที่นิยมกันมากในหมู่วัยรุ่นทั้งเพศชายและหญิง  ทั้งการสักผิวหนัง หรือการใช้เครื่องสำอางชนิดถาวร ตั้งแต่การเขียนคิ้ว ขอบตา ขอบปาก การเพิ่มสีสันด้วยภาพกราฟฟิคลงบนผิวหนังตามส่วนต่างๆของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นแขน ขา แผ่นหลัง หน้าอก เต้านม รวมทั้งหัวนม ซึ่งการสักนั้นเป็นเทคนิคการใส่เม็ดสีหรือน้ำหมึกคือโลหะหนัก เช่น ไอออนออกไซด์เข้าไปฝังใต้ผิวหนัง โดยส่วนมากมักใช้เข็มขนาดเล็ก หรือ อาจเป็นอุปกรณ์อีเลคโทรนิคคล้ายปืนยิงมีเข็มอยู่ที่ปลาย เม็ดสีจะถูกปลายเข็มเจาะฝังเข้าไปอยู่ใต้ผิวหนัง ขั้นตอนและเทคนิคการทำต้องถูกสุขลักษณะ ตั้งแต่เข็ม อุปกรณ์ สถานที่ และความชำนาญของผู้ที่จะลงมือสักให้ลูกค้า การฝังเข็มลงไปแต่ละครั้งก็ต้องทำให้เกิดการเจ็บปวด มีเลือดออก ซึ่งปัญหาและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นภายหลังการสักมีดังนี้

  • การสักมีความเสี่ยงต่อการอักเสบติดเชื้อบริเวณที่ทำ เนื่องจากเข็มหรืออุปกรณ์ไม่สะอาดพอ
  • การสักอาจมีความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เป็นผื่นแดง คัน บวม หรือผิวหนังไหม้ ซึ่งอาจเกิดขึ้นทันที หรืออาจเกิดภายหลังการทำอีกนานหลายปีก็เป็นได้
  • หลังจากการสักอาจทำให้เกิดเป็นรอยแผลเป็น หรืออาจเกิดคีลอยด์ หรือแผลเป็นมีลักษณะเป็นเนื้อนูนที่ผิวหนัง
  • อาจก่อให้เกิดมะเร็งได้ เนื่องจากในต่างประเทศพบประวัติการเกิดมะเร็งเต้านมของผู้ที่ทำสักบริเวณเต้านม และหัวนม เพื่อเพิ่มสีสนให้น่าดึงดูดจากเพศตรงข้าม แต่มีอันตรายถึงชีวิต เนื่องจากเม็ดสีหรือน้ำหมึกที่ถูกฝังเข้าไปใต้ผิวหนังเป็นสารแปลกปลอมของร่างกาย
  • สีที่ใช้ในการสักอาจมีความเสี่ยงได้ เนื่องจากปัจจุบันมีเม็ดสีที่ใช้ทำการสักมีมากมายหลากหลายเฉดสี และดแม้ว่าเม็ดสีที่ใช้จะเป็นชนิดสีที่เป็นเกรดคุณภาพสำหรับเครื่องสำอาง แต่ก็ยังไม่มีสีชนิดใดที่ผ่านการรับรองไม่ผ่านอย.นั่นเอง
  • สำหรับกลุ่มคนที่สักเพื่อความสวยงามเช่น สักคิ้ว ปาก ตา นั้น เนื่องจากการสักนั้นอยู่นานและใช้ตัวน้ำยาและเม็ดสีที่อาจก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวได้ ทำให้ในบางรายเกิดการแพ้ และยากต่อการแก้ไข
  • การสักนั้นมีความเสี่ยง หากไม่พอใจกับผลที่ได้รับ เช่น ไม่สวยตามที่คาดหวัง ปัญหาที่ตามมาคือ แผลและรอยสักที่ผิวหนังจะกำจัดออกยากมากหรือแทบจะเป็นไปได้น้อย ไม่ว่าจะเป็นคิ้ว รวมทั้งรอยสักอื่นๆตามส่วนต่างๆของร่างกาย
  • เมื่อต้องการแก้ไขรอยสักนั้นทำได้ยาก ส่วนมากนั้นมักให้แพทย์ใช้รังสีเลเซอร์ยิงเพื่อกำจัดเม็ดสีใต้ผิวหนังออกเป็นวิธีที่ทำกันมากที่สุด แต่ต้องทำหลายๆครั้ง ค่อยเป็นค่อยไป แต่ก็ไม่สามารถกำจัดได้ทั้งหมด

ดังนั้นการสักถือเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งต่อการติดเชื้อและการผิดหวังจากแบบที่การทำ จึงมีการสักชนิดชั่วคราว วิธีนี้จะปลอดภัยกว่าการทำการสักชนิดถาวร โดยใช้สำลีชื้นชุบสีหรือเม็ดสีวางและกดลงบนผิวหนัง ให้เม็ดสีซึมซับลงบนตำแหน่งที่ต้องการ วิธีนี้เม็ดสีจะไม่อยู่ถาวร แต่จะค่อยๆจางลงภายหลังจากการทำเพียงไม่กี่วัน แต่อย่างนั้นก็ควร

 

ระมัดระวังในการเลือกร้านที่สัก ควรเลือกร้านที่เชื่อถือได้ มีเครื่องมือที่สะอาด และมีคุณภาพเพื่อให้มีรอยสักที่